๑๕๐
เต็
มใจบอกเล่
าเรื
่
องราวความสามั
คคี
ของกลุ
่
มชาติ
พั
นธุ
์
พวนให้
กั
บคนภายนอกได้
ทราบ ดั
งนั
้
นการ
วางแผนการท่
องเที
่
ยวจึ
งควรทํ
าความเข้
าใจความเป็
นของแต่
ละกลุ
่
มชาติ
พั
นธุ
์
นี
้
อย่
างละเอี
ยดและ
ส่
งเสริ
มให้
แต่
ละกลุ
่
มชาติ
พั
นธุ
์
นํ
าเสนอความเป็
นอื
่
นอย่
างภู
มิ
ใจในชาติ
พั
นธุ
์
ของตน ไม่
ใช่
ในลั
กษณะ
ที
่
ด้
อยกว่
า
๒) ป ั
ญหาของการจั
ดการท่
องเที
่
ยวทั
้
งเชิ
งชาติ
พั
นธุ
์
และเชิ
งวั
ฒนธรรมก็
คื
อการ
ประดิ
ษฐ์
หรื
อดั
ดแปลงประเพณี
หรื
อวั
ฒนธรรมของกลุ
่
มชาติ
พั
นธุ
์
กระทั
่
งเป็
นการสมมติ
(Pseudo
Event) และแต่
งแต้
มสี
สั
น (Picturesque) ดั
งนั
้
นเราจึ
งพบว่
าในแหล่
งท่
องเที
่
ยวหลายแห่
งล้
วนผลิ
ต
คํ
าอธิ
บายที
่
มาของงานแตกต่
างกั
น และเกิ
ดความพยายามสร้
างกิ
จกรรมอื
่
นๆ เสริ
มการท่
องเที
่
ยว
เช่
น การแสดง งานเลี
้
ยง การประกวดนางงาม ฯลฯ ซึ
่
งบางคร ั
้
งส่
งผลต่
อการเปลี
่
ยนแปลง
ความหมายและคุ
ณค่
าของประเพณี
นั
้
นๆ ไป โดยนั
ยนี
้
การวางแผนการท่
องเที
่
ยวจึ
งไม่
ควร
เปลี
่
ยนแปลงหรื
อลดทอนคุ
ณค่
าและความหมายของวั
ฒนธรรมและกลุ
่
มชาติ
พั
นธุ
์
ลง
๓) การเมื
องยั
งคงเป็
นอี
กประเด็
นหนึ
่
งที
่
จะอธิ
บายถึ
งการมี
ส่
วนร่
วมในการจั
ดการ
ท่
องเที
่
ยว ข้
อมู
ลจากการวิ
จั
ยทํ
าให้
ทราบว่
าเกิ
ดการขั
ดแย้
ง (Conflict) และการต่
อรอง (Negotiation)
ระหว่
างคนในท้
องถิ่
นและร ั
ฐ ซึ
่
งส่
วนใหญ่
เป็
นเทศบาลอั
นจั
ดเป็
นกลุ
่
มการเมื
องท้
องถิ่
น ไม่
ว่
าจะเป็
น
การอธิ
บายว่
าเทศบาลไม่
ช่
วยเพรา “ไม่
ใช่
คนพวน” หรื
อที
่
ช่
วยเพราะ “เป็
นฐานเสี
ยง” ขณะที
่
ตาม
ความเป็
นจริ
งเทศบาลในฐานะหน่
วยงานราชการส่
วนท้
องถิ่
นเพื
่
อบริ
การประชาชนด้
วยความบริ
สุ
ทธิ
์
ใจ ดั
งนั
้
นการส่
งเสริ
มการท่
องเที
่
ยวของหน่
วยงานราชการโดยเฉพาะระดั
บท้
องถิ่
นจึ
งควรเป็
นไป
อย่
างเต็
มใจและบริ
สุ
ทธิ
์
ใจ
๔) บทเรี
ยนที
่
ได้
ร ั
บจากกลุ
่
มชาติ
พั
นธุ
์
พวนก็
คื
อ สํ
านึ
กร่
วมของ “ความเป็
นคนพวน” ที
่
เหนี
ยวแน่
นและมี
ระบบ กระทั
่
งสามารถบริ
หารจั
ดการเครื
อข่
ายชมรมไทยพวนทั
้
ง ๑๙ จั
งหวั
ดทั
่
ว
ประเทศได้
ด้
วยตนเอง โดยนั
ยนี
้
การที
่
ร ั
ฐจะเข้
าไปเพื
่
อวางแผนการท่
องเที
่
ยวจึ
งไม่
ควรไปสั
่
งการแบบ
บนลงล่
าง (Top Down) แต่
ควรจะใช้
ความเหนี
ยวแน่
นดั
งกล่
าวเพื
่
อการมี
ส่
วนร่
วมในการวางแผนการ
ท่
องเที
่
ยวในลั
กษณะของจากข้
างล่
างสู
่
ข้
างบน (Bottom Up) มากกว่
า
๕) ขณะเดี
ยวกั
นเราจะพบว่
าชมรมไทยพวนทั
้
ง ๑๙ จั
งหวั
ดมี
การผลั
ดเปลี
่
ยน
หมุ
นเวี
ยนเพื
่
อทํ
ากิ
จกรรมร่
วมกั
นอย่
างน้
อยที
่
สุ
ดปี
ละ ๑ คร ั
้
งแต่
มี
จํ
านวนชาวพวนที
่
ร่
วมกิ
จกรรมนั
บ
พั
นคน ดั
งนั
้
นหน่
วยงานที
่
เกี
่
ยวข้
องควรมี
การวางแผนการท่
องเที
่
ยวเพื
่
อเพิ่
มมู
ลค่
าจากการเดิ
นทาง
ของชาวพวนดั
งกล่
าว
๖) แม้
ชมรมไทยพวนทั
้
ง ๑๙ จั
งหวั
ดจะยึ
ดมั
่
นในกรอบวั
ฒนธรรมของตนอย่
างเหนี
ยว
แน่
น อย่
างไรก็
ดี
การวางแผนการท่
องเที
่
ยวยั
งคงจํ
าเป็
นอย่
างยิ่
งที
่
ไม่
อาจส่
งเสริ
มให้
กิ
จกรรมหรื
อ
ประเพณี
ของกลุ
่
มชาติ
พั
นธุ
์
พวนซํ
้
าซ้
อนกั
นแม้
ว่
าจะอ้
างถึ
งการเป็
นวั
ฒนธรรมที
่
แท้
จริ
งของพวนก็
ตาม
เนื
่
องด้
วยจะนํ
าไปสู
่
การแข่
งขั
นและอาจก่
อให้
เกิ
ดความขั
ดแย้
งกั
นเองในอนาคต แต่
ควรสนั
บสนุ
นให้