Page 109 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

๙๕
๑.๒ การสื่
อความหมายในการแสดงกระโน้
ปติ
งต็
อง
จั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
มี
อารยธรรมที่
สื
บต่
อและพั
ฒนามาเป็
นเวลายาวนาน มี
ขนบธรรมเนี
ยมประเพณี
เพลง
และการละเล่
นพื
นบ้
าน หลากหลายภาษาทั
งภาษาไทย เขมร ส่
วย และลาว ในกลุ
มชาติ
พั
นธุ
เขมรมี
การละเล่
หลากหลาย ซึ
งในเพลงและการละเล่
นพื
นบ้
านของสุ
ริ
นทร์
ทั
งหมด มี
การละเล่
นที่
พั
ฒนามาจากสั
ตว์
เป็
นครั
แรก คื
อมี
การเลี
ยนแบบลี
ลาท่
าทางการเคลื่
อนไหว และการเกี
ยวพาราสี
ที่
สนุ
กสนานร่
าเริ
ง ของตั ๊
กแตนตํ
ข้
าว มาเป็
นการเต้
น“กระโน้
ปติ
งต็
อง ” เพื่
อการละเล่
น เพื่
อความสนุ
กสนานและตลกขบขั
นในหมู
บ้
าน ต่
อมา
เป็
นการแสดงที่
นิ
ยมแพร่
หลาย มี
การนํ
าไปแสดงหน้
าพระที่
นั
ง และในบางช่
วงห่
างหายขาดการส่
งเสริ
ความเป็
นมาของกระโน้
ปติ
งต็
อง ได้
มี
การบั
นทึ
กและเล่
าสื
บต่
อกั
นมาหลายกระแส และมี
การพั
ฒนาการสื่
ความหมายจากเดิ
มไม่
ได้
มี
ความหมายมากไปกว่
าลั
กษณะการเคลื่
อนไหวของตั ๊
กแตนตํ
าข้
าว ซึ
งสามารถแบ่
ออกเป็
น ๓ ยุ
คได้
ดั
งนี
ยุ
คที่
๑ เริ่
มแรกการประดิ
ษฐ์
การละเล่
นกระโน้
ปติ
งต็
อง (พ.ศ. ๒๔๘๐ – ๒๕๐๖)
เป็
นการพั
ฒนาท่
าเต้
นมาจากตั ๊
กแตนตํ
าข้
าวกํ
าลั
งเกี
ยวพาราสี
กั
นและผสมพั
นธุ
กั
น การสื่
อความหมาย
จากท่
าการเต้
น คื
อการงอมื
อและยกแขนเหมื
อนตั
กแตนตํ
าข้
าว และมี
การเต้
นตามแต่
จิ
นตนาการผู
เต้
นไม่
มี
รู
ปแบบตายตั
ว ไม่
ได้
เน้
นการสื่
อความหมายจากท่
าเต้
นมากนั
ก เพราะเป็
นการประดิ
ษฐ์
เนื
อร้
องประกอบ
ท่
าทาง ซึ
งจะอธิ
บายความหมายด้
วยภาษาร้
อง ซึ
งมี
การด้
นกลอนสดเป็
นเนื
อร้
องตามความสามารถของผู
ร้
อง
โดยจะแบ่
งได้
ดั
งนี
๑. การเคลื่
อนไหวโลดเต้
นไปตามธรรมชาติ
ของตั
กแตนตํ
าข้
าว
๒. อาการร่
าเริ
งสนุ
กสนาน และเกี
ยวพาราสี
๓. การผสมพั
นธุ
ระหว่
างตั
วผู
ตั
วเมี
๔. การประดิ
ษฐ์
ท่
าทางให้
เกิ
ดความตลกขบขั
ยุ
คที่
๒ การเผยแพร่
โดยนายอํ
าเภอเสนอ มู
ลศาสตร์
(พ.ศ. ๒๕๐๖ – ๒๕๔๐)
เมื่
อมี
นั
กปกครองและหน่
วยราชการได้
เข้
ามาร่
วมส่
งเสริ
มและพั
ฒนา เช่
น พั
ฒนาชุ
มชนอํ
าเภอ
ปราสาท ศึ
กษาธิ
การอํ
าเภอปราสาท ฯลฯ จึ
งเกิ
ดการพั
ฒนาเพื่
อให้
การแสดงมี
ความน่
าสนใจมากขึ
น และเมื่
มี
การนํ
าไปแสดงทั
งในระดั
บจั
งหวั
ด ระดั
บชาติ
โดยเฉพาะการนํ
าไปเสนอต่
อหน้
าพระที่
นั
ง จึ
งมี
การปรั
บการ
แสดงให้
เป็
นรู
ปแบบมากขึ
น โดยมี
การกํ
าหนดท่
าเดิ
นออก ท่
าเคารพผู
ชม มี
การแปรเป็
นรู
ปขบวนต่
าง ๆ แต่
ย ั
งยึ
ดการสื่
อความหมายคล้
ายในยุ
คต้
นจะแบ่
งได้
ดั
งนี
๑. การแสดงการต้
อนรั
๒. การเคลื่
อนไหวโลดเต้
นไปตามธรรมชาติ
ของตั
กแตนตํ
าข้
าว
๓. การแสดงความเคารพ
๔. อาการร่
าเริ
งสนุ
กสนาน และเกี
ยวพาราสี