Page 21 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

นํ
าเข้
ามานั
น คงจะแปลได้
ออกเป็
นภาษาไทย หรื
อแต่
บางส่
วน แล้
วบอกด้
วยการสั
งสอนกั
นมา
ข้
อความที่
กล่
าวมานี
รู
ได้
ด้
วยมี
ตํ
าราท่
ารํ
าของไทย มี
ชื่
อสํ
าหรั
บเรี
ยกท่
ารํ
าต่
าง ๆ ทํ
านองเดี
ยวกั
นกั
ตํ
ารานาฏศาสตร์
ของอิ
นเดี
ย เป็
นแต่
มาแปลงชื่
อเรี
ยกเป็
นภาษาไทย อั
นเป็
นธรรมดาของการแปล ชื่
อท่
รํ
าในตํ
าราของไทยซึ
งคล้
ายกั
บชื่
อท่
ารํ
าของชาวอิ
นเดี
ยก็
ย ั
งปรากฏอยู
หลายชื่
อ ทั
งนี
เป็
นหลั
กฐานว่
ตํ
าราของไทยเดิ
มแปลมาแต่
ตํ
ารานาฏศาสตร์
ของอิ
นเดี
ยแต่
จะแปลไว้
เพี
ยงไร และต้
นฉบั
บที่
แปลไว้
จะ
เป็
นอย่
างไรข้
อนี
ไม่
ทราบด้
วยตํ
ารั
บของไทยเราเป็
นอั
นตรายสู
ญเสี
ยเมื่
อครั
งเสี
ยกรุ
งศรี
อยุ
ธยาเสี
ยแก่
พม่
าข้
าศึ
ก ตํ
ารารํ
าซึ
งรวบรวมได้
ไว้
ในหอพระสมุ
ด ฯ บั
ดนี
มี
เก่
าแก่
ที่
สุ
ดเพี
ยงสร้
างขึ
นในรั
ชกาลที่
กรุ
งรั
ตนโกสิ
นทร์
เป็
นตํ
าราท่
ารํ
าต่
าง ๆ เขี
ยนรู
ประบายสี
ปิ
ดทอง ๑ เล่
ม เหลื
ออยู
แต่
สมุ
ดตอนข้
างต้
ตอนปลายขาดหายไปเสี
ยแล้
ว อี
กเล่
มหนึ
งเป็
นตํ
าราท่
ารํ
าเหมื
อนกั
บเล่
มที่
กล่
าวมาแต่
เขี
ยนฝุ
นเป็
ลายเส้
นเดี
ยว รู
ปภาพเป็
นฝี
มื
อช่
างครั
งรั
ชกาลที่
๒ หรื
อ ๓ แต่
มี
ภาพท่
ารํ
าบริ
บู
รณ์
ถึ
ง ๖๖ ท่
า สมุ
ดเล่
นี
ได้
มาแต่
ในพระราชวั
งบวร ฯ เที
ยบดู
กั
บตํ
าราเล่
มรั
ชกาลที่
๑ เห็
นเรี
ยงลํ
าดั
บท่
าต่
าง ๆ เป็
นระเบี
ยบ
เดี
ยวกั
น เป็
นหลั
กฐานให้
เห็
นว่
า ตํ
าราเล่
มที่
ได้
มาจากพระราชวั
งบวร ฯ เป็
นของคั
ดสํ
าเนามาจากเล่
รั
ชกาลที่
๑ และเป็
นหลั
กฐานให้
รู
อี
กอย่
างหนึ
งว่
า ท่
ารํ
าต่
าง ๆ ที่
ขาดไปจากเล่
มรั
ชกาลที่
๑ นั
นเป็
นท่
ใดบ้
าง อาศั
ยหลั
กฐานที่
ได้
จากสมุ
ดตํ
ารารํ
าทั
งสองเล่
มนั
นเข้
าใจว่
าต้
นตํ
ารารํ
าเช่
นนี
มาแต่
ครั
งกรุ
งศรี
อยุ
ธยาแล้
ว แต่
เป็
นอั
นตรายเสี
ยเมื่
อครั
งเสี
ยกรุ
ง ฯ ครั
นถึ
งสมั
ยรั
ชกาลที่
๑ พระบาทสมเด็
จพระพุ
ทธ
ยอดฟ้
าจุ
ฬาโลก คงจะได้
โปรดให้
ประชุ
มพวกครู
ละครทํ
าตํ
าราท่
ารํ
าขึ
นใหม่
ไว้
เป็
นแบบแผนสํ
าหรั
พระนคร ครั
นต่
อมาเจ้
านายซึ
งทรงศั
กดิ
สู
ง เช่
นสมเด็
จกรมพระราชวั
งบวร ฯ เป็
นต้
น จึ
งโปรดให้
คั
สํ
าเนาตํ
ารานั
นไปรั
กษาไว้
เป็
นแบบต้
นฉบั
บสํ
าหรั
บละคอน จากตํ
านานการฟ้
อนรํ
าที่
รํ
ามาแล้
ว ศิ
ลปิ
หรื
อผู
ที่
ศึ
กษาวิ
ชานาฏศิ
ลป์
โขน ละคร จึ
งนั
บถื
อเทพเจ้
าตามประเพณี
ของชาวอิ
นเดี
ยและสร้
างศี
รษะ
เทพเจ้
าขึ
นตามจิ
นตนาการของศิ
ลปกรรมไทย สมมุ
ติ
เป็
น เทพเจ้
า เทวดา นางฟ้
า อสู
ร วานร ฯลฯ และ
สร้
างฤาษี
ขึ
นไว้
เป็
นที่
เคารพสั
กการะ ศี
รษะเทพเจ้
าที่
สร้
างขึ
นนี
โอกาสหนึ
งใช้
เป็
นเครื่
องสวมศี
รษะ
แสดงโขน และโอกาสหนึ
งใช้
ในพิ
ธี
ไหว้
ครู
พิ
ธี
ครบและพิ
ธี
รั
บมอบของโขน ละคอนและใช้
ในพิ
ธี
ไหว้
ครู
ดนตรี
ไทยซึ
งศิ
ลปิ
นมี
ความเชื่
อว่
พระประคนธรรพ เป็
นเทพเจ้
าแห่
งเครื่
องดนตรี
ประเภท เครื่
องหนั
ง อั
นมี
ตะโพน เป็
นต้
พระปั
ญจสิ
งขร เป็
นเทพเจ้
าแห่
งเครื่
องดนตรี
ประเภทเครื่
อง ดี
ด สี
ตี
เป่
ครั
นถึ
งเทศกาลอั
นเหมาะสม ศิ
ลปิ
นและนั
กศึ
กษาวิ
ชาศิ
ลปะ ประเภท โขน ละคร ดนตรี
จึ
พร้
อมใจกั
นจั
ดพิ
ธี
ไหว้
ครู
ครู
ที่
จะอั
ญเชิ
ญมาประดิ
ษฐานไว้
ให้
สานุ
ศิ
ษย์
กราบไหว้
ก็
คื
อ ศี
รษะที่
สร้
าง
ขึ
นไว้
สํ
าหรั
บสวมเวลาแสดงนั
นเอง
เมื่
อมี
ศี
รษะสมมุ
ติ
เทพ เทวดา อสู
ร นางฟ้
า วานร ตลอดจนศี
รษะพระครู
ฤาษี
มาตั
งไว้
ย ั
งที่
อั
สมควร พร้
อมด้
วยเหล้
าขาว เครื่
องสั
งเวย เครื่
องกระยาบวด ต่
อไปก็
จะเป็
นเรื่
องของดนตรี
ตาม
แบบอย่
างการแสดง โขน ละคร ซึ
งจะต้
องมี
ดนตรี
บรรเลงประกอบการรํ
าในอิ
ริ
ยาบถต่
าง ๆ