๑๔๙
ในท้
องถิ่
นกั
บชาวพวน/คนต่
างพื
้
นที
่
ทั
้
งจากตํ
าบลทุ
่
งโฮ้
ง จั
งหวั
ดแพร่
ที
่
มี
การแข่
งขั
นกั
บบ้
านหาด
เสี
้
ยว ความสั
มพั
นธ์
กั
บชาวจั
งหวั
ดอุ
ตรดิ
ตถ์
ในด้
านการค้
าขายผ้
า แม้
กระทั
่
งระหว่
างอํ
าเภอพรหมบุ
รี
กั
บบ้
านหาดเสี
้
ยวในการสั
่
งชุ
ดชาวพวนเป็
นต้
น
๒.
พลวั
ตด้
านเศรษฐกิ
จ
ซึ
่
งสะท้
อนให้
เห็
นว่
าวิ
ธี
คิ
ดในเชิ
งมู
ลค่
าเช่
นกํ
าไรจากการจั
ดงาน
ประเพณี
บุ
ญกํ
าฟ้
า หรื
อการกระจายรายได้
การจ้
างงาน ยั
งไม่
ได้
ร ั
บการกล่
าวถึ
งมากนั
ก ขณะที
่
วิ
ธี
คิ
ดในเชิ
งคุ
ณค่
า เช่
น ความภู
มิ
ใจในการแสดงอั
ตลั
กษณ์
ของความเป็
นพวนผ่
านประเพณี
บุ
ญกํ
าฟ้
า
การใช้
ประเพณี
บุ
ญกํ
าฟ้
าสร้
างสํ
านึ
กร้
อยร ั
ดความเป็
นปึ
กแผ่
น (Sense of Solidarity) ของชาวพวน
ตลอดจนการเป็
นส่
วนหนึ
่
งในการอนุ
ร ั
กษ์
วั
ฒนธรรมพวนกลั
บมี
มากกว่
า
๓. พลวั
ตด้
านสั
งคมและระบบนิ
เวศ
มี
ความหลากหลายอย่
างยิ่
งทั
้
งด้
านการจั
ดระเบี
ยบ
สั
งคมในด้
านความเชื
่
อว่
า “ฟ้
าย่
อมปราณี
ผู
้
ไม่
ประพฤติ
ผิ
ด” ด้
านความเชื
่
อเกษตรกรรมและการ
จั
ดการทร ั
พยากรธรรมชาติ
ในประเด็
นการฟ ั
งเสี
ยงฟ้
าร้
องตามทิ
ศต่
างๆ เพื
่
อทํ
านายความแห้
งแล้
ง
สํ
าหร ั
บการทํ
านา รวมถึ
งความเชื
่
อเกี
่
ยวกั
บการใส่
ปุ
๋
ยในนาและการนํ
าเมล็
ดพั
นธุ
์
พื
ชไปหว่
านในไร่
นา
ในวั
นกํ
าฟ้
า ด้
านการสร้
างความเป็
นอื
่
นทั
้
งทางประวั
ติ
ศาสตร์
ทางสั
งคม วั
ฒนธรรม และกลุ
่
มชาติ
พั
นธุ
์
๔.
พลวั
ตด้
านความหมายของประเพณี
บุ
ญกํ
าฟ้
า
ซึ
่
งพบว่
ามี
ความหมายที
่
หลากหลาย
นั
บตั
้
งแต่
ความหมายด้
านความอุ
ดมสมบู
รณ์
ความหมายในการพั
กผ่
อน ความหมายของการเป็
น
จารี
ตและอั
ตลั
กษณ์
พวน
กล่
าวได้
ว่
าประเพณี
บุ
ญกํ
าฟ้
าในป ั
จจุ
บั
นจึ
งเกิ
ดจากกระบวนการสร้
างอดี
ตพร้
อมกั
บนํ
ามา
อ้
างอิ
งใหม่
เพื
่
อร ั
บใช้
สั
งคม ขณะเดี
ยวกั
นยั
งได้
มี
หน้
าที
่
ใหม่
เพิ่
มขึ
้
นจากการเป็
นวั
นหยุ
ดและห้
าม
ทํ
างานสู
่
การนํ
าเสนออั
ตลั
กษณ์
ชาวพวนให้
สั
งคมภายนอกได้
ทราบอี
กด้
วย
๖.๒ ข้
อเสนอแนะจากการวิ
จั
ย
การวิ
จั
ยนี
้
เป็
นความพยายามที
่
จะเสนอแนวทางในการวางแผนจั
ดการการท่
องเที
่
ยวโดยใช้
วั
ฒนธรรมและกลุ
่
มชาติ
พั
นธุ
์
เป็
นสิ
นค้
าเพื
่
อให้
เกิ
ดความยั
่
งยื
นของสั
งคมและวั
ฒนธรรม อั
น
เนื
่
องมาจากป ั
ญหาการให้
ความสํ
าคั
ญกั
บจํ
านวนนั
กท่
องเที
่
ยวที
่
จะเข้
ามามากเกิ
นไป (Greenwood,
๑๙๘๙: ๑๗๑–๑๘๕) ดั
งนั
้
นข้
อเสนอแนะที
่
ได้
ร ั
บจากการวิ
จั
ยในจึ
งประกอบไปด้
วย
๖.๒.๑ ข้
อเสนอแนะเพื่
อการวางแผนการท่
องเที่
ยว
๑) ข้
อมู
ลภาคสนามทํ
าให้
เราทราบว่
าแม้
สั
งคมส่
วนใหญ่
จะเข้
าใจว่
าประเทศไทยมี
ขั
นติ
ธรรมในการแบ่
งเชื
้
อชาติ
และพั
นธุ
์
แต่
ในความเป็
นจริ
งก็
มิ
อาจปฏิ
เสธได้
เช่
นกั
นว่
าในยั
งคงมี
ความรู
้
สึ
กเป็
นอื
่
น (Otherness) อยู
่
จํ
านวนมาก โดยนั
ยนี
้
การแสดงออกถึ
งความเป็
นอื
่
นจึ
งอาจเป็
นได้
ทั
้
งทางบวกและทางลบ สํ
าหร ั
บกรณี
ประเพณี
บุ
ญกํ
าฟ้
าความเป็
นอื
่
นถู
กนํ
าเสนอในลั
กษณะของความ