๒๙
ต่
างๆ ในสั
งคมไทยจึ
งเป็
นการให้
ความสํ
าคั
ญกั
บการศึ
กษาการเกิ
ดขึ
้
นและกระบวนการทํ
าให้
ประเพณี
นั
้
นๆ กลายเป็
นสิ่
งที
่
สั
งคมยอมร ั
บและปฏิ
บั
ติ
ตามได้
อย่
างสนิ
ทใจ ประเพณี
เก่
า
บางอย่
างอาจไม่
สามารถปร ั
บตั
วเข้
ากั
บสภาพสั
งคมสมั
ยใหม่
ที
่
เปลี
่
ยนแปลงได้
ขณะที
่
ประเพณี
บางอย่
างเกิ
ดจากความต้
องการของสมาชิ
กในสั
งคมที
่
มี
แบบแผนแตกต่
างออกไป โดยนั
ยนี
้
การ
คิ
ดสร้
างประเพณี
ใหม่
จึ
ง “อาจ” เป็
นเรื
่
องของสั
งคมสมั
ยใหม่
เท่
านั
้
น
นิ
ธิ
เอี
ยวศรี
วงศ์
(๒๕๔๕ : เว็
บไซต์
) กลั
บเห็
นว่
าการประดิ
ษฐ์
ประเพณี
ในสั
งคมไทย ไม่
เพี
ยงแต่
ประเพณี
จะถู
กประดิ
ษฐ์
ขึ
้
นจากร ั
ฐเท่
านั
้
นแต่
ยั
งเกิ
ดขึ
้
นจากหลายสถาบั
นในสั
งคมทั
้
ง
สถาบั
นทางเศรษฐกิ
จ ชุ
มชน องค์
กรพั
ฒนาเอกชน ฯลฯ อย่
างไรก็
ดี
การประดิ
ษฐ์
ประเพณี
ของ
ร ั
ฐอยู
่
ในฐานะผู
้
สร้
างความระเบี
ยบเรี
ยบร้
อยให้
เกิ
ดขึ
้
น เช่
น การห้
ามแต่
งกายล่
อแหลมในงาน
ประเพณี
สํ
าคั
ญทางศาสนา การห้
ามพกพาอาวุ
ธในงานประเพณี
หรื
อการไม่
ดื
่
มสุ
ราในงาน
ประเพณี
ซึ
่
งล้
วนแต่
เป็
นการประดิ
ษฐ์
ประเพณี
การแต่
งกาย การพกพาอาวุ
ธ และการดื
่
มสุ
ราให้
แทรกอยู
่
ในงานประเพณี
ที
่
ถู
กจั
ดขึ
้
น โดยโน้
มเอี
ยงในลั
กษณะการเอาใจนั
กท่
องเที
่
ยวภายใต้
วาท
กรรมความเป็
นระเบี
ยบและความปลอดภั
ย และเพื
่
อไม่
ให้
อายชาวต่
างชาติ
ที
่
มาท่
องเที
่
ยว ดั
งนั
้
น
จึ
งเกิ
ดการเปลี
่
ยนแปลงความหมายในประเพณี
ในสั
งคมไทยอย่
างยิ่
ง
อย่
างไรก็
ดี
นิ
ธิ
เสนอว่
าไม่
ว่
าประเพณี
ที
่
ถู
กประดิ
ษฐ์
ขึ
้
นในสั
งคมไทยป ั
จจุ
บั
น จะเกิ
ดการ
เปลี
่
ยนแปลงความหมายเพี
ยงใดแต่
ก็
เป็
นการตอบสนอง “หน้
าที
่
ใหม่
” ของสถาบั
นทางสั
งคมที
่
นิ
ยามประเพณี
ที
่
ประดิ
ษฐ์
ขึ
้
นด้
วยเช่
นกั
น ซึ
่
งส่
วนใหญ่
การประดิ
ษฐ์
ประเพณี
เพื
่
อให้
ประเพณี
ทํ
า
หน้
าที
่
ใหม่
ตามความหมายใหม่
ดั
งกล่
าว ล้
วนตอบสนองที
่
จะจรรโลงอํ
านาจและผลประโยชน์
ของ
ผู
้
ประดิ
ษฐ์
ประเพณี
นั
่
นเอง
แนวคิ
ดที
่
สอดคล้
องกั
บแนวคิ
ดการประดิ
ษฐ์
ประเพณี
ยั
งได้
แก่
แนวคิ
ดการทํ
าสิ
นค้
า
วั
ฒนธรรมให้
เป็
นสิ
นค้
า (Culture Commodotization) ซึ
่
ง Davydd J. Greenwood (๑๙๘๙:
๑๗๑–๑๘๕) กล่
าวถึ
งการทํ
าสิ
นค้
าวั
ฒนธรรมเพื
่
อเป็
นสิ
นค้
าที
่
ตอบสนองการท่
องเที
่
ยว พบว่
า
วั
ฒนธรรมและประเพณี
ที
่
ถู
กประดิ
ษฐ์
ขึ
้
นในป ั
จจุ
บั
นมี
พื
้
นฐานว่
าทุ
กๆ สิ่
งที
่
จะนํ
ามาขายได้
จะต้
อง
ประกอบด้
วยป ั
จจั
ยการผลิ
ต ได้
แก่
ที
่
ดิ
น แรงงาน หรื
อทุ
น ดั
งนั
้
นเมื
่
อจะมี
การทํ
าวั
ฒนธรรมให้
เป็
นสิ
นค้
าสิ่
งที
่
ยากที
่
สุ
ดก็
คื
อการเข้
ามาจั
ดการวั
ฒนธรรมท้
องถิ่
นหรื
อทร ั
พยากรธรรมชาติ
อั
น
เป็
นส่
วนหนึ
่
งของป ั
จจั
ยการผลิ
ตในเรื
่
องที
่
ดิ
น ที
่
จะต้
องถู
กประดิ
ษฐ์
คิ
ดค้
นให้
เป็
นเตี
ยงนอน
เครื
่
องดื
่
มแอลกอฮอล์
ก๊
าซ หรื
อของที
่
ระลึ
ก ฯลฯ เพื
่
ออํ
านวยความสะดวกแก่
นั
กท่
องเที
่
ยว ทั
้
งนี
้
เนื
่
องจากการให้
ความสํ
าคั
ญกั
บจํ
านวนนั
กท่
องเที
่
ยวที
่
จะเข้
ามามากเกิ
นไป ด้
วยเหตุ
นี
้
จึ
งทํ
าให้
วั
ฒนธรรมท้
องถิ่
นถู
กยึ
ดจากการท่
องเที
่
ยวและคนในท้
องถิ่
นก็
ถู
กหลอกใช้
ในการสร้
าง
วั
ฒนธรรมให้
เป็
นสิ
นค้
า
กล่
าวได้
ว่
า แนวคิ
ดในเรื
่
องของการประดิ
ษฐ์
ประเพณี
เป็
นการมองกระบวนการประดิ
ษฐ์
วั
ฒนธรรมและประเพณี
ในรู
ปแบบของพั
ฒนาการและการให้
ความหมายแก่
ประเพณี
นั
้
นๆ ที
่
ถู
ก
ประดิ
ษฐ์
ขึ
้
นใหม่
เช่
น การทํ
าให้
คิ
ดว่
าประเพณี
นั
้
นๆ สื
บทอดมาจากอดี
ตและควรอนุ
ร ั
กษ์
ไว้
หรื
อ
การสร้
างประเพณี
ที
่
กลายเป็
นการนิ
ยามความแตกต่
างจากประเพณี
ในอดี
ตเพื
่
อตอบสนอง