คู ่
มื
อประกอบการเรี
ยนการสอน
กระโน้
ปติ
งต็
อง
๗
ตอนที่
๒
การแสดงกระโน้
ปติ
งต็
อง
๒.๑ รู
ปแบบการเต้
น ดนตรี
เพลง ในการแสดงกระโน้
ปติ
งต็
อง
จั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
มี
อารยธรรมที่
สื
บต่
อและพั
ฒนามาเป็
นเวลายาวนาน
มี
ขนบธรรมเนี
ยมประเพณี
เพลงและการละเล่
นพื
้
นบ้
าน หลากหลายภาษาทั
้
งภาษาไทย เขมร ส่
วย และลาว ในกลุ ่
มชาติ
พั
นธุ
์
เขมรมี
การละเล่
นหลากหลาย วิ
วั
ฒนาการการเต้
น ดนตรี
และเพลง มี
มากมายหลากหลายอย่
าง เช่
น
เพลงกั
นตรึ
ม
จะใช้
ภาษาเขมร ไม่
นิ
ยมร้
องเป็
นเรื่
องราวแต่
จะคิ
ดคํ
ากลอนให้
เหมาะกั
บงานที่
เล่
น หรื
อใช้
บทร้
องเก่
าๆ ที่
จดจํ
ากั
นมา การเล่
นกั
นตรึ
มจะมี
ผู
้
เล่
นหญิ
ง - ชายร้
องโต้
ตอบกั
น มี
การฟ้
อนรํ
าประกอบ,
เจรี
ยง
เป็
นการขั
บ
หรื
อออกเสี
ยงทํ
านองเสนาะ ใช้
กลอนสดเป็
นส่
วนใหญ่
ในการขั
บขานนิ
ทานชาดก และเกี่
ยวกั
บพุ
ทธศาสนา
ตลอดจนบรรยายเหตุ
การณ์
ในอดี
ตและปั
จจุ
บั
น,
เจรี
ยงเบริ
น
เป็
นการร้
องโต้
ตอบระหว่
างชาย-หญิ
งเป็
น
ทํ
านองลํ
าโดยมี
แคนเป็
นเครื่
องดนตรี
ประกอบ,
เจรี
ยงซั
นตู
จ
เป็
นการละเล่
นเกี
้
ยวพาราสี
ในงานเทศกาลหรื
อ
งานมงคลต่
างๆฝ่
ายชายจะใช้
เบ็
ด ที่
มี
ขนมเป็
นเหยื่
อล่
อหลอกหยอกล้
อฝ่
ายสาว,
เรื
อมอั
นเร (ลู
ดอั
นเร)
จะเล่
น
กั
นในวั
นหยุ
ดสงกรานต์
อุ
ปกรณ์
ประกอบการเล่
นประกอบด้
วย สาก ๒ อั
น ยาวประมาณ ๒-๓ เมตร ทํ
าจาก
ไม้
เนื
้
อแข็
ง ไม้
หมอนรอง วางรองหั
ว - ท้
าย สากสู
ง ประมาณ ๓-๔ นิ
้
ว,
เรื
อมอายั
ย
เป็
นการละเล่
นพื
้
นบ้
านที่
ร้
องโต้
กลอนสดเกี
้
ยวพาราสี
ระหว่
างหนุ ่
มสาวเมื่
อร้
องจบ แต่
ละวรรค จะมี
ลู
กคู
่
ร้
องรั
บและมี
เครื่
องดนตรี
บรรเลงรั
บ ท่
ารํ
าไม่
มี
แบบแผน นิ
ยมเล่
นในงานเทศกาลต่
างๆ,
เรื
อมตรษ (ตรุ
ษ)
เป็
นการเล่
นในเทศกาล
สงกรานต์
คณะที่
เล่
นมี
ทั
้
งมี
ผู
้
รํ
าและผู
้
ร้
องผ่
านมาตามบ้
าน ต่
างๆ ในหมู
่
บ้
าน,
ซาปดาน
เป็
นการรํ
าประกอบ
เพลงกั
นตรึ
มซึ
่
ง มี
ความหมายว่
าเลิ
กหรื
อหยุ
ด และ
กระโน้
ปติ
งต็
อง
เป็
นการละเล่
นที่
เลี
ยนแบบลี
ลาท่
าทางการ
เคลื่
อนไหวของตั
๊
กแตนตํ
าข้
าว เป็
นการเต้
น เพื่
อความสนุ
กสนานในวงมโหรี
ซึ
่
งรู
ปแบบการเต้
น ดนตรี
และ
เพลง มี
ความแตกต่
างกั
น แต่
ในระยะแรกไม่
ได้
เน้
นรู
ปแบบมากนั
ก จั
ดกั
นตามความพร้
อมของแต่
ละท้
องถิ
่
น
เมื่
อมี
การพั
ฒนาและนํ
าไปสู
่
การแสดงสาธารณะมากขึ
้
น ก็
มี
วิ
วั
ฒนาการของรู
ปแบบการเต้
น ดนตรี
และ
เพลง มาเป็
นลํ
าดั
บ สํ
าหรั
บการแสดงกระโน้
ปติ
งต็
องมี
ดั
งนี
้
ยุ
คที่
๑ เริ่
มแรกการประดิ
ษฐ์
การละเล่
นกระโน้
ปติ
งต็
อง(พ.ศ. ๒๔๘๐-๒๕๐๖)
ในยุ
คเริ
่
มแรกนั
้
น เป็
นการแสดงในหมู
่
บ้
าน การเต้
นจึ
งที่
เน้
นความสนุ
กสนาน รื่
นเริ
ง ไม่
มี
รู
ปแบบ
การเต้
นที่
ตายตั
ว การเต้
นเน้
นหนั
กไปในการเลี
ยนแบบให้
เหมื
อนท่
าทางของตั ๊
กแตนตํ
าข้
าวให้
มากที่
สุ
ด
ส่
วนเพลงก็
เป็
นการด้
นกลอนสดซึ
่
งต้
องอาศั
ยผู
้
ที่
มี
ความรู
้
ความสามารถอย่
างสู
ง ซึ
่
งมั
กจะกล่
าวถึ
งธรรมชาติ