คู ่
มื
อประกอบการเรี
ยนการสอน
กระโน้
ปติ
งต็
อง
๔
และหน่
วยงานต่
าง ๆ แต่
การจั
ดการศึ
กษาในเรื่
องของหลั
กสู
ตรท้
องถิ
่
นย ั
งคงอยู
่
เช่
นเดิ
มใน พระราชบั
ญญั
ติ
การศึ
กษาแห่
งชาติ
พ.ศ. ๒๕๔๒ และที่
แก้
ไขเพิ
่
มเติ
ม (ฉบั
บที่
๒) พ.ศ. ๒๕๔๕ โดยปรากฏในมาตรา ๒๗
วรรค ๒ ให้
สถานศึ
กษาขั
้
นพื
้
นฐานมี
หน้
าที่
จั
ดทํ
าสาระของหลั
กสู
ตรตามวั
ตถุ
ประสงค์
ในวรรคหนึ
่
งในส่
วนที่
เกี่
ยวกั
บสภาพปั
ญหาในชุ
มชนและสั
งคมภู
มิ
ปั
ญญาท้
องถิ ่
น คุ
ณลั
กษณะอั
นพึ
งประสงค์
เพื่
อเป็
นสมาชิ
กที่
ดี
ของครอบครั
วชุ
มชน สั
งคม และประเทศชาติ
ในยุ
คปฏิ
รู
ปการศึ
กษาก่
อเกิ
ดการจั
ดทํ
าหลั
กสู
ตรท้
องถิ
่
น และหลั
กสู
ตรการศึ
กษาขั
้
นพื
้
นฐาน
พ.ศ. ๒๕๔๔ ได้
กํ
าหนดหลั
กการ ข้
อ ๑ เป็
นการจั
ดการศึ
กษาเพื่
อความเป็
นเอกภาพของชาติ
มุ
่
งเน้
นความ
เป็
นไทย
ควบคู
่
ความเป็
นสากล และมี
จุ
ดหมาย ข้
อ ๘ มี
จิ
ตสํ
านึ
กในการอนุ
รั
กษ์
ภาษาไทย
ศิ
ลปะ วั
ฒนธรรม
ประเพณี
กี
ฬา
ภู
มิ
ปั
ญญาไทย
ทรั
พยากรธรรมชาติ
และสิ
่
งแวดล้
อม และมี
โครงสร้
างหลั
กสู
ตรที่
มี
การจั
ดแบ่
ง
ช่
วงชั
้
นเรี
ยนออกเป็
น ๔
ช่
วงชั
้
น ตั
้
งแต่
ชั
้
นประถมปี
ที่
๑
ถึ
ง ๖
โดยมี
กลุ
่
มสาระการเรี
ยนรู
้
ศิ
ลปะ
ประกอบด้
วย ๓ สาระ
ทั
ศนศิ
ลป์
ดนตรี
และนาฏศิ
ลป์
มี
การวิ
จั
ยในชั
้
นเรี
ยนที่
เป็
นบทบาทและภารกิ
จที่
ครู
ผู
้
สอนต้
องจั
ดทํ
าหลั
กสู
ตรท้
องถิ
่
น รวมทั
้
งการทํ
าผลงานเพื่
อเพิ
่
มวิ
ทยฐานะ ก่
อให้
เกิ
ดกระแสการศึ
กษา
ค้
นคว้
า วิ
จั
ย ภู
มิ
ปั
ญญาท้
องถิ
่
น ซึ
่
ง “กระโน้
ปติ
งต็
อง” เป็
นการละเล่
นและการแสดงหนึ
่
งที่
ได้
รั
บความสนใจ
และมี
การฟื
้
นฟู
อย่
างจริ
งจั
งในยุ
คนี
้
๑.๓ การสื่
อความหมายในการแสดงกระโน้
ปติ
งต็
อง
จั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
มี
อารยธรรมที่
สื
บต่
อและพั
ฒนามาเป็
นเวลายาวนาน มี
ขนบธรรมเนี
ยมประเพณี
เพลง
และการละเล่
นพื
้
นบ้
าน หลากหลายภาษาทั
้
งภาษาไทย เขมร ส่
วย และลาว ในกลุ
่
มชาติ
พั
นธุ
์
เขมรมี
การละเล่
น
หลากหลาย ซึ
่
งในเพลงและการละเล่
นพื
้
นบ้
านของสุ
ริ
นทร์
ทั
้
งหมด มี
การละเล่
นที่
พั
ฒนามาจากสั
ตว์
เป็
นครั
้
ง
แรก คื
อมี
การเลี
ยนแบบลี
ลาท่
าทางการเคลื่
อนไหว และการเกี
้
ยวพาราสี
ที่
สนุ
กสนานร่
าเริ
ง ของตั ๊
กแตนตํ
า
ข้
าว มาเป็
นการเต้
น“กระโน้
ปติ
งต็
อง” เพื่
อการละเล่
น เพื่
อความสนุ
กสนานและตลกขบขั
นในหมู
่
บ้
าน ใน
บางช่
วงห่
างหายขาดการส่
งเสริ
ม
ความเป็
นมาของกระโน้
ปติ
งต็
องได้
มี
การบั
นทึ
กและเล่
าสื
บต่
อกั
นมา
หลายกระแส และมี
การพั
ฒนาการสื่
อความหมายจากเดิ
มไม่
ได้
มี
ความหมายมากไปกว่
าลั
กษณะการ
เคลื่
อนไหวของตั ๊
กแตนตํ
าข้
าว ซึ
่
งสามารถแบ่
งออกเป็
น ๓ ยุ
คได้
ดั
งนี
้