๑๒๗
ทองวล, ๒๕๕๐ : เว็
บไซต์
) ตลอดจนยั
งเป็
นการกํ
าหนดอั
ตลั
กษณ์
ทางการเมื
อง (Identity Politics)
ในความหมายของการสร้
างความเป็
นเชื
้
อชาติ
เผ่
าพั
นธุ
์
เดี
ยวกั
น การมี
ประวั
ติ
ศาสตร์
ร่
วมกั
น รวมถึ
ง
การมี
ปร ั
ชญาในการดํ
าเนิ
นชี
วิ
ตแบบเดี
ยวกั
นอั
นจะนํ
าไปสู
่
การมี
วั
ฒนธรรมเดี
ยวกั
น (Nicholson และ
Seidman, ๑๙๙๕ : ๑๔) อี
กด้
วย
๕.๑.๒ บุ
ญกํ
าฟ้
ากั
บความสั
มพั
นธ์
ของผู
้
มี
ส่
วนเกี่
ยวข้
องในการจั
ดงาน
จากพื
้
นที
่
วิ
จั
ยทั
้
ง ๓ แห่
งในบทที
่
๔ ชี
้
ให้
เห็
นว่
าไม่
เพี
ยงแต่
ชมรมไทยพวนเท่
านั
้
นที
่
เป็
นผู
้
มี
บทบาทในการจั
ดกิ
จกรรมประเพณี
บุ
ญกํ
าฟ้
า หากแต่
หน่
วยงานราชการทั
้
งระดั
บชาติ
เช่
นการ
ท่
องเที
่
ยวแห่
งประเทศไทย ระดั
บจั
งหวั
ดได้
แก่
ผู
้
ว่
าราชการจั
งหวั
ดและองค์
การบริ
หารส่
วนจั
งหวั
ด
ระดั
บอํ
าเภอได้
แก่
นายอํ
าเภอ รวมถึ
งระดั
บท้
องถิ่
นเช่
นเทศบาล ล้
วนมี
ส่
วนในการจั
ดประเพณี
บุ
ญกํ
า
ฟ้
าทั
้
งสิ
้
น
ขณะที
่
จากการสั
งเกตยั
งไม่
พบว่
ามี
กลุ
่
มธุ
รกิ
จเอกชนเข้
ามามี
บทบาทในการจั
ดงาน
ประเพณี
บุ
ญกํ
าฟ้
าในพื
้
นที
่
วิ
จั
ยมากนั
ก
การเข้
ามาของหน่
วยงานราชการดั
งกล่
าว ไม่
อาจปฏิ
เสธได้
ว่
าส่
วนหนึ
่
งเกิ
ดขึ
้
นจาก
ความสั
มพั
นธ์
ส่
วนตั
วทั
้
งในฐานะเครื
อญาติ
“…คนในท่
องเที
่
ยวที
่
มาติ
ดต่
อ เป็
นญาติ
กั
บอาตมา…”
(พระครู
เมตตานุ
ศาสน์
(บุ
ญช่
วย จิ
ตฺ
ตป�ฺ
โย), ๒๕๕๑ : สั
มภาษณ์
) ตลอดจนในฐานะฐานเสี
ยงทาง
การเมื
อง
“…กลุ
่
มคนลาวพวนจะเป็
นแบบว่
าเขารวมกลุ
่
มกั
น และทํ
าให้
เขาเป็
น … นั
บถื
อผู
้
หลั
ก
ผู
้
ใหญ่
เยอะเพราะว่
า เป็
นฐานเสี
ยงของการเมื
องอี
กต่
างหาก…”
อย่
างไรก็
ดี
ความสั
มพั
นธ์
เฉพาะตั
ว
บุ
คคลที
่
เกิ
ดขึ
้
นเป็
นไปอย่
างซั
บซ้
อน ทั
้
งที
่
ดํ
าเนิ
นไปอย่
างสอดคล้
องและ/หรื
อขั
ดแย้
งกั
น เห็
นได้
จาก
ในกรณี
ของความขั
ดแย้
งระหว่
างเทศบาลตํ
าบลบางนํ
้
าเชี
่
ยวกั
บคนในท้
องถิ่
น “…
เหมื
อนกั
บฉี
ก
หน้
า
…” หรื
อความนิ
ยมของคนในท้
องถิ่
นที
่
มี
ต่
อผู
้
ว่
าราชการจั
งหวั
ดและอํ
าเภอ
“…พอนายอํ
าเภอคน
ใหม่
มาเขาไม่
ส่
งเสริ
ม ถ้
าเป็
นคนก่
อนจะสื
บทอดอยู
่
…”
อย่
างไรก็
ดี
เราอาจจั
ดรู
ปแบบความสั
มพั
นธ์
ของหน่
วยงานในการจั
ดงานประเพณี
บุ
ญ
กํ
าฟ้
าในพื
้
นที
่
วิ
จั
ยได้
ดั
งนี
้
๑) ความสั
มพั
นธ์
ระหว่
างคนในท้
องถิ่
นกั
บการท่
องเที่
ยวแห่
งประเทศไทย
ความสั
มพั
นธ์
ระหว่
างคนในท้
องถิ่
นกั
บการท่
องเที
่
ยวแห่
งประเทศไทย
(ททท.) มี
ทั
้
งที
่
เป็
นการทํ
างานร่
วมกั
นด้
วยดี
และขั
ดแย้
งกั
น ทั
้
งนี
้
ความสั
มพั
นธ์
ในการทํ
างานร่
วมกั
น
ด้
วยดี
เห็
นได้
จากในกรณี
การจั
ดงานประเพณี
บวชช้
าง บ้
านหาดเสี
้
ยว ซึ
่
ง
“…ททท. ก็
เข้
ามาช่
วย
จั
งหวั
ดก็
เข้
ามาช่
วย เช่
น ออกค่
าช้
าง ค่
าแตรวงให้
มาช่
วยสนั
บสนุ
น แต่
ท่
านเป็
นเจ้
าภาพ … ททท. ก็
ขอให้
ทํ
าสะพาน แต่
เราดู
ไม่
สวยเพราะคนไปไม่
ได้
ช้
างไปได้
อย่
างเดี
ยว…”
(สง่
า เกิ
ดใหญ่
, ๒๕๕๐:
สั
มภาษณ์
) ทั
้
งนี
้
ความสั
มพั
นธ์
ดั
งกล่
าวส่
วนหนึ
่
งจึ
งเกิ
ดขึ
้
นจากความพยายามของททท. กั
บจั
งหวั
ดใน
นามร ั
ฐที
่
จะประดิ
ษฐ์
ประเพณี
เพื
่
อ
ตอบสนองความพึ
งพอใจของ
นั
กท่
องเที
่
ยว (Greenwood, ๑๙๘๙:
๑๗๑–๑๘๕) นั
่
นเอง ขณะที
่
ความสั
มพั
นธ์
อี
กรู
ปแบบหนึ
่
งได้
แก่
ความสั
มพั
นธ์
กั
บผู
้
นํ
าชมรมไทยพวน