๑๔๕
๔.
กลุ
่
มชาวพวนในจั
งหวั
ดนครนายก
มี
เอกลั
กษณ์
ชาติ
พั
นธุ
์
ที
่
ซั
บซ้
อนอยู
่
๒
ระดั
บคื
อ
ระดั
บที
่
เป็
นคนไทยและระดั
บที
่
เป็
นคนพวนควบคู
่
กั
น
๕.
กลุ
่
มชาวพวนในจั
งหวั
ดสุ
พรรณบุ
รี
ในกลุ
่
มนี
้
ฐานะทางการเงิ
นกลายมาเป็
นตั
วแบ่
งชน
ชั
้
นทางสั
งคมซึ
่
งต่
างจากในอดี
ตที
่
ใช้
ตํ
าแหน่
งหน้
าที
่
เป็
นตั
วแบ่
ง
และความทั
นสมั
ยที
่
เข้
ามาในหมู
่
บ้
าน
มากขึ
้
น
ทํ
าให้
คนในหมู
่
บ้
านเริ่
มอยู
่
กั
นแบบตั
วใครตั
วมั
นมากขึ
้
น
๖.
กลุ
่
มชาวพวนในจั
งหวั
ดอุ
ดรธานี
ยั
งคงเป็
นกลุ
่
มที
่
ยึ
ดถื
อฮี
ตคองเป็
นข้
อปฏิ
บั
ติ
และมี
แนวทางที
่
ผู
้
อาวุ
โสนํ
าเอามาปฏิ
บั
ติ
ร่
วมกั
นกั
บแนวทางในศาสนา
๗.
กลุ
่
มชาวพวนในจั
งหวั
ดเลย
ชาวบ้
านมี
ความเชื
่
อเกี
่
ยวกั
บการนั
บถื
อผี
โดยเฉพาะผี
เจ้
า
บ้
านหรื
อวิ
ญญาณสิ่
งศั
กดิ
์
สิ
ทธิ
์
ที
่
สถิ
ตอยู
่
ตามธรรมชาติ
คอยคุ
้
มครองปกป้
องร ั
กษาชาวบ้
าน
อย่
างไรก็
ดี
ลั
กษณะทางภาษาของชาวพวนที
่
นั
บว่
ายั
งคงเป็
นเอกลั
กษณ์
อี
กประการหนึ
่
งนั
้
น
ยั
งพบว่
าภาษาของกลุ
่
มชาติ
พั
นธุ
์
พวนจั
ดอยู
่
ในตระกู
ลภาษาไท-กะได (Tai-Kadai) ทั
้
งนี
้
นั
กภาษาศาสตร์
ได้
จั
ดภาษาพวนอยู
่
ในกลุ
่
มภาษาย่
อยเชี
ยงแสน (Chiang Saeng Languages) ซึ
่
งมี
กลุ
่
มชาติ
พั
นธุ
์
ไทที
่
มี
ภาษาคล้
ายคลึ
งกั
บภาษาพวนในประเทศต่
างๆ ได้
แก่
ประเทศเวี
ยดนาม เช่
น
ภาษาไทดํ
า (Tai Dam) ไทฮ่
างตง (Tai Hang Tong) ไทด่
อนหรื
อไทขาว (
Tai Dón)
ไทแดง (Tai
Daeng) ต่
ายตั
๊
ก (Tay Tuc) และตู
ลาว (Thu Lao) เป็
นต้
น ขณะที
่
ประเทศไทยและลาวบางส่
วน เช่
น
ไทล้
านนาหรื
อไทยวน (Lanna or Tai Yuan) ไทโซ่
ง (Tai Song) และไทยสยาม (Thai)
สํ
าหร ั
บประเพณี
บุ
ญกํ
าฟ้
าของกลุ
่
มชาติ
พั
นธุ
์
พวนในประเทศไทยแล้
ว
ถื
อว่
าเป็
นสั
ญญาณ
เริ่
มต้
นของการทํ
านาเนื
่
องจากเริ่
มต้
นประเพณี
ในเดื
อนที
่
๓
หรื
อเดื
อนกุ
มภาพั
นธ์
โดย
ประกอบขึ
้
น
จากความเชื
่
อในต่
างๆ
ได้
แก่
๑. ความเชื่
อเกี่
ยวกั
บผี
ทั
้
งผี
แถน ผี
บ้
านผี
เมื
องหรื
อผี
หลั
กเมื
อง ผี
วงศ์
สกุ
ล ผี
เจ้
าบ้
าน หรื
อผี
มเหสั
กข์
ผี
ไร่
ผี
นา หรื
อผี
ตาแฮก ผี
ประจํ
าเรื
อน หรื
อผี
บรรพบุ
รุ
ษ ผี
แม่
ธรณี
ผี
ปอบและผี
โพรง
รวมถึ
งผี
โป ่
งผี
ป ่
า หรื
อผี
เทพาร ั
กษ์
๒.
ความเชื่
อเกี่
ยวกั
บปรากฏการณ์
“กบบ่
มี
ปาก
นาคบ่
มี
ฮู
ขี
้
”
เนื
่
องจากชาวพวนเชื
่
อว่
า
ในวั
นขึ
้
น
๓
คํ
่
า
เดื
อน
๓
เป็
นวั
นที
่
ชาวโลกอุ
ดมสมบู
รณ์
ที
่
สุ
ด
อั
นเป็
นช่
วงเวลาที
่
แม้
แต่
กบก็
ไม่
มี
ปาก
ซึ
่
งหมายถึ
งไม่
กิ
นก็
อิ่
ม
นาคยั
งไม่
มี
รู
ทวารหมายถึ
งเมื
่
อไม่
กิ
นก็
ไม่
ถ่
าย
กล่
าวโดยรวมจึ
งหมายถึ
ง
ความอุ
ดมสมบู
รณ์
นั
่
นเอง
๓.
ความเชื่
อเรื่
อง
“ฟ้
าไขประตู
นํ้
า”
ซึ
่
งชาวพวนเชื
่
อว่
าถ้
าปี
ใดมี
เสี
ยงฟ้
าร้
องในช่
วงการจั
ด
ประเพณี
บุ
ญกํ
าฟ้
า
ปี
นั
้
นฝนจะตกต้
องตามฤดู
กาล
ส่
งผลให้
การทํ
าเกษตรกรรมได้
ผลผลิ
ตดี
และมี
ความอุ
ดมสมบู
รณ์
๔.
ความเชื่
อในฮี
ตคอง
โดยเฉพาะการนั
บถื
อฮี
ตสิ
บสอง
นอกจากนี
้
ความหมายของคํ
าว่
ากํ
าฟ้
า
ฟ้
า
มาจากคํ
ารวมกั
น
๒
คํ
าคื
อคํ
าว่
า
“กํ
า”
ซึ
่
งมี
ความหมายเดี
ยวกั
บคํ
าว่
า
“ขะลํ
า
หรื
อ
คะลํ
า”
ในภาษาลาว
อั
นหมายถึ
งข้
อห้
าม
ข้
อควรละเว้
น