๘๔
๑.๑) ความหมายของประเพณี
บุ
ญกํ
าฟ้
า
สํ
าหร ั
บความหมายของประเพณี
บุ
ญกํ
าฟ้
า พบว่
าชาวพวนบ้
านหาดเสี
้
ยวให้
ความหมายเช่
นเดี
ยวกั
บชาวพวนแห่
งอื
่
น โดยอธิ
บายว่
า “กํ
า” หมายถึ
ง การยึ
ดถื
อว่
าคื
อในวั
นนั
้
นจะ
ไม่
ตํ
าข้
าว จะไม่
ผ่
าฟื
น จะไม่
มี
การทํ
าเสี
ยงดั
ง โดยมี
การอธิ
บายเพิ่
มเติ
มว่
าเป็
นกลอุ
บายของบรรพ
บุ
รุ
ษเพื
่
อให้
มี
วั
ดหยุ
ดนั
่
นเอง (สง่
า เกิ
ดใหญ่
, ๒๕๕๐: สั
มภาษณ์
)
กลอุ
บายดั
งกล่
าวครู
อุ
ทิ
ศ กุ
มาร อดี
ตผู
้
อํ
านวยการโรงเรี
ยนเมื
องเชลี
ยงและ
ศิ
ลปิ
นดี
เด่
นจั
งหวั
ดสุ
โขทั
ย สาขาวรรณศิ
ลป์
ประจํ
าปี
พ.ศ. ๒๕๔๒ สั
นนิ
ษฐานว่
าประเพณี
กํ
าฟ้
าบ้
าน
หาดเสี
้
ยวเกิ
ดขึ
้
นจากเงื
่
อนไขที
่
ชาวพวนในอดี
ตจะทอผ้
าหลั
งฤดู
เก็
บเกี
่
ยวเพื
่
อจะนํ
าไปจํ
าหน่
ายในงาน
พระแท่
นศิ
ลาอาสน์
จั
งหวั
ดอุ
ตรดิ
ตถ์
ในช่
วงเดื
อน ๓ แต่
เนื
่
องจากเกรงว่
าจะทอผ้
าหั
กโหมเกิ
นไปจึ
งใช้
ประเพณี
บุ
ญกํ
าฟ้
าช่
วยให้
พั
กผ่
อนมากขึ
้
น ความว่
า
“…พอเสร็
จหน้
านาเขาก็
จะมาทอผ้
ากั
น จะเป็
นอุ
บายของบรรพบุ
รุ
ษยั
งไง
ไม่
รู
้
นะ เพราะว่
าการทอผ้
านั
่
นเขาจะต้
องเอาผ้
าไปขายที
่
งานวั
ดพระแท่
นศิ
ลาอาสน์
ที
่
จั
งหวั
ดอุ
ตรดิ
ตถ์
เพราะว่
าขายผ้
าที
่
นั
่
นจะขายดี
มาก แล้
วสมั
ยก่
อนนี
่
บุ
ญสิ
บสี
่
คํ
่
านี
่
คนมื
ด
ฟ้
ามั
วดิ
นเลยนะ มากมายแต่
ตอนนี
้
เริ
่
มจื
ดจาง … แต่
ที
นี
้
บรรพบุ
รุ
ษคงเห็
นว่
าก่
อนที
่
จะเอา
ผ้
าไปขายที
่
วั
ดพระแท่
นศิ
ลาอาสน์
ในเทศกาลงานประจํ
าปี
นั
้
น เกรงว่
าคนทอผ้
าจะหั
กโหม
เกิ
นไป จึ
งมี
อุ
บายให้
หยุ
ดโดยมี
เทศกาลกํ
าฟ้
าขึ
้
นมา …”
(อุ
ทิ
ศ กุ
มาร, ๒๕๕๐: สั
มภาษณ์
)
นอกจากนี
้
ชาวพวนบ้
านหาดเสี
้
ยวยั
งอธิ
บายความหมายของประเพณี
บุ
ญกํ
า
ฟ้
าเพื
่
อการพยากรณ์
การทํ
าเกษตรกรรมประจํ
าปี
โดยเฉพาะการทํ
านาจากการฟ ั
งเสี
ยงฟ้
าร้
อง
“...
เขาฟ ั
งเสี
ยงฟ้
าร้
อง ... มั
นจะมี
เป้
าหมาย ... เมื
่
อก่
อนก็
ทํ
านาปี
ละคร ั
้
ง ก็
เอามาทํ
านายเอานาปี
ดี
ไหม
มั
นไม่
มี
ปฏิ
ทิ
นก็
จะฟ ั
งจากธรรมชาติ
ว่
าดี
ไหม ...”
(แจ่
มจั
นทร์
โพธิ
์
บั
ว, ๒๕๕๐: สั
มภาษณ์
)
ข้
อมู
ลจากการสั
มภาษณ์
พบว่
าประเพณี
บุ
ญกํ
าฟ้
าบ้
านหาดเสี
้
ยวจํ
านวน ๓ คร ั
้
ง
ได้
แก่
(แจ่
มจั
นทร์
โพธิ
์
บั
ว, ๒๕๕๐: สั
มภาษณ์
สาธร โสร ั
จประสพสั
นติ
, ๒๕๕๐: สั
มภาษณ์
และ
วิ
ฑู
รย์
พานิ
ชพั
นธเวศ, ๒๕๕๐: สั
มภาษณ์
)
๑. คร ั
้
งที
่
หนึ
่
ง ระหว่
างวั
นขึ
้
น ๒ คํ
่
า เดื
อน ๓ จนถึ
งวั
นขึ
้
น ๓ คํ
่
า เดื
อน ๓ เป็
น
การกํ
าเต็
มวั
นเริ่
มต้
นภายหลั
งจากพระอาทิ
ตย์
ตกของวั
นขึ
้
น ๒ คํ
่
า จนถึ
งวั
นขึ
้
น ๓ คํ
่
า ทั
้
งนี
้
ชาวพวน
บ้
านหาดเสี
้
ยวจะไม่
ทํ
างานโดยมี
คํ
ากล่
าวว่
า “ไม่
ตํ
าข้
าว ไม่
ทอผ้
า ไม่
ผ่
าฟื
น” แต่
จะมี
การละเล่
นต่
างๆ
ในเวลากลางคื
นเช่
น นางกวั
ก ลู
กช่
วง หรื
อหม่
าอื
้
อ (ไม้
หึ
่
ง) ลาวกระทบไม้
กะเลิ
้
งเกิ
้
งกั
บ หมากตี
่
หมากเตย เป็
นต้
น