Page 33 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

๑๙
ขั
นตอนที่
๕ เป็
นการรํ
าปลอบขวั
ญ ใช้
ทํ
านองและจั
งหวะเบ็
ดเตล็
ดประกอบท่
ารํ
า ใช้
ทํ
านอง
เพลงมลุ
บโดง อั
นซองซแนญนป ฯลฯ และ
ขั
นตอนสุ
ดท้
าย เป็
นการเรี
ยกขวั
ญ ผู
กแขน และเสี่
ยงทาย ก็
ใช้
เพลงรํ
ามองก็
วลจองได
ตํ
าแรยทม็
วนพลุ
ตระเทาะทม็
วนแพล และจบลงด้
วยจั
งหวะซาปดาน ก็
เป็
นอั
นเลิ
กรากั
น จบการเล่
๒.
ดนตรี
ความมี
อารยธรรมสู
งของมนุ
ษย์
อาจพิ
สู
จน์
ได้
ด้
วยดนตรี
ชาวสุ
ริ
นทร์
มี
ดนตรี
ที่
หลากหลาย เช่
น กั
นตรึ
ม มโหรี
พื
นบ้
าน ปี่
พาทย์
และที่
สํ
าคั
ญและที่
น่
าสนใจที่
สุ
ด คื
อ วงตุ
มโมง
กลองเพล ตี
รวมกั
บฆ้
องหุ ่
ย ในการประกอบพิ
ธี
ส่
งวิ
ญญาณผู
ตาย (งานศพในระยะเริ
มแรก
เรี
ยกวงดนตรี
นี
ว่
า ตุ
มโมง) ในขณะเดี
ยวกั
นผู
ตี
กลองเพลนี
สามารถร้
องพระมาลั
ยได้
ด้
วย การร้
องนี
ก็
เพื่
อให้
เทพเจ้
าบนสรวงสวรรค์
ได้
ยิ
นและได้
รั
บเอาวิ
ญญาณผู
ตายไปนั
น เสี
ยงร้
องห่
มร้
องไห้
ระทมทุ
กข์
ก็
ดั
งขึ
นคละเคล้
ากั
บเสี
ยงฆ้
องเป็
นเสี
ยงที่
วิ
เวกวั
งเวงอย่
างที่
สุ
ด การตี
ฆ้
อง ในระยะแรกที่
คนป่
วยขาดใจ
ไม่
ได้
ตี
ถี่
แบบทํ
าขวั
ญนาค โดยทั ่
วไปจะตี
เว้
นระยะยาวนาน
ระหว่
างที่
ศพอยู
ในบ้
านญาติ
พี่
น้
องกํ
าลั
งวุ
นอยู
กั
บการนิ
มนต์
พระสงฆ์
มาสวดนี
วงดนตรี
จะ
บรรเลงประโคมศพ คื
อ วงตุ
มโมง ซึ
งมี
เสี
ยงร้
องของผู
ตี
กลองพร้
อม ๆ กั
นไปด้
วย
กลองดั
ง....ตุ
ม....อี
กสั
กพั
กก็
เสี
ยง....โหม่
ง....ฆ้
องหุ
ยจะตามมา มี
ข้
อห้
ามว่
า บรรดานั
กดนตรี
ทั
งหมดสามารถหยุ
ดพั
กได้
ยกเว้
นผู
ตี
กลองเพลและฆ้
องหุ
ยเท่
านั
นห้
ามหยุ
ด ซึ
งพ้
องกั
บการตี
กลอง
มหรสพของไทยจ้
วง มณฑลกวางสี
ซึ
งตี
กลองยาวนาน ลั
กษณะมาราธอน เพื่
อส่
งวิ
ญญาณผู
ตายไม่
ได้
ขาดและในความเชื่
อคล้
ายกั
นว่
า เสี
ยงฆ้
อง (สํ
าริ
ด) ฆ้
องหุ ่
ยนี
ช่
วยไล่
ผี
ที่
เกะกะไปจากเส้
นทางด้
วยเป็
วงดนตรี
เก่
าแก่
ดึ
กดํ
าบรรพ์
ที่
น่
าสนใจ คื
อความหมายและหน้
าที่
ของกลองเพลและฆ้
องหุ
ย ย ั
งทํ
าให้
แล
ย ้
อนหลั
งไปถึ
งอดี
ตอั
นยาวไกลนั
บพั
นปี
อย่
างไรก็
ตาม ความรุ
งเรื
องในอดี
ตก่
อนสมั
ยรุ
งเรื
องของคนถิ
นสุ
ริ
นทร์
นี
นั
บว่
าเป็
นความจริ
เพราะจั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
เป็
นที่
รวมของสั
งคี
ตศิ
ลป์
เช่
น เจรี
ยงร้
องตรุ
ษ เพลงนอรแกว เพลงกั
นตรึ
ม เพลง
ตกและปร๊
อบกาย ฯลฯ นาฏศิ
ลป์
ได้
แก่
เรื
อมอั
นเร (สาก) ระบํ
ารํ
ากรั
บ (จะตะล็
อก) และดุ
ริ
ยางค์
ศิ
ลป์
เช่
น การเป่
าใบไม้
การเป่
าเขาสั
ตว์
และที่
สํ
าคั
ญ คื
อ พิ
ณนํ
าเต้
าสายเดี
ยวของเมื
องสุ
ริ
นทร์
ที่
มี
การผลิ
เสี
ยง Overtone Hermonics หรื
อ perpastial นอกจากนี
ย ั
งมี
อั
งกุ
ยจ์
(จ้
องหน่
องJaw Harys และโหวด
เป็
นเครื่
องดนตรี
ดึ
กดํ
าบรรพ์
อย่
างเดี
ยวกั
นกั
บที่
มี
ในกรี
กโบราณที่
เรี
ยกว่
า Pipe) ซึ
งเด็
กเลี
ยงควายชาว
สุ
ริ
นทร์
ประดิ
ษฐ์
และเป่
าเป็
นเพลงเล่
นกั
นทั ่
วไป
นั ่
นคื
อ ชาวสุ
ริ
นทร์
เคยมี
อารยธรรมอั
นสู
งส่
งมานาน การถอดจากความสาระในเพลงตรุ
(ที่
ชาวสุ
ริ
นทร์
เล่
นในยามสงกรานต์
เดื
อนห้
านั
น) กล่
าวถึ
งพรหมทั
ตและมเหสี
ผู
มี
สิ
ริ
โฉมงดงาม เป็
ต้
น ทั
งมโนทั
ศน์
ของการเล่
นตรุ
ษ (ตรษ) เน้
นการอวยพร การรวมพวกสามั
คคี
มี
รู
ปแบบการละเล่
สํ
าหรั
บความสนุ
กสนานและพั
กผ่
อนหย่
อนใจเดื
อนหยุ
ดงานอย่
างมี
ความหมาย กล่
าวคื
อ เริ
มราชใหม่
จะตี
ฆ้
องไล่
บอกข่
าวส่
งวิ
ญญาณไปสู
สวรรค์
มี
การหยุ
ดทํ
างาน ๓ – ๗ วั
น (เรี
ยกว่
า วั
นตอม) มี
การ
รํ
าตรุ
ษ เพื่
ออวยพรให้
เจริ
ญรุ ่
งเรื
องกั
นถ้
วนหน้
าหั
วคํ
าจะเล่
นสะบ้
าใช้
สํ
าหรั
บเด็
กดึ
กค่
อนก็
โลดอั
นเร