คู ่
มื
อประกอบการเรี
ยนการสอน
กระโน้
ปติ
งต็
อง
๘
ของตั ๊
กแตนตํ
าข้
าวตามที่
พบเห็
นหรื
อมี
ความเข้
าใจ
ส่
วนดนตรี
ก็
ขึ
้
นอยู
่
กั
บการแสดงที่
มี
อยู
่
หรื
อที่
จั
ดขึ
้
นใน
เทศกาลนั
้
น ๆ ไม่
ได้
มี
วงดนตรี
หรื
อดนตรี
เฉพาะของการแสดงกระโน้
ปติ
งต็
อง
๑ รู
ปแบบการเต้
น
การเต้
นเน้
นความสนุ
กสนาน รื่
นเริ
ง ไม่
มี
รู
ปแบบการเต้
นที่
ตายตั
ว แต่
จะเป็
นการ
เลี
ยนแบบท่
าทางของตั
๊
กแตนตํ
าข้
าวให้
เหมื
อนที่
สุ
ด โดยต้
องย่
อเข่
าลงและกระดกสะโพกให้
งอนขึ
้
น หลั
ง
แอ่
น มื
อจี
บยกขึ
้
นระดั
บหางคิ
้
ว การเดิ
นจะใช้
การดี
ดขาออกไปด้
านข้
างสลั
บกั
นไปมาในขณะที่
มื
อก็
จะวาด
ลงและดึ
งขึ
้
นมาอยู
่
ในระดั
บหางคิ
้
วอี
กครั
้
ง สลั
บกั
นไปมา
๒ ดนตรี
ในยุ
คนี
้
การแสดงกระโน้
ปติ
งต็
องเป็
นการแสดงสอดแทรกในการแสดงอื่
น ๆ ดั
งนั
้
นเครื่
อง
ดนตรี
ที่
ใช้
เป็
นการใช้
ตามที่
มี
อยู
่
ในการแสดงนั
้
น ๆ แต่
มี
การเน้
นเครื่
องดนตรี
ที่
สํ
าคั
ญคื
อ
ปี่
สไล
เป็
นเครื่
อง
ดนตรี
หลั
กในการบรรเลงซึ
่
งนายเหื
อน ตรงศู
นย์
ดี
เป็
นผู
้
เป่
าด้
วยตนเอง รู
ปแบบดนตรี
จะเป็
นการบรรเลงเพลง
กั
นตรึ
มในท่
วงทํ
านองต่
าง ๆ ลั
กษณะดนตรี
ที่
ใช้
ประกอบด้
วย
เครื่
องดนตรี
ใช้
เครื่
องดนตรี
ที่
เล่
นในวงกั
นตรึ
ม ประกอบด้
วย - ปี่
สไล - ซอ - กลอง- ฉิ ่
ง- ฉาบ
๓
เพลง
เพลงที่
ใช้
ประกอบในยุ
คเริ
่
มแรกนี
้
จะเป็
นการร้
องแบบ ด้
นกลอนสดไปตามอารมณ์
ของ
ศิ
ลปิ
นผู
้
ขั
บร้
อง โดยจะนํ
าเอาเรื่
องราวที่
เกิ
ดขึ
้
นรอบ ๆ ตั
ว ในขณะนั
้
นมาด้
นเป็
นกลอนสด ซึ
่
งทํ
าให้
ไม่
มี
เนื
้
อ
ร้
องที่
แน่
นอน แต่
โดยรวมแล้
วจะเป็
นการสื่
อความหมายในเรื่
องของความรั
กระหว่
างหนุ ่
มสาวและธรรมชาติ
ของตั ๊
กแตนเป็
นส่
วนใหญ่
ยุ
คที่
๒ เผยแพร่
โดยนายอํ
าเภอเสนอ มู
ลศาสตร์
(พ.ศ. ๒๕๐๖-๒๕๔๐)
ช่
วงนี
้
มี
การพั
ฒนาเนื่
องจากมี
หน่
วยงานราชการเข้
าไปส่
งเสริ
ม และมี
การนํ
าไปแสดงในงานที่
สํ
าคั
ญ ๆ
จึ
งมี
การคิ
ดค้
นประดิ
ษฐ์
ทั
้
งท่
าเต้
นที่
เป็
นรู
ปแบบการแสดงมากขึ
้
น และย ั
งคงรั
กษารู
ปแบบของการเต้
นดั
้
งเดิ
ม
ไว้
ต่
อเมื่
อมี
การถ่
ายทอดกั
นต่
อ ๆ มาหลายสิ
บปี
จึ
งมี
รู
ปแบบที่
แตกต่
างกั
นออกไป ซึ
่
งพอสรุ
ป รู
ปแบบการ
เต้
น ดนตรี
เพลง
ในยุ
คนี
้
ได้
ดั
งนี
้
๑ รู
ปแบบการเต้
น
การเต้
นย ั
งคงเน้
นความสนุ
กสนาน รื่
นเริ
ง และการทํ
าท่
าทางเลี
ยนแบบตั ๊
กแตนตํ
า
ข้
าวให้
เหมื
อนที่
สุ
ด ท่
าเต้
นย ั
งคงใช้
การย่
อเข่
าลงและกระดกสะโพกให้
งอนขึ
้
น หลั
งแอ่
น มื
อยกขึ
้
นระดั
บ
หางคิ
้
วและจี
บ การเดิ
นจะใช้
การดี
ดขาออกไปด้
านข้
างสลั
บกั
นไปมาใน ขณะที่
มื
อก็
จะวาดลงและดึ
งขึ
้
นมา
อยู
่
ในระดั
บหางคิ
้
วอี
กครั
้
ง สลั
บกั
นไปมา แต่
มี
การพั
ฒนาทางด้
านรู
ปแบบการแสดงให้
มี
ความเป็
นระเบี
ยบ
มากขึ
้
น และให้
เหมาะกั
บการแสดงกลางแจ้
ง ที่
ต้
องใช้
นั
กแสดงจํ
านวนมาก เช่
น มี
รู
ปแบบของการเดิ
นออก
การเคารพผู
้
ชม รวมถึ
งการเดิ
นแปรขบวนต่
าง ๆ ทํ
าให้
เกิ
ดความเป็
นระเบี
ยบเรี
ยบร้
อยและสวยงามยิ
่
งขึ
้
น
รู
ปแบบการแสดงประกอบด้
วย
๑. การแสดงการต้
อนรั
บ
๒. การเคลื่
อนไหวโลดเต้
นไปตามธรรมชาติ
ของตั
๊
กแตนตํ
าข้
าว
๓. การแสดงความเคารพ