๗๗
บ้
าน เมื
่
อคนในบ้
านร ั
บประทานอาหารเย็
นเป็
นที
่
เรี
ยบร้
อยแล้
วสมาชิ
กในบ้
านทุ
กคนจะเหลื
อ
อาหารไว้
คนละหนึ
่
งคํ
าพร้
อมกั
บวางไว้
ในกระทง เมื
่
อถึ
งรุ
่
งเช้
าวั
นแรม ๑๒ คํ
่
าจะนํ
ากระทงไปทิ
้
ง
แม่
นํ
้
าลํ
าคลองเพื
่
อเป็
นการ “ส่
งผี
ย่
าผี
เกี
ยง” พร้
อมกล่
าวว่
า
“ผี
กิ
นได้
ไส้
ฮี
ผี
กิ
นดี
ท้
องกว้
าง จ่
งไป
นํ
าผี
ย่
าผี
เกี
ยงเฮ่
อเมิ
ดเฮ่
อเสี
้
ยงเน้
อ”
และนํ
ามี
ดไปเคาะฝาบ้
านทุ
กหลั
งด้
วย (วิ
เชี
ยร วงศ์
วิ
เศษ,
๒๕๒๕ : ๑๑๕)
๒. ประเพณี
กํ
าเมื่
อมี
คนเกิ
ด
ความหมายของการกํ
าเมื
่
อมี
คนเกิ
ดหมายถึ
งการอยู
่
ไฟ (สมศั
กดิ
์
ศรี
สั
นติ
สุ
ข,
๒๕๔๒ : ๓๒) ซึ
่
งพบว่
าการกํ
าหรื
อการอยู
่
ไฟดั
งกล่
าวเป็
นประเพณี
ที
่
เกิ
ดกั
บกลุ
่
มชาติ
พั
นธุ
์
พวน
บ้
านนาคู
ณน้
อย เมื
องนาซายทอง แขวงกํ
าแพงนะคอนเวี
ยงจั
น สาธารณร ั
ฐประชาธิ
ปไตย
ประชาชนลาว และไม่
ปรากฏประเพณี
ที
่
ใช้
ชื
่
อนี
้
ในกลุ
่
มชาติ
พั
นธุ
์
พวนของไทย โดยพิ
ธี
การอยู
่
กํ
า
สื
บเนื
่
องจากความเชื
่
อที
่
ว่
าเมื
่
อผู
้
หญิ
งชาวพวนตั
้
งครรภ์
จะต้
องทํ
างานเพื
่
อให้
อยู
่
ไฟง่
ายขึ
้
น แต่
ต้
อง
ปฏิ
บั
ติ
ตรมข้
อห้
ามระหว่
างตั
้
งครรภ์
ต่
างๆ เช่
น ห้
ามมี
เพศสั
มพั
นธ์
ห้
ามนั
่
งบนบั
นได ระมั
ดระวั
ง
เวลาขึ
้
น-ลงบั
นได ไม่
ทานของหวานจั
ด ไม่
ซื
้
อหมู
มาเลี
้
ยง ฯลฯ
เมื
่
อครบกํ
าหนดคลอด หญิ
งมี
ครรภ์
ชาวพวนจะเดิ
นทางไปหาหมอตํ
าแยเพื
่
อ
ทํ
าคลอด โดยคนที
่
รอร ั
บเด็
กซึ
่
งออกมาจากช่
องคลอดจะต้
องมี
คนดี
มี
ศี
ลธรรมไม่
เป็
นคนหย่
าร้
าง
หรื
อเป็
นหม้
าย พร้
อมกั
บพู
ดว่
า
“ให้
เป็
นลู
กคํ
้
าลู
กคู
ณ เป็
นผู
้
รู
้
ผู
้
ดี
ให้
ใหญ่
เพี
ยงถุ
งให้
สู
งเพี
ยงฟ้
า มี
ผ้
าแพรมาร ั
บ เอาให้
เจ้
าใหญ่
กั
บพ่
อแม่
เข้
าไปดงให้
เจ้
าเอาข่
า เข้
าไปป ่
าให้
เจ้
าเอาตอง”
พร้
อมกั
บ
นํ
าเด็
กนอนบนกระด้
ง ตั
ดสายสะดื
้
อด้
วยไม้
ปิ
้
งปลากั
บถ่
านไฟ พร้
อมกั
บนํ
าเงิ
นและทองมาแช่
ใน
นํ
้
าเพื
่
อให้
เด็
กดื
่
ม พร้
อมกั
บคํ
าพู
ดที
่
ว่
า “ปากอมเงิ
น อมทองคํ
า พู
ดกั
บคนๆ ก้
มหน้
าพู
ดกั
บข้
าๆ
ยอมื
อ”
ซึ
่
งหมายถึ
งไม่
เป็
นคนยากจนและมี
สติ
ป ั
ญญาเฉี
ยบแหลม (สมศั
กดิ
์
ศรี
สั
นติ
สุ
ข, ๒๕๔๒ :
๓๑-๓๒)
ภายหลั
งจากการคลอดแล้
วแม่
และเด็
กจะย้
ายไปอยู
่
ในเรื
อนคร ั
วเพื
่
อทํ
าพิ
ธี
กํ
า
โดยหญิ
งที
่
คลอดลู
กใหม่
จะนอนหรื
อนั
่
งบนเตี
ยงทํ
าด้
วยไม้
มี
ราว ใต้
เตี
ยงจะมี
กะละมั
งใส่
ถ่
านเพื
่
อ
ผิ
งไฟหลั
งอาบนํ
้
าร้
อนประมาณ ๖–๑๐ คร ั
้
งต่
อวั
น ร ั
บประทานแต่
ข้
าวจี
่
และข่
าหมกไฟจนกว่
าจะ
ครบ ๕ คื
น จึ
งจะร ั
บประทานปลาจี
่
โดยห้
ามร ั
บประทานปลาที
่
มี
หางแดงและปลาที
่
มี
เงี
่
ยง หรื
อ
สามารถร ั
บประทานอาหารแห้
งได้
เท่
านั
้
น และต้
องดื
่
มนํ
้
าต้
มใบไม้
ที
่
มี
รสเปรี
้
ยวเพื
่
อให้
ผิ
วพรรณ
สดชื
่
น ทั
้
งนี
้
ลู
กคนแรกจะต้
องอยู
่
ไฟนานประมาณ ๒๕–๓๐ วั
นและลู
กคนต่
อมาจะลดลงตามลํ
าดั
บ
(สมศั
กดิ
์
ศรี
สั
นติ
สุ
ข, ๒๕๔๒ : ๓๒)
หลั
งจากออกกํ
าแล้
ว จะมี
การทํ
าพิ
ธี
สู
่
ขวั
ญให้
กั
บแม่
และเด็
กเพื
่
อเป็
นการ
แสดงความยิ
นดี
ที
่
สามารถผ่
านพ้
นช่
วงเวลาที
่
ต้
องอดทนที
่
สุ
ดในชี
วิ
ต (สมศั
กดิ
์
ศรี
สั
นติ
สุ
ข,
๒๕๔๒ : ๓๒)
๓. ประเพณี
กํ
าเมื่
อมี
คนตาย
ประเพณี
ของชาวพวนอี
กประการหนึ
่
ง เชื
่
อว่
าเมื
่
อมี
สมาชิ
กในชุ
มชนเสี
ยชี
วิ
ต
ต้
องมี
การกํ
าคื
อการไม่
ทํ
างานในบ้
านด้
วยเช่
นกั
น การตายของชาวพวนจะถู
กจํ
าแนกออกเป็
น ๒