คู ่
มื
อประกอบการเรี
ยนการสอน
กระโน้
ปติ
งต็
อง
๕
ยุ
คที่
๑ เริ่
มแรกการประดิ
ษฐ์
การละเล่
นกระโน้
ปติ
งต็
อง(พ.ศ. ๒๔๘๐ – ๒๕๐๖)
ในยุ
คนี
้
มี
บุ
คคลสํ
าคั
ญ ๓ คนที่
เป็
นผู
้
ก่
อตั
้
งและทํ
าให้
กระโน้
ปติ
งต็
อง คื
อ นายเต็
น ตระการดี
นายเหื
อน ตรงศู
นย์
ดี
และครู
ยั
นต์
ยี่
สุ
่
นศรี
ในช่
วงนี
้
เป็
นการพั
ฒนาท่
าเต้
นมาจากตั
๊
กแตนตํ
าข้
าวกํ
าลั
งเกี
้
ยวพาราสี
กั
นและผสมพั
นธุ
์
กั
น การสื่
อ
ความหมายจากท่
าการเต้
น คื
อการงอมื
อและยกแขนให้
เหมื
อนตั
๊
กแตนตํ
าข้
าวมากที่
สุ
ด และมี
การเต้
นตามแต่
จิ
นตนาการผู
้
เต้
นไม่
มี
รู
ปแบบตายตั
ว เน้
นท่
าทางให้
เกิ
ดความตลกขบขั
นและความสนุ
กสนานเป็
นสํ
าคั
ญ
ยุ
คที่
๒ การเผยแพร่
โดยนายอํ
าเภอเสนอ มู
ลศาสตร์
(พ.ศ. ๒๕๐๖ – ๒๕๔๐)
ในยุ
คนี
้
มี
นายเสนอ มู
ลศาสตร์
(นายอํ
าเภอปราสาทในขณะนั
้
น) ได้
เข้
าไปส่
งเสริ
มสนั
บสนุ
น นํ
า
การแสดงกระโน้
ปติ
งต็
อง จากตํ
าบลไพล(ปั
จจุ
บั
นคื
อ ต.เชื
้
อเพลิ
ง) อํ
าเภอปราสาท ไปสู
่
การแสดงในระดั
บ
จั
งหวั
ดและระดั
บประเทศ ทํ
าให้
กระโน้
ปติ
งต็
องเกิ
ดการแพร่
หลายมาจนถึ
งปั
จจุ
บั
น
เมื่
อมี
นั
กปกครองและหน่
วยราชการได้
เข้
ามาร่
วมส่
งเสริ
มและพั
ฒนา เช่
น พั
ฒนาชุ
มชนอํ
าเภอ
ปราสาท ศึ
กษาธิ
การอํ
าเภอปราสาท ฯลฯ จึ
งเกิ
ดการพั
ฒนาเพื่
อให้
การแสดงมี
ความน่
าสนใจมากขึ
้
น และเมื่
อ
มี
การนํ
าไปแสดงทั
้
งในระดั
บจั
งหวั
ด ระดั
บชาติ
โดยเฉพาะการนํ
าไปแสดงต่
อหน้
าพระที่
นั
่
ง จึ
งมี
การปรั
บ
การแสดงให้
เป็
นรู
ปแบบมากขึ
้
น โดยมี
การกํ
าหนดท่
าเดิ
นออก ท่
าเคารพผู
้
ชม มี
การแปรเป็
นรู
ปขบวนต่
าง
ๆ แต่
ย ั
งยึ
ดการสื่
อความหมายคล้
ายในยุ
คต้
นพอจะแบ่
งได้
ดั
งนี
้
๑ การแสดงการต้
อนรั
บ
๒ การเคลื่
อนไหวโลดเต้
นไปตามธรรมชาติ
ของตั
๊
กแตนตํ
าข้
าว
๓ การแสดงความเคารพ
๔ อาการร่
าเริ
งสนุ
กสนาน และเกี
้
ยวพาราสี
๕ การผสมพั
นธุ
์
ระหว่
างตั
วผู
้
ตั
วเมี
ย
๖ การประดิ
ษฐ์
ท่
าทางให้
เกิ
ดความตลกขบขั
น
ในระยะนี
้
มี
หลายหน่
วยงานต่
างก็
มี
การฝึ
กซ้
อมและนํ
าออกแสดง ตามความเข้
าใจและการถ่
ายทอด
จากการบอกเล่
าการชมการแสดง เริ
่
มมี
การนํ
าวิ
ชาการเข้
ามาประยุ
กต์
ใช้
บ้
าง แต่
ย ั
งยึ
ดถื
อแบบอย่
างจากดั
้
งเดิ
ม
การแต่
งกายชั
ดเจนขึ
้
น
ทํ
าให้
ท่
าทางการสื่
อความหมายง่
ายขึ
้
น
แต่
ส่
วนใหญ่
ย ั
งยึ
ดถื
อแบบอย่
างการสื่
อ
ความหมายจากดั
้
งเดิ
ม
ยุ
คที่
๓ ปฏิ
รู
ปการศึ
กษา(พ.ศ. ๒๕๔๐ - ปั
จจุ
บั
น)
ในยุ
คนี
้
เป็
นยุ
คปฏิ
รู
ปการศึ
กษาสื
บเนื่
องมาจากรั
ฐธรรมนู
ญแห่
งราชอาณาจั
กรไทย พ.ศ. ๒๕๔๐
ได้
ให้
ความสํ
าคั
ญต่
อการกระจายอํ
านาจ การมี
ส่
วนร่
วมของประชาชน และด้
านการศึ
กษา ศาสนาและ
วั
ฒนธรรม