Page 30 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

๑๙
ชาติ
พั
นธุ
ส่
วนน้
อยในภาคเหนื
อของประเทศไทย อั
นเป็
นแบบต่
อสั
งคมไทยที
จะใช้
นโยบาย
เศรษฐกิ
จการสร้
างความเป็
นไทย (Thaiization) เพื
อเปลี
ยนผ่
านพวกเขาเหล่
านี
ขณะเดี
ยวกั
นงานวิ
จั
ยที
สอดคล้
องกั
บการท่
องเที
ยวเชิ
งวั
ฒนธรรม เห็
นได้
จากงานวิ
จั
ยที
ชี
ให้
เห็
นว่
าการท่
องเที
ยวมิ
ได้
มี
ส่
วนในการสร้
างอุ
ดมการณ์
ใหม่
เสมอไป
ได้
แก่
งานเรื
อง
ท่
องเที่
ยวบุ
ญบั
งไฟอี
สาน : บุ
ญบั
งไฟต้
องร ั
บใช้
ชาวยโสธร ไม่
ใช่
ชาวยโสธรร ั
บใช้
บุ
ญบั
งไฟ
ของนิ
ธิ
เอี
ยวศรี
วงศ์
(๒๕๓๖) ที
มองว่
างานบุ
ญบั
งไฟ จั
งหวั
ดยโสธรที
แต่
เดิ
มให้
ความหมายทาง
มานุ
ษยวิ
ทยาไว้
ว่
าเป็
นการสร้
างความมั
นใจเรื
องธรรมชาติ
แก่
ชาวบ้
านเพื
อเป็
นหลั
กประกั
นใน
เรื
องเกี
ยวกั
บสภาพดิ
นฟ้
าอากาศ อั
นสะท้
อนให้
เห็
นถึ
งจิ
ตสํ
านึ
กชุ
มชนในการสร้
างความสั
มพั
นธ์
เชิ
งเครื
อญาติ
และลํ
าดั
บชั
นทางสั
งคมผ่
านพิ
ธี
กรรมในรู
ปแบบต่
างๆ นอกจากนี
ยั
งเป็
นการปลด
เปลื
องให้
คนออกนอกจากบั
งคั
บเป็
นการชั
วคราวโดยเฉพาะเพศชายที
อยู
ในฐานะโดดเดี
ยวและ
ตํ
าต้
อยกว่
าเพศหญิ
ง อย่
างไรก็
ดี
ความเปลี
ยนแปลงเกิ
ดขึ
นมิ
ใช่
เพราะการท่
องเที
ยวแห่
งประเทศ
ไทยเข้
ามาจั
ดงาน หากเป็
นเพราะสภาพสั
งคมที
คลี
คลายลงและมี
ความหลากหลายมากขึ
น ส่
งผล
ให้
เพศชายผู
กขาดงานบุ
ญบั
งไฟมากขึ
น มี
การแสดงเพิ่
มขึ
น ความเชื
อและพิ
ธี
กรรมดั
งเดิ
มหมด
ความหมาย มี
การพนั
นเข้
ามาเกี
ยวข้
อง และเกิ
ดระบบความสั
มพั
นธ์
ทางสั
งคมอย่
างใหม่
ได้
แก่
การเกิ
ดชาวคุ
ม ชาวตลาด กลุ
มชนชั
นนํ
าตามจารี
ต กลุ
มข้
าราชการ และการท่
องเที
ยวแห่
ประเทศไทย
งานวิ
จั
ยที
เกี
ยวข้
องกั
บการเข้
ามาของร ั
ฐและการท่
องเที
ยวพร้
อมกั
บการส่
งผลกระทบต่
ประเพณี
ท้
องถิ่
นได้
แก่
งานที
ชื
อว่
ประเพณี
เพื่
อการท่
องเที่
ยว : จุ
ดเปลี่
ยนของระบบ
ความสั
มพั
นธ์
ทางสั
งคม
ของสุ
รี
ย์
บุ
ญญานุ
พงศ์
และสุ
รศั
กดิ
ป้
อมทองคํ
า (มปป.) ซึ
ทํ
าการศึ
กษาประเพณี
ปอยส่
างลองในจั
งหวั
ดแม่
ฮ่
องสอน ผลการวิ
จั
ยพบว่
างานปอยส่
างลองที
จั
ดเป็
นงานยิ่
งใหญ่
ของกลุ
มชนชาวไทยใหญ่
ก่
อให้
เกิ
ดความร่
วมแรงร่
วมใจกั
นของคนในชุ
มชน
อี
กทั
งผู
ที
เป็
นเจ้
าภาพในการจั
ดงานจะได้
ร ั
บการยกย่
องนั
บถื
อและให้
เกี
ยรติ
สู
งสุ
ดในชุ
มชน
อย่
างไรก็
ดี
เมื
อปอยส่
างลองถู
กนํ
าไปเป็
นสิ
นค้
าเพื
อการท่
องเที
ยว พิ
ธี
กรรมได้
ถู
กเปลี
ยนแปลง
ไปโดยร ั
ฐในฐานะผู
ประสานงานการจั
ดพิ
ธี
ให้
มี
ความเหมาะสมที
จะสามารถดึ
งดู
ดนั
กท่
องเที
ยวได้
นั
บว่
าเป็
นจุ
ดเริ่
มต้
นของการเปลี
ยนแปลงระบบความสั
มพั
นธ์
ในชุ
มชน เนื
องจากร ั
ฐมี
สภาพเป็
เจ้
านายที
มี
การสั
งการเป็
นขั
นตอน ขณะที
เด็
กในพิ
ธี
ก็
มิ
ได้
มี
จุ
ดมุ
งหมายที
จะเรี
ยน
2
รู
2
พระธรรมเพื
สื
บทอดศาสนา และไม่
เป็
นผลดี
ต่
อการมี
ส่
วนร่
วมในการพั
ฒนาที
กลายสภาพให้
สมาชิ
กในชุ
มชน
ห่
างเหิ
นกั
นมากขึ
งานวิ
จั
ยเรื
องของ
ร ั
ฐกั
บการลงทุ
นทางวั
ฒนธรรม : ศึ
กษากรณี
งานแห่
เที
ยนพรรษา
จั
งหวั
ดอุ
บลราชธานี
ของบุ
ณยสฤษฎ์
อเนกสุ
ข (๒๕๔๔) ซึ
งเป็
นวิ
ทยานิ
พนธ์
ในหลั
กสู
ตรศิ
ลป
ศาสตร มหาบั
ณฑิ
ต สาขาวิ
ชาพั
ฒนาชนบทศึ
กษา มหาวิ
ทยาลั
ยมหิ
ดล โดยศึ
กษาการลงทุ
นทาง
วั
ฒนธรรมที
ประกอบไปด้
วยต้
นทุ
น (input) กระบวนการ (process) ของการลงทุ
นทาง
วั
ฒนธรรม รวมถึ
งผลผลิ
ต (output) และผลลั
พธ์
(outcome) ที
เกิ
ดขึ
นจากการลงทุ
นทาง
วั
ฒนธรรมในงานแห่
เที
ยนพรรษา จั
งหวั
ดอุ
บลราชธานี
ทั
งนี
ผลการศึ
กษาพบว่
า ต้
นทุ
น (input)