Page 86 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

๗๕
กลั
บมายั
งภู
มิ
ลํ
าเนาของตน ที
ลานบ้
านจะมี
การทํ
าข้
าวปุ
น ข้
าวจี
และข้
าวหลาม ซึ
งการทํ
าข้
าวจี
แบบพวนนี
แตกต่
างจากข่
าวจี
ของกลุ
มชาติ
พั
นธุ
ไทย-ลาวโดยทั
วไปตรงที
นํ
าข้
าวเหนี
ยวป ั
นเป็
ก้
อนกลมหรื
อรี
และภายในก้
อนข้
าวเหนี
ยวจะใส่
ถั
วหรื
อนํ
าตาลแทน อย่
างไรก็
ดี
ป ั
จจุ
บั
น ขาวจี
ใน
ประเพณี
บุ
ญกํ
าฟ้
ามี
การเปลี
ยนแปลงไปตามสภาพ เช่
น การทํ
าข้
าวจี
แบบใส่
ไข่
การทอดข้
าวจี
ด้
วยนํ
ามั
นแทนการปิ
ง เป็
นต้
น (วี
ระพงศ์
มี
สถาน, ๒๕๓๙ : ๒๖)
ขณะเดี
ยวกั
นไม่
เพี
ยงแต่
ข้
าวจี
และข้
าวหลามจะเป็
นอาหารหลั
กในการถวายพระใน
ประพณี
บุ
ญกํ
าฟ้
าเท่
านั
น แต่
ชาวพวนยั
งมี
การเลี
ยงขนมซึ
งเป็
นขนมที
ทํ
าเฉพาะประเพณี
บุ
ญกํ
ฟ้
าเรี
ยกว่
าขนม “ข้
าวโค้
ง” ซึ
งทํ
ามาจากแป้
งข้
าวเหนี
ยวตํ
าผสมกั
บกล้
วยนํ
าว่
าสุ
กใส่
นํ
าอ้
อยกั
เกลื
อป ั
นเป็
นวงรี
แล้
วทอดอี
กด้
วย (สนอง โกศั
ย, ๒๕๔๑ : ๕๗) เมื
อทํ
าข้
าวปุ
น ข้
าวจี
ข้
าว
หลาม หรื
อข้
าวโค้
งแล้
ว จะเดิ
นทางไปที
วั
ดเพื
อถวายพระในวั
นขึ
น ๓ คํ
าเดื
อน ๓ ต่
อไป
กิ
จกรรมของแต่
ละวั
นในประเพณี
บุ
ญกํ
าฟ้
าของชาวพวน อํ
าเภอศรี
สั
ชนาลั
ย จั
งหวั
สุ
โขทั
ยไว้
ว่
าจั
ดอยู
ในช่
วงวั
นขึ
น ๓ คํ
า ขึ
น ๑๐ คํ
า และขึ
น ๑๕ คํ
า เดื
อน ๓ โดยเริ่
มทํ
าพิ
ธี
กํ
าฟ้
ตั
งแต่
กลางคื
นก่
อนวั
นเริ่
มพิ
ธี
ดั
งนี
(วิ
เชี
ยร วงศ์
วิ
เศษ, ๒๕๒๕ : ๑๑๑–๑๑๔ และธวั
ช ปุ
โณทก, ๒๕๔๒ : ๒๓๒)
๑. คื
นวั
นขึ
น ๒ คํ่
า เดื
อน ๓
เมื
อตะวั
นตกดิ
นแล้
วชาวพวนทุ
กคนต้
องเริ่
มกํ
า โดย
การหยุ
ดทํ
างานจนถึ
งตะวั
นตกดิ
นของวั
นขึ
น ๓ คํ
าเดื
อน ๓ จึ
งสามารถทํ
างานต่
อได้
เรี
ยกว่
“ม้
ม” หรื
อการหมดเขตกํ
า ซึ
งเรี
ยกเป็
นสํ
านวนชาวพวนว่
า “ตะวั
นตกดิ
นแล้
วม้
ม”
๒. คื
นวั
นขึ
น ๙ คํ่
า เดื
อน ๓
เมื
อตะวั
นตกดิ
นแล้
วชาวพวนทุ
กคนต้
องเริ่
มกํ
จนถึ
งเช้
าของวั
นขึ
น ๑๐ คํ
าเดื
อน ๓ และเมื
อถึ
งเวลาเพลชาวพวนจะมี
การแต่
งตั
วสวยงามพร้
อม
กั
บนํ
า “พาข้
าว หรื
อ ซ้
าแฮ” ซึ
งหมายถึ
งสํ
าร ั
บภั
ตตาหารไปถวายพระที
วั
ด เรี
ยกว่
า “ไปเพล” เมื
กลั
บมาถึ
งบ้
านเรี
ยกว่
า “คื
นเพล” แล้
วจึ
งเลิ
กกํ
า เรี
ยกว่
า “คื
นเพลแล้
วม้
ม” เมื
อกเย็
นจะมี
การละเล่
น เช่
น ไม้
หึ
ม ลงข่
วง ช่
วงรํ
า มอญซ่
อนผ้
า หรื
อเตะหมากเบี
ย (หรื
อสะบ้
า)
๓. คื
นวั
นขึ
น ๑๔ คํ่
า เดื
อน ๓
เมื
อตะวั
นตกดิ
นแล้
วชาวพวนทุ
กคนต้
องเริ่
มกํ
จนถึ
งเช้
าของวั
นขึ
น ๑๕ คํ
าเดื
อน ๓ เมื
อถึ
งเวลาเช้
าชาวพวนจะนํ
าภั
ตตาหารไปถวายพระที
วั
เรี
ยกว่
า “ไปจั
งหั
น” เมื
อกลั
บมาถึ
งบ้
านเรี
ยกว่
า “คื
นจั
งหั
น” แล้
วจึ
งเลิ
กกํ
า เรี
ยกว่
า “คื
นจั
งหั
แล้
วม้
ม” หลั
งจากนั
นผู
อาวุ
โสจะอยู
วั
ดถื
อศี
ลต่
อนึ
ง ในวั
นกํ
าฟ้
าวั
นสุ
ดท้
ายเวลาหุ
งข้
าวทํ
ากั
บข้
าวตอนเย็
นซึ
งชาวพวนจะเรี
ยกว่
“เวลาจ้
าวข้
าวแลง” ชาวพวนทุ
กบ้
านเรื
อนจะต้
องนํ
าเอาฟื
นที
เหลื
อไหไฟไหม้
น้
อยที
สุ
ดไปดั
บที
แม่
นํ
าลํ
าคลองตรงบริ
เวณที
สายนํ
ามาบรรจบกั
นพร้
อมกั
บโยนฟื
นทิ
งที
ข้
างทาง ทั
งนี
การโยนฟื
จะต้
องใช้
มื
อข้
างหนึ
งถื
อฟื
นและมื
ออี
กข้
างหนึ
งถื
อกะลามะพร้
าวพร้
อมดั
บไฟ เมื
อมาถึ
งบริ
เวณที
สายนํ
ามาบรรจบกั
นแล้
วจึ
งใช้
กะลาเทนํ
าดั
บไฟแล้
วโยนทิ
งทั
นที
เรี
ยกว่
า “เสี
ยแสงฟื
นแสงไฟ หรื
เสี
ยแสงตามแม่
นํ
าลํ
าคลอง” อย่
างไรก็
ดี
การโยนฟื
นดั
งกล่
าวเกิ
ดขึ
นเนื
องจากเชื
อกั
นว่
าเป็
นการ
นึ
กถึ
งเทพเจ้
าที
เกี
ยวข้
องกั
บไฟและป้
องกั
นไม่
ให้
ไฟไฟม้
บ้
านเรื
อน เพราะถั
ดจากนี
ไปอี
ก ๑ เดื
อน
จะเข้
าฤดู
ร้
อนอาจเกิ
ดไฟไหม้
บ้
านเรื
อนขึ
นโดยง่
ายนั
นเอง