๓
ความสั
มพั
นธ์
ระหว่
างการท่
องเที
่
ยว วั
ฒนธรรม และกลุ
่
มชาติ
พั
นธุ
์
ดั
งกล่
าวมี
การเชื
่
อมโยง
กั
นผ่
านการใช้
สั
ญลั
กษณ์
(Symbolic) ทางวั
ฒนธรรมต่
าง ๆ เพื
่
อให้
มองเห็
นภาพของการ
ท่
องเที
่
ยวกลุ
่
มชาติ
พั
นธุ
์
ไม่
ว่
าจะเป็
นประเพณี
การละเล่
น การแต่
งกาย อาหาร ฯลฯ เห็
นได้
จาก
เมื
่
อกล่
าวถึ
งการแสดงช้
างจั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
สิ่
งหนึ
่
งที
่
ทราบได้
ก็
คื
อช้
างมิ
ใช่
พี
ยงสั
ญลั
กษณ์
ของ
ความเป็
นชาติ
ไทยในบริ
บทความเป็
นร ั
ฐชาติ
(Nation State) ดั
งที
่
ทราบกั
นดี
เท่
านั
้
น หากแต่
ช้
าง
ในบริ
บทของจั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
ยั
งกลายเป็
นภาพแทนการจั
ดแสดงพิ
ธี
กรรมของกลุ
่
มชาติ
พั
นธุ
์
กู
ย
หรื
อส่
วยซึ
่
งอยู
่
ในจั
งหวั
ดสุ
ริ
นทร์
อี
กด้
วย โดยนั
ยนี
้
ช้
างจึ
งเป็
นสั
ญลั
กษณ์
ของพิ
ธี
กรรมกลุ
่
มชาติ
พั
นธุ
์
และกล่
าวอี
กนั
ยหนึ
่
งว่
าเป็
นภาพสะท้
อนของ “กระบวนการเป็
นกลุ
่
มชาติ
พั
นธุ
์
” อั
นหมาย
รวมถึ
งการมี
อยู
่
และดํ
าเนิ
นไปของกลุ
่
มชาติ
พั
นธุ
์
กู
ยนั
่
นเอง
ขณะเดี
ยวกั
น หากพิ
จารณากลุ
่
มชาติ
พั
นธุ
์
ในประเทศไทยแล้
ว มิ
ใช่
มี
เพี
ยงกลุ
่
มชาติ
พั
นธุ
์
กู
ย หรื
อส่
วยเท่
านั
้
นที
่
แสดงออกถึ
งความเป็
นชาติ
พั
นธุ
์
ของตนผ่
านการจั
ดแสดงสั
ญลั
กษณ์
ในการ
ท่
องเที
่
ยว กลุ
่
มชาติ
พั
นธุ
์
หนึ
่
งที
่
ใช้
สั
ญลั
กษณ์
ในการท่
องเที
่
ยวผ่
านรู
ปแบบประเพณี
เพื
่
อแสดงถึ
ง
ความเป็
นกลุ
่
มชาติ
พั
นธุ
์
ของตนก็
คื
อกลุ
่
มชาติ
พั
นธุ
์
พวน (Phuan) ซึ
่
งถู
กกวาดต้
อนมาจากประเทศ
ลาวร่
วม ๓ คร ั
้
ง (และไม่
รวมถึ
งการอพยพด้
วยความสมั
ครใจในกรณี
ต่
างๆ เช่
น การหาที
่
ทํ
ากิ
น
การหนี
โรคระบาด ฯลฯ) นั
บตั
้
งแต่
พ.ศ. ๒๓๒๒–๒๓๗๘ (วี
ระพงษ์
มี
สถาน, ๒๕๓๙ : ๖) พร้
อม
กั
บตั
้
งถิ่
นฐานกระจายอยู
่
ทั
่
วประเทศไทย ดั
งนั
้
นจึ
งไม่
ผิ
ดนั
กหากจะกล่
าวว่
ากลุ
่
มชาติ
พั
นธุ
์
พวนก็
คื
อกลุ
่
มชาติ
พั
นธุ
์
ไท-ลาวกลุ
่
มหนึ
่
งที
่
อาศั
ยอยู
่
ในประเทศไทยร่
วมกั
บกลุ
่
มชาติ
พั
นธุ
์
อื
่
นๆ และมี
วั
ฒนธรรมที
่
แสดงความเป็
นกลุ
่
มชาติ
พั
นธุ
์
ของตนอย่
างโดดเด่
น
กลุ
่
มชาติ
พั
นธุ
์
พวนซึ
่
งอาศั
ยอยู
่
ในประเทศไทย อาจแบ่
งได้
ตามภู
มิ
ภาคต่
างๆ ได้
แก่
๑. ภาคเหนื
อ
อยู
่
ที
่
จั
งหวั
ดกํ
าแพงเพชร เชี
ยงราย น่
าน พิ
จิ
ตร พิ
ษณุ
โลก
เพชรบู
รณ์
แพร่
สุ
โขทั
ย อุ
ตรดิ
ตถ์
และอุ
ทั
ยธานี
๒. ภาคกลาง
อยู
่
ที
่
จั
งหวั
ดกรุ
งเทพฯ กาญจนบุ
รี
ฉะเชิ
งเทรา ชลบุ
รี
นครนายก
นครสวรรค์
ปราจี
นบุ
รี
เพชรบุ
รี
ราชบุ
รี
ลพบุ
รี
สิ
งห์
บุ
รี
สระบุ
รี
และสุ
พรรณบุ
รี
๓. ภาคอี
สาน
อยู
่
ที
่
จั
งหวั
ดยโสธร ร้
อยเอ็
ด เลย หนองคาย หนองบั
วลํ
าภู
อุ
ดรธานี
และอุ
บลราชธานี
ภายใต้
การกระจายตั
วของกลุ
่
มชาติ
พั
นธุ
์
พวนที
่
เกิ
ดขึ
้
น สิ่
งหนึ
่
งที
่
สามารถร้
อยร ั
ดให้
ชาว
พวนเกิ
ดสํ
านึ
กของความเป็
นกลุ
่
มชาติ
พั
นธุ
์
เดี
ยวกั
นได้
ก็
คื
อการอ้
างความเป็
น “ฮี
ตคอง” เดี
ยวกั
น
ภานุ
พงศ์
อุ
ดมศิ
ลป์
(๒๕๔๒ : ๒๗๒๒–๒๗๓๑) ได้
สรุ
ปประเพณี
๑๒ เดื
อนของชาวไทยพวน
ซึ
่
งจั
ดเป็
นฮี
ต หรื
อจารี
ตของกลุ
่
มชาติ
พั
นธุ
์
พวนในภาคกลางที
่
จะต้
องกระทํ
าตลอด ๑๒ เดื
อน
ดั
งนี
้
เดื
อนอ้
าย
การทํ
าบุ
ญข้
าวหลาม
เดื
อนยี
่
การทํ
าบุ
ญข้
าวหลาม