๓๒
กล่
าวได้
ว่
าความหมายของการท่
องเที
่
ยวเชิ
งชาติ
พั
นธุ
์
และการท่
องเที
่
ยววั
ฒนธรรมดั
งนี
้
๑. การท่
องเที่
ยวเชิ
งชาติ
พั
นธุ
์
(Ethnictourism)
เป็
นการท่
องเที
่
ยวที
่
ประสงค์
ที
่
จะ
สั
งเกตการแสดงออกทางวั
ฒนธรรม และแบบแผนการใช้
ชี
วิ
ตของประชากรต่
างเผ่
าพั
นธุ
์
ซึ
่
งรวม
ไปถึ
งการไปเยื
อนบ้
านเกิ
ดเมื
องนอน การเข้
าร่
วมพิ
ธี
กรรมรํ
าฟ้
อนและการเข้
าร่
วมพิ
ธี
ทางศาสนา
ต่
างๆ (ศิ
ริ
ฮามสุ
โพธิ
์
, ๒๕๔๓ : ๖๔–๖๖)
๒. การท่
องเที่
ยวเชิ
งวั
ฒนธรรม (Cultural Tourism)
เป็
นการท่
องเที
่
ยวที
่
เกี
่
ยวข้
องกั
บ
สถานที
่
ประเพณี
สํ
าคั
ญ รู
ปแบบทางศิ
ลปะ งานเฉลิ
มฉลอง ตลอดจนประสบการณ์
ต่
าง ๆ ของ
คนในชาติ
ที
่
ปะติ
ดปะต่
อร่
วมกั
น ส่
งผลให้
กลายเป็
นวิ
ธี
การหนึ
่
งของการเผยแพร่
ศิ
ลปะ วั
ฒนธรรม
มรดก สิ่
งแวดล้
อมและประวั
ติ
ศาสตร์
ของท้
องถิ่
นอั
นสามารถสร้
างความกลมเกลี
ยวของคนใน
ท้
องถิ่
นตลอดจนสร้
างความเป็
นอั
นหนึ
่
งอั
นเดี
ยวกั
นในชาติ
ได้
(Position Bloomington for
Cultural Tourism Steering Committee . ๒๐๐๓ : website ; NASAA . ๒๐๐๓ : website)
อย่
างไรก็
ดี
การท่
องเที
่
ยวเชิ
งชาติ
พั
นธุ
์
และการท่
องเที
่
ยวเชิ
งวั
ฒนธรรมยั
งประกอบไปด้
วย
กิ
จกรรมที
่
คล้
ายคลึ
งกั
น เช่
น การนํ
านั
กท่
องเที
่
ยวไปเยี
่
ยมเยื
อนบ้
านและหมู
่
บ้
านของคนพื
้
นเมื
อง
การชมงานเฉลิ
มฉลอง การเต้
นรํ
า การจั
บจ่
ายสิ
นค้
าหรื
อของแปลกๆ ของคนพื
้
นเมื
อง ซึ
่
งทั
้
งสอง
ประเภทยั
งเสี
่
ยงต่
อกรรมการท่
องเที
่
ยวทางวั
ฒนธรรมมี
การปรุ
งแต่
งวั
ฒนธรรมเพื
่
อตอบสนอง
นั
กท่
องเที
่
ยว (Valene L.Smith, ๑๙๘๙ : ๔-๕, ๓๑–๓๒) อั
นชี
้
ให้
เห็
นว่
าการท่
องเที
่
ยวเชิ
งชาติ
พั
นธุ
์
และการท่
องเที
่
ยวเชิ
งวั
ฒนธรรมกลายเป็
นป ั
ญหาของการประดิ
ษฐ์
สร้
างวั
ฒนธรรมเพื
่
อการ
ท่
องเที
่
ยวโดยปริ
ยาย นอกจากนี
้
วั
ฒนธรรมที
่
ถู
กประดิ
ษฐ์
ขึ
้
นจากแรงบี
บคั
้
นเพื
่
อตอบสนอง
นั
กท่
องเที
่
ยวยั
งอาจนํ
าไปสู
่
การทํ
าลายวั
ฒนธรรมพื
้
นบ้
าน รวมถึ
งอาจรบกวนความเป็
นส่
วนตั
วใน
ชี
วิ
ตประจํ
าวั
นของคนพื
้
นเมื
อง เช่
น การเข้
าไปมี
ส่
วนร่
วมกั
บในประเพณี
หรื
อพิ
ธี
กรรมโดยการมุ
ง
ดู
และส่
งเสี
ยงดั
ง ซึ
่
งในที
่
สุ
ดกลั
บกลายเป็
นการสร้
างป ั
ญหาต่
างๆ อาทิ
(นิ
ธิ
เอี
ยวศรี
วงศ์
, ๒๕๓๘ :
๓๖–๔๙)
๑) การทํ
าให้
ความสั
มพั
นธ์
ระหว่
างนั
กท่
องเที
่
ยวกั
บคนพื
้
นเมื
องลดลง ขณะที
่
ความสั
มพั
นธ์
ระหว่
างคนพื
้
นเมื
องด้
วยกั
นอาจเป็
นไปในทางลบ เช่
น การแย่
งลู
กค้
าการร ั
บนั
กท่
องเที
่
ยวของ
บ้
านหนึ
่
งซึ
่
งเป็
นผลเสี
ยแก่
หมู
่
บ้
านโดยรวม การกระจายรายได้
ไม่
ทั
่
วถึ
ง ฯลฯ อั
นเป็
นการทํ
าลาย
ระบบความสั
มพั
นธ์
ในชุ
มชน
๒) การเกิ
ดความไม่
เท่
าเที
ยมกั
นระหว่
างความรวยและความจน รวมถึ
งการที
่
นั
กท่
องเที
่
ยว
จ่
ายเงิ
นหลายสิ
บเท่
าเพื
่
อจ้
างให้
คนพื
้
นเมื
องใช้
ทร ั
พยากรในท้
องถิ่
นของตนเพื
่
อตอบสนองความ
พึ
งพอใจของนั
กท่
องเที
่
ยวและก่
อให้
เกิ
ดการจ้
างงานในระยะสั
้
นตามฤดู
กาลท่
องเที
่
ยว
๓) คนพื
้
นเมื
องซึ
่
งเป็
นเจ้
าของวั
ฒนธรรมกลั
บกลายเป็
นเพี
ยงจุ
ดหมายของการท่
องเที
่
ยวที
่
ถู
กดึ
งจาก “เวที
ส่
วนหน้
า (Front Stage)” ของการดํ
าเนิ
นชี
วิ
ตปกติ
สู
่
กระบวนการทํ
าวั
ฒนธรรมให้
กลายเป็
นสิ
นค้
ามากขึ
้
น เช่
นการนํ
าวั
ฒนธรรมด้
านอาหารและการแสดงรวมถึ
งการสร้
างตํ
านาน
ลึ
กลั
บของชนเผ่
ามานํ
าเสนอขายแก่
นั
กท่
องเที
่
ยวเพื
่
อสร้
างความดึ
งดู
ดใจ โดยไม่
คํ
านึ
งถึ
ง
ผลกระทบทางสั
งคมและวั
ฒนธรรมของกลุ
่
มชาติ
พั
นธุ
์
(Li Yang, ๒๐๐๗ : ๒๐๑–๒๐๔)