Page 142 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

คู ่
มื
อประกอบการเรี
ยนการสอน
กระโน้
ปติ
งต็
อง
ตอนที่
การแสดงกระโน้
ปติ
งต็
อง
๒.๑ รู
ปแบบการเต้
น ดนตรี
เพลง ในการแสดงกระโน้
ปติ
งต็
อง
จั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
มี
อารยธรรมที่
สื
บต่
อและพั
ฒนามาเป็
นเวลายาวนาน
มี
ขนบธรรมเนี
ยมประเพณี
เพลงและการละเล่
นพื
นบ้
าน หลากหลายภาษาทั
งภาษาไทย เขมร ส่
วย และลาว ในกลุ ่
มชาติ
พั
นธุ
เขมรมี
การละเล่
นหลากหลาย วิ
วั
ฒนาการการเต้
น ดนตรี
และเพลง มี
มากมายหลากหลายอย่
าง เช่
เพลงกั
นตรึ
จะใช้
ภาษาเขมร ไม่
นิ
ยมร้
องเป็
นเรื่
องราวแต่
จะคิ
ดคํ
ากลอนให้
เหมาะกั
บงานที่
เล่
น หรื
อใช้
บทร้
องเก่
าๆ ที่
จดจํ
ากั
นมา การเล่
นกั
นตรึ
มจะมี
ผู
เล่
นหญิ
ง - ชายร้
องโต้
ตอบกั
น มี
การฟ้
อนรํ
าประกอบ,
เจรี
ยง
เป็
นการขั
หรื
อออกเสี
ยงทํ
านองเสนาะ ใช้
กลอนสดเป็
นส่
วนใหญ่
ในการขั
บขานนิ
ทานชาดก และเกี่
ยวกั
บพุ
ทธศาสนา
ตลอดจนบรรยายเหตุ
การณ์
ในอดี
ตและปั
จจุ
บั
น,
เจรี
ยงเบริ
เป็
นการร้
องโต้
ตอบระหว่
างชาย-หญิ
งเป็
ทํ
านองลํ
าโดยมี
แคนเป็
นเครื่
องดนตรี
ประกอบ,
เจรี
ยงซั
นตู
เป็
นการละเล่
นเกี
ยวพาราสี
ในงานเทศกาลหรื
งานมงคลต่
างๆฝ่
ายชายจะใช้
เบ็
ด ที่
มี
ขนมเป็
นเหยื่
อล่
อหลอกหยอกล้
อฝ่
ายสาว,
เรื
อมอั
นเร (ลู
ดอั
นเร)
จะเล่
กั
นในวั
นหยุ
ดสงกรานต์
อุ
ปกรณ์
ประกอบการเล่
นประกอบด้
วย สาก ๒ อั
น ยาวประมาณ ๒-๓ เมตร ทํ
าจาก
ไม้
เนื
อแข็
ง ไม้
หมอนรอง วางรองหั
ว - ท้
าย สากสู
ง ประมาณ ๓-๔ นิ
ว,
เรื
อมอายั
เป็
นการละเล่
นพื
นบ้
านที่
ร้
องโต้
กลอนสดเกี
ยวพาราสี
ระหว่
างหนุ ่
มสาวเมื่
อร้
องจบ แต่
ละวรรค จะมี
ลู
กคู
ร้
องรั
บและมี
เครื่
องดนตรี
บรรเลงรั
บ ท่
ารํ
าไม่
มี
แบบแผน นิ
ยมเล่
นในงานเทศกาลต่
างๆ,
เรื
อมตรษ (ตรุ
ษ)
เป็
นการเล่
นในเทศกาล
สงกรานต์
คณะที่
เล่
นมี
ทั
งมี
ผู
รํ
าและผู
ร้
องผ่
านมาตามบ้
าน ต่
างๆ ในหมู
บ้
าน,
ซาปดาน
เป็
นการรํ
าประกอบ
เพลงกั
นตรึ
มซึ
ง มี
ความหมายว่
าเลิ
กหรื
อหยุ
ด และ
กระโน้
ปติ
งต็
อง
เป็
นการละเล่
นที่
เลี
ยนแบบลี
ลาท่
าทางการ
เคลื่
อนไหวของตั
กแตนตํ
าข้
าว เป็
นการเต้
น เพื่
อความสนุ
กสนานในวงมโหรี
ซึ
งรู
ปแบบการเต้
น ดนตรี
และ
เพลง มี
ความแตกต่
างกั
น แต่
ในระยะแรกไม่
ได้
เน้
นรู
ปแบบมากนั
ก จั
ดกั
นตามความพร้
อมของแต่
ละท้
องถิ
เมื่
อมี
การพั
ฒนาและนํ
าไปสู
การแสดงสาธารณะมากขึ
น ก็
มี
วิ
วั
ฒนาการของรู
ปแบบการเต้
น ดนตรี
และ
เพลง มาเป็
นลํ
าดั
บ สํ
าหรั
บการแสดงกระโน้
ปติ
งต็
องมี
ดั
งนี
ยุ
คที่
๑ เริ่
มแรกการประดิ
ษฐ์
การละเล่
นกระโน้
ปติ
งต็
อง(พ.ศ. ๒๔๘๐-๒๕๐๖)
ในยุ
คเริ
มแรกนั
น เป็
นการแสดงในหมู
บ้
าน การเต้
นจึ
งที่
เน้
นความสนุ
กสนาน รื่
นเริ
ง ไม่
มี
รู
ปแบบ
การเต้
นที่
ตายตั
ว การเต้
นเน้
นหนั
กไปในการเลี
ยนแบบให้
เหมื
อนท่
าทางของตั ๊
กแตนตํ
าข้
าวให้
มากที่
สุ
ส่
วนเพลงก็
เป็
นการด้
นกลอนสดซึ
งต้
องอาศั
ยผู
ที่
มี
ความรู
ความสามารถอย่
างสู
ง ซึ
งมั
กจะกล่
าวถึ
งธรรมชาติ