Page 31 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

๑๗
เส้
นสั
งเวย มี
ผู
ติ
ดต่
อกั
บเทพหรื
อวิ
ญญาณต่
าง ๆ มี
การขั
บร้
องฟ้
อนรํ
าถวายเพื่
อเป็
นการบวงสรวงดนตรี
และการละเล่
นพื
นบ้
านสุ
ริ
นทร์
ที่
เกิ
ดขึ
นจากความเชื่
อเช่
น เรื
อมมม็
วต เรื
อมตรต (ตรุ
ษ)
มองก็
วลจองได เป็
นต้
๒. การทํ
างานร่
วมกั
นเป็
นหมู
คณะ ในสั
งคมเกษตรกรรมชาวบ้
านจะทํ
างานช่
วยเหลื
อกั
นเป็
หมู
คณะ ซึ
งเรี
ยกว่
าการลงแขกเป็
นการแสดงนํ
าใจเอื
อเฟื
อต่
อเพื่
อนบ้
านปลู
กฝั
งความสามั
คคี
เช่
ลงแขกเกี่
ยวข้
าว ลงแขกดํ
านา เป็
นต้
น การที่
ชาวบ้
านมารวมกลุ
มร่
วมมื
อกั
นย่
อมมี
การแสวงหาความ
บั
นเทิ
งใจหรื
อต้
องการผ่
อนคลายอารมณ์
จึ
งมี
การคิ
ดการแสดงและการละเล่
นต่
าง ๆ ขึ
น เช่
น เกิ
ดการ
ร้
องเพลง เกี่
ยวข้
าว เกิ
ดรํ
าเต้
นกํ
ารํ
าเคี
ยว เป็
นต้
น เสถี
ยร โกเศศ ได้
กล่
าวถึ
งการร้
องเพลงเกี่
ยวข้
าว และ
เต้
นกํ
ารํ
าเคี
ยวว่
า การเกี่
ยวข้
าวถ้
ามี
การลงแขก ลงแรงกั
น ก็
มี
ชายหนุ
มหญิ
งสาวยิ
นดี
มาร่
วมเกี่
ยวข้
าว
ด้
วยเพราะจะได้
มี
โอกาสมาชุ
มนุ
มรื่
นเริ
งอย่
างเป็
นการเป็
นงานไปในตั
ว เกี่
ยวข้
าวพลางร้
องพลางเกี
ยว
พาราสี
ย ั
วเย ้
ากั
น เวลาเย็
นเลิ
กเกี่
ยวข้
าวจะเล่
นเพลงเกี่
ยวข้
าวที่
เรี
ยกว่
า เต้
นกํ
ารํ
าเคี
ยว (เสถี
ยร โกเศศ
๒๕๒๘:๑๗๐) การฟ้
อนรํ
าของจั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
ที่
เกิ
ดขึ
นในลั
กษณะดั
งกล่
าว เช่
น เรื
อมอั
นเร (รํ
าสาก)
เป็
นการเล่
นเพื่
อความสนุ
กสนาน หลั
งจากว่
างเว้
นจากการทํ
านา
๓. การเลี
ยนแบบธรรมชาติ
ธรรมชาติ
มี
อิ
ทธิ
พลต่
อวิ
ถี
ชี
วิ
ตของมนุ
ษย์
เป็
นแรงบั
นดาลใจที่
ทํ
าให้
มนุ
ษย์
คิ
ดสร้
างสรรค์
สิ
งต่
าง ๆ ขึ
น การฟ้
อนรํ
าที่
คิ
ดประดิ
ษฐ์
ท่
ารํ
ามาจากการลอกเลี
ยนแบบกิ
ริ
ยาของ
สั
ตว์
เช่
น เรื
อมกระโน้
ปติ
งต็
องเป็
นการเลี
ยนแบบลี
ลา ท่
าทางของตั
กแตนซึ
งกํ
าลั
งเกี
ยวพาราสี
กั
นอกจากนี
ย ั
งมี
ท่
ารํ
าที่
ดั
ดแปลงมาจากธรรมชาติ
เช่
น ท่
ามะโลบโดง (ร่
มมะพร้
าว) ในรํ
าเรื
อมอั
นเร
ซึ
งนํ
าเอาลี
ลาของใบมะพร้
าว ต้
นมะพร้
าว เวลาโดนลมพั
ดโอนเอนไปมา แล้
วใช้
ภาษาท่
าทางนาฎศิ
ลป์
เข้
าประกอบเพื่
อความสวยงาม เป็
นต้
๔. เกิ
ดขึ
นจากความต้
องการความสนุ
กสนานและประโคม ในงานเทศกาลบุ
ญประเพณี
ของ
หมู
บ้
าน ชาวบ้
านจะคิ
ดการแสดงที่
จะทํ
าให้
เกิ
ดความสนุ
กสนานหรื
อเป็
นการประโคมจึ
งมี
การละเล่
หรื
อการแสดงประจํ
าท้
องถิ ่
นขึ
น เช่
น การเล่
นกั
นตรึ
ม เรื
อมอาย ั
ย มองก็
วลจองได ระบํ
ารํ
ากรั
บ เป็
นต้
๕. การฟ้
อนรํ
าที่
เกิ
ดจากอาชี
พในท้
องถิ
น เป็
นการฟ้
อนรํ
าที่
คิ
ดประดิ
ษฐ์
ขึ
นจากการประกอบอาชี
ต่
าง ๆ มาประดิ
ษฐ์
เป็
นท่
ารํ
าโดยเสริ
มแต่
งลี
ลาทางนาฎศิ
ลป์
เข้
าไป เกิ
ดเป็
นระบํ
าศรี
ผไทสมั
นต์
ขึ
นอกจากนี
ก็
มี
ระบํ
าปั
นหม้
อ จากอาชี
พการปั
นหม้
อดิ
นโดยนํ
าขั
นตอนจากการปั
นหม้
อดิ
นมาประดิ
ษฐ์
เป็
นท่
าฟ้
อนรํ
าให้
สวยงามขึ
น เป็
นต้
๖. เกิ
ดจากการรั
บวั
ฒนธรรมการฟ้
อนรํ
าของกลุ
มอื่
นเข้
ามาปรั
บใช้
เช่
น จากประเทศเขมรซึ
งมี
เขมร
อพยพมาอยู
ในเขตจั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
เมื่
อมี
คนไปชมก็
ได้
นํ
ารู
ปแบบของการฟ้
อนรํ
าเขมรเข้
ามาถ่
ายทอด
สื
บต่
อกั
นมา เช่
น ระบํ
าสุ
ม ระบํ
ากะลา และระบํ
าร่
ม เป็
นต้