คู ่
มื
อประกอบการเรี
ยนการสอน
กระโน้
ปติ
งต็
อง
๓
ประเพณี
งานรื่
นเริ
งต่
าง ๆ ภายในหมู
่
บ้
าน (บ้
านโพธิ
์
กอง) เช่
น งานสงกรานต์
งานแห่
กฐิ
น แห่
นาค งาน
แห่
ขั
นหมาก โดยในยุ
คแรกของการแสดงกระโน้
ปติ
งต็
อง จะเป็
นการทํ
าท่
าเลี
ยนแบบท่
าทางธรรมชาติ
ของ
ตั ๊
กแตนตํ
าข้
าวตามจิ
นตนาการของผู
้
แสดงเท่
านั
้
น ต่
อมาครู
ย ั
นต์
ยี่
สุ
่
นศรี
ได้
นํ
าเอาการแสดงชุ
ดนี
้
ถ่
ายทอด
ให้
กั
บนั
กเรี
ยนโรงเรี
ยนบ้
านโพธิ
์
กอง และได้
สื
บทอดต่
อกั
นเรื่
อยมาจนถึ
งปั
จจุ
บั
น
ยุ
คที่
๒ การเผยแพร่
โดยนายอํ
าเภอเสนอ มู
ลศาสตร์
(พ.ศ. ๒๕๐๖ - ๒๕๔๐)
ในยุ
คนี
้
มี
นายเสนอ มู
ลศาสตร์
(นายอํ
าเภอปราสาทในขณะนั
้
น)ได้
เข้
าไปส่
งเสริ
มสนั
บสนุ
น นํ
า
การแสดงกระโน้
ปติ
งต็
อง จากตํ
าบลไพล
อํ
าเภอปราสาท ไปสู
่
การแสดงในระดั
บจั
งหวั
ดและ
ระดั
บประเทศ ทํ
าให้
กระโน้
ปติ
งต็
องเกิ
ดการแพร่
หลายมาจนถึ
งปั
จจุ
บั
น
ในระยะแรกการแสดงกระโน้
ปติ
งต็
องได้
รั
บความนิ
ยมและมี
ชื่
อเสี
ยงมากยิ
่
งขึ
้
น เมื่
อนายเสนอ
มู
ลศาสตร์
นายอํ
าเภอปราสาทในขณะนั
้
น ให้
การส่
งเสริ
ม สนั
บสนุ
น และมี
การปรั
บการแสดงให้
เป็
น
รู
ปแบบมากขึ
้
น โดยมี
การกํ
าหนดท่
าเดิ
นออก ท่
าเคารพผู
้
ชม การแปรขบวนต่
าง ๆ และมี
การออกแบบ
เสื
้
อผ้
าสํ
าหรั
บการแสดงกระโน้
ปติ
งต็
อง เพื่
อให้
การแสดงมี
ความน่
าสนใจมากขึ
้
น โดยหน่
วยราชการได้
เข้
า
มาร่
วมส่
งเสริ
มและพั
ฒนา เช่
น พั
ฒนาชุ
มชนอํ
าเภอปราสาท ศึ
กษาธิ
การอํ
าเภอปราสาท ฯลฯ จากนั
้
น ราว
พ.ศ. ๒๕๐๙ ได้
นํ
าไปเผยแพร่
ทางโทรทั
ศน์
ช่
อง ๑๑ จั
งหวั
ดขอนแก่
น ต่
อมาได้
นํ
าการแสดงกระโน้
ป
ติ
งต็
องไปแสดงต่
อหน้
าพระที่
นั
่
ง ทั
้
งในจั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
และที่
พระตํ
าหนั
กภู
พานราชนิ
เวศน์
จั
งหวั
ดสกลนคร
และจากนั
้
นก็
มี
โอกาสนํ
าไปแสดงในงานที่
ยิ ่
งใหญ่
ระดั
บชาติ
และนานาชาติ
หลายครั
้
ง เช่
น งานชุ
มนุ
มลู
กเสื
อ
โลกซึ
่
งจั
ดขึ
้
นที่
กรุ
งเทพมหานคร งานช้
างจั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
ในปี
พ.ศ. ๒๕๒๒ อาจารย์
พั
สตราภรณ์
วิ
สสุ
รั
กษ์
ได้
นํ
าเอาการแสดงกระโน้
ปติ
งต็
องเข้
าไปสอน
ให้
กั
บนั
กศึ
กษาวิ
ชาโทนาฏศิ
ลป์
วิ
ทยาลั
ยครู
สุ
ริ
นทร์
(มหาวิ
ทยาลั
ยราชภั
ฏสุ
ริ
นทร์
ในขณะนั
้
น)และได้
นํ
าออก
แสดงในงานต่
าง ๆ ควบคู
่
ไปกั
บการแสดงในชุ
ดอื่
น ๆ ทํ
าให้
กระโน้
ปติ
งต็
องเกิ
ดการแพร่
หลายเข้
าไปสู
่
โรงเรี
ยนต่
าง ๆ เช่
น โรงเรี
ยนสุ
รวิ
ทยาคาร โรงเรี
ยนโสตศึ
กษาสุ
ริ
นทร์
โรงเรี
ยนสุ
ริ
นทรศึ
กษา ฯลฯ
ยุ
คที่
๓ ปฏิ
รู
ปการศึ
กษา(พ.ศ. ๒๕๔๐ - ปั
จจุ
บั
น)
ในยุ
คนี
้
เป็
นยุ
คปฏิ
รู
ปการศึ
กษาสื
บเนื่
องมาจากรั
ฐธรรมนู
ญแห่
งราชอาณาจั
กรไทย พ.ศ. ๒๕๔๐
ได้
ให้
ความสํ
าคั
ญต่
อการกระจายอํ
านาจ การมี
ส่
วนร่
วมของประชาชน และด้
านการศึ
กษา ศาสนาและ
วั
ฒนธรรม
พระราชบั
ญญั
ติ
การศึ
กษาแห่
งชาติ
พ.ศ. ๒๕๔๒ เป็
นการรองรั
บรั
ฐธรรมนู
ญแห่
งราชอาณาจั
กร
ไทย พ.ศ. ๒๕๔๐ จึ
งมี
กฎหมายการศึ
กษามารองรั
บคื
อซึ
่
งได้
บั
ญญั
ติ
ให้
มี
กระทรวงการศึ
กษา ศาสนา และ
วั
ฒนธรรม แต่
มี
การแก้
ไขและแบ่
งแยกกระทรวงทบวง กรม ในยุ
ครั
ฐบาลนายกทั
กษิ
ณ ชิ
นวั
ตร มี
การ
ปรั
บปรุ
งกระทรวง ทบวง กรม ได้
มี
การแยกการศึ
กษา ศาสนา และวั
ฒนธรรม ออกจากกั
นไปอยู
่
กระทรวง