Page 74 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

๖๓
อย่
างไรก็
ดี
ในปี
พ.ศ. ๒๔๒๖ ฮ่
อยกทั
พกลั
บมารุ
กรานเมื
องพวนอี
กคร ั
ง กรุ
งเทพฯ จึ
ส่
งกํ
าลั
งยกไปปราบจี
นฮ่
อ และจั
ดระเบี
ยบปกครองให้
ร ั
ดกุ
มยิ่
งขึ
น (สนอง โกศั
ย, ๒๕๔๑ : ๑๑-
๑๒)
ภายหลั
งจากที
เวี
ยดนามตกเป็
นอาณานิ
คมของฝร ั
งเศสแล้
ว ในปี
พ.ศ.๒๓๒๖ ฝร ั
งเศส
ได้
มี
ความสนใจดิ
นแดนทางตอนเหนื
อของลาวรวมทั
งเมื
องเชี
ยงขวางซึ
งเป็
นเมื
องสองฝ ่
ายฟ้
กล่
าวคื
อขึ
นกั
บทั
งไทยและเวี
ยดนาม โดยฝร ั
งเศสไม่
ยอมร ั
บสิ
ทธิ
ของไทยตามที
ปรากฏในแผนที
กํ
าหนดเขตแดนของไทย พร้
อมกั
บอ้
างว่
าต้
องได้
ร ั
บการร ั
บรองจากฝร ั
งเศสด้
วยเมื
องเชี
ยงขวาง
เป็
นดิ
นแดนที
อยู
ระหว่
างเวี
ยดนามกั
บไทยจึ
งไม่
มี
การป ั
นเขตที
แน่
นอน แต่
เมื
อฝร ั
งเศสเข้
ามามี
อิ
ทธิ
พลในญวนก็
ได้
อ้
างถึ
งสิ
ทธิ
ของเวี
ยดนามเหนื
อเมื
องพวน และเมื
อฝร ั
งเศสส่
งกํ
าลั
งทหารเข้
มาตั
งค่
ายบริ
เวณเมื
องพวน ก็
ส่
งผลให้
เกิ
ดความขั
ดแย้
งเรื
องเขตแดนระหว่
างไทยกั
บฝร ั
งเศส ขึ
เรื
อยๆ
ในปี
พ.ศ. ๒๕๓๕ พระบาทสมเด็
จพระจุ
ลจอมเกล้
าเจ้
าอยู
หั
วได้
ทรงจั
ดการรวบรวมหั
เมื
องตามชายแดนที
สํ
าคั
ญขึ
นเป็
นเขตปกครองเรี
ยกว่
า มณฑล โดยมุ
งที
จะพ้
นจากการคุ
กคาม
จากการล่
าอาณานิ
คมเป็
นหลั
ก ดั
งนั
นจึ
งทรงจั
ดระเบี
ยบการปกครองอย่
างใหม่
ซึ
งพระองค์
ทรง
สนพระทั
ยที
จะจั
ดให้
มี
ขึ
นในประเทศต่
อไปด้
วยพระบาทสมเด็
จพระจุ
ลจอมเกล้
าเจ้
าอยู
หั
ว ได้
ทรง
เลื
อกสรรบุ
คคลที
ทรงคุ
ณวุ
ฒิ
มี
ความสามารถสู
ง และเป็
นที
วางพระราชหฤทั
ยให้
ออกไปดํ
ารง
ตํ
าแหน่
งข้
าหลวงใหญ่
บั
ญชาการต่
างพระเนตรพระกรรณ กํ
ากั
บราชการซึ
งผู
ว่
าราชการเมื
อง
และกรมการบั
งคั
บบั
ญชาและปฏิ
บั
ติ
อยู
ทุ
กฝ ่
าย ให้
ดํ
าเนิ
นไปโดยชอบด้
วยกฎหมายด้
วยความ
สุ
จริ
ต ยุ
ติ
ธรรม และรวดเร็
ว และพร้
อมทั
งอํ
านวยความสงบสุ
ขสวั
สดิ
ภาพ และป้
องกั
นทุ
กข์
ภั
ของประชาชนให้
ได้
ร ั
บความร่
มเย็
นตามควรแก่
วิ
สั
ยที
จะพึ
งเป็
นไปได้
รายชื
อมณฑลต่
างๆ
ประกอบด้
วย (กระทรวงมหาดไทย, ๒๕๒๘)
๑.มณฑลลาวเฉี
ยง
ภายหลั
งเปลี
ยนชื
อเป็
นมณฑลพายั
พ มี
เจ้
าพระยาพลเทพ (พุ
ศรี
ไชยั
นต์
) ว่
าที
สมุ
หกลาโหม เป็
นข้
าหลวงใหญ่
ประกอบด้
วย ๖ เมื
อง คื
อ นครเชี
ยงใหม่
นคร
ลํ
าปาง นครลํ
าพู
น นครน่
าน เมื
องแพร่
เมื
องเถิ
น ตั
งที
บั
ญชาการมณฑล (ศาลาร ั
ฐบาล) ที
นคร
เชี
ยงใหม่
๒. มณฑลลาวพวน
(เดิ
มเรี
ยกหั
วเมื
องลาวฝ ่
ายเหนื
อ) ภายหลั
งเปลี
ยนชื
อเป็
นมณฑล
อุ
ดรมี
พระวรวงศ์
เธอ กรมหมื
นประจั
กษ์
ศิ
ลปาคม เสนาบดี
กระทรวงวั
ง เป็
นข้
าหลวงต่
างพระองค์
บั
ญชากรอยู
ที
เมื
องหนองคาย มณฑลนี
ก่
อน พ.ศ. ๒๔๓๖ (ร.ศ. ๑๑๒) ได้
รวมหั
วเมื
องทางฝ ั
ซ้
ายแม่
นํ
าโขงหลายเมื
อง ประกอบด้
วยเมื
องอุ
ดาธานี
เมื
องหนองคาย เมื
องเชี
ยงขวาง เมื
องบ
ริ
คั
ณฑ์
นิ
ยม เมื
องนครพนม เมื
องคํ
าม่
วน เมื
องสกลนคร เมื
องมุ
กดาหาร เมื
องขอนแก่
น เมื
อง
หล่
มศั
กดิ
เมื
องโพนพิ
สั
ย เมื
องชั
ยบุ
รี
เมื
องท่
าอุ
เทน เมื
องกมุ
ทาสั
ย เมื
องหนองหารใหญ่
และ
เมื
องคํ
าเกิ
ด อย่
างไรก็
ดี
ภายหลั
งเดื
อนตุ
ลาคม พ.ศ. ๒๔๓๖ (ร.ศ. ๑๑๒) ดิ
นแดนส่
วนใหญ่
ตก
เป็
นของฝร ั
งเศส เมื
องในมณฑลนี
จึ
งเหลื
ออยู
เพี
ยง ๖ เมื
อง คื
อเมื
องอุ
ดรธานี
เมื
องขอนแก่