Page 139 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

คู ่
มื
อประกอบการเรี
ยนการสอน
กระโน้
ปติ
งต็
อง
และหน่
วยงานต่
าง ๆ แต่
การจั
ดการศึ
กษาในเรื่
องของหลั
กสู
ตรท้
องถิ
นย ั
งคงอยู
เช่
นเดิ
มใน พระราชบั
ญญั
ติ
การศึ
กษาแห่
งชาติ
พ.ศ. ๒๕๔๒ และที่
แก้
ไขเพิ
มเติ
ม (ฉบั
บที่
๒) พ.ศ. ๒๕๔๕ โดยปรากฏในมาตรา ๒๗
วรรค ๒ ให้
สถานศึ
กษาขั
นพื
นฐานมี
หน้
าที่
จั
ดทํ
าสาระของหลั
กสู
ตรตามวั
ตถุ
ประสงค์
ในวรรคหนึ
งในส่
วนที่
เกี่
ยวกั
บสภาพปั
ญหาในชุ
มชนและสั
งคมภู
มิ
ปั
ญญาท้
องถิ ่
น คุ
ณลั
กษณะอั
นพึ
งประสงค์
เพื่
อเป็
นสมาชิ
กที่
ดี
ของครอบครั
วชุ
มชน สั
งคม และประเทศชาติ
ในยุ
คปฏิ
รู
ปการศึ
กษาก่
อเกิ
ดการจั
ดทํ
าหลั
กสู
ตรท้
องถิ
น และหลั
กสู
ตรการศึ
กษาขั
นพื
นฐาน
พ.ศ. ๒๕๔๔ ได้
กํ
าหนดหลั
กการ ข้
อ ๑ เป็
นการจั
ดการศึ
กษาเพื่
อความเป็
นเอกภาพของชาติ
มุ
งเน้
นความ
เป็
นไทย
ควบคู
ความเป็
นสากล และมี
จุ
ดหมาย ข้
อ ๘ มี
จิ
ตสํ
านึ
กในการอนุ
รั
กษ์
ภาษาไทย
ศิ
ลปะ วั
ฒนธรรม
ประเพณี
กี
ฬา
ภู
มิ
ปั
ญญาไทย
ทรั
พยากรธรรมชาติ
และสิ
งแวดล้
อม และมี
โครงสร้
างหลั
กสู
ตรที่
มี
การจั
ดแบ่
ช่
วงชั
นเรี
ยนออกเป็
น ๔
ช่
วงชั
น ตั
งแต่
ชั
นประถมปี
ที่
ถึ
ง ๖
โดยมี
กลุ
มสาระการเรี
ยนรู
ศิ
ลปะ
ประกอบด้
วย ๓ สาระ
ทั
ศนศิ
ลป์
ดนตรี
และนาฏศิ
ลป์
มี
การวิ
จั
ยในชั
นเรี
ยนที่
เป็
นบทบาทและภารกิ
จที่
ครู
ผู
สอนต้
องจั
ดทํ
าหลั
กสู
ตรท้
องถิ
น รวมทั
งการทํ
าผลงานเพื่
อเพิ
มวิ
ทยฐานะ ก่
อให้
เกิ
ดกระแสการศึ
กษา
ค้
นคว้
า วิ
จั
ย ภู
มิ
ปั
ญญาท้
องถิ
น ซึ
ง “กระโน้
ปติ
งต็
อง” เป็
นการละเล่
นและการแสดงหนึ
งที่
ได้
รั
บความสนใจ
และมี
การฟื
นฟู
อย่
างจริ
งจั
งในยุ
คนี
๑.๓ การสื่
อความหมายในการแสดงกระโน้
ปติ
งต็
อง
จั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
มี
อารยธรรมที่
สื
บต่
อและพั
ฒนามาเป็
นเวลายาวนาน มี
ขนบธรรมเนี
ยมประเพณี
เพลง
และการละเล่
นพื
นบ้
าน หลากหลายภาษาทั
งภาษาไทย เขมร ส่
วย และลาว ในกลุ
มชาติ
พั
นธุ
เขมรมี
การละเล่
หลากหลาย ซึ
งในเพลงและการละเล่
นพื
นบ้
านของสุ
ริ
นทร์
ทั
งหมด มี
การละเล่
นที่
พั
ฒนามาจากสั
ตว์
เป็
นครั
แรก คื
อมี
การเลี
ยนแบบลี
ลาท่
าทางการเคลื่
อนไหว และการเกี
ยวพาราสี
ที่
สนุ
กสนานร่
าเริ
ง ของตั ๊
กแตนตํ
ข้
าว มาเป็
นการเต้
น“กระโน้
ปติ
งต็
อง” เพื่
อการละเล่
น เพื่
อความสนุ
กสนานและตลกขบขั
นในหมู
บ้
าน ใน
บางช่
วงห่
างหายขาดการส่
งเสริ
ความเป็
นมาของกระโน้
ปติ
งต็
องได้
มี
การบั
นทึ
กและเล่
าสื
บต่
อกั
นมา
หลายกระแส และมี
การพั
ฒนาการสื่
อความหมายจากเดิ
มไม่
ได้
มี
ความหมายมากไปกว่
าลั
กษณะการ
เคลื่
อนไหวของตั ๊
กแตนตํ
าข้
าว ซึ
งสามารถแบ่
งออกเป็
น ๓ ยุ
คได้
ดั
งนี