Page 137 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

๑๒๖
พวนเรามาจากไหน เมื
อไหร่
และก็
มี
ประเพณี
ที
เรายั
งใช้
อยู
…”
(สง่
า เกิ
ดใหญ่
, ๒๕๕๐: สั
มภาษณ์
)
ตลอดจน
“…แล้
วก็
จะมี
การสั
มมนาโดยการนํ
าผ้
าป ่
าสามั
คคี
ไปทอด เมื
อก่
อนก็
ทอดปี
๒-๓ คร ั
ต่
อมาก็
ลดลงมาเหลื
อปี
ละคร ั
ง ไปสั
มมนาก็
พบเจอกั
น ฟื
นฟู
ภาษาพวน …
(พระครู
เมตตานุ
ศาสน์
(บุ
ช่
วย จิ
ตฺ
ตป�ฺ
โย), ๒๕๕๑ : สั
มภาษณ์
)
องค์
ความรู
ชุ
ดเดี
ยวกั
นกั
บชมรมไทยพวนในจั
งหวั
ดอื
นๆ นี
เอง จึ
งเป็
นองค์
ความรู
ที
ชมรมไทยพวนพยายามอธิ
บายว่
าตนเองแตกต่
างจากวั
ฒนธรรมหรื
อกลุ
มชาติ
พั
นธุ
อื
นๆ ทั
งด้
าน
ภาษาและวั
ฒนธรรมอย่
างไร โดยบุ
ญกํ
าฟ้
าก็
เป็
นประเพณี
หนึ
งที
แตกต่
างจากกลุ
มชาติ
พั
นธุ
อื
“…ฮี
ตสิ
บสองนี
ทํ
าบุ
ญออกพรรษา บุ
ญเดื
อนสี
ก็
ทํ
าบุ
ญเดื
อนสี
ฮี
ตบ้
านครองเมื
องคื
อการทํ
าบุ
ญบ้
าน
… ฮี
ตยี
ครองเพี
ยรคื
อเดื
อนสามเดื
อนสี
และก็
ทํ
าบุ
ญเดื
อนสี
บุ
ญผ้
าเวส บุ
ญกํ
าฟ้
านี
ออกใหม่
… กํ
ฟ้
าก็
คื
อการเอาเมล็
ดพั
นธุ
ไปหว่
านไร่
นา … ทุ
กอย่
างที
กล่
าวมาคื
อชาวพวนที
สื
บทอดกั
นมา…”
(เฮื
อง
มี
ลา, ๒๕๕๐ : สั
มภาษณ์
) ดั
งนั
นจึ
งชี
ให้
เห็
นว่
าชมรมไทยพวนได้
พยายามอธิ
บายอั
ตลั
กษณ์
ของ
ตนเองในลั
กษณะที
กฤษดาวรรณ หงศ์
ลดารมภ์
(๒๕๔๓ : ๑๕) เรี
ยกว่
าเป็
นการนิ
ยามหรื
อให้
คุ
ณค่
ของตนเองเพื
อแสดงความเป็
นสมาชิ
กของกลุ
ม องค์
กร สั
งคม หรื
อวั
ฒนธรรมที
ไม่
เหมื
อนกั
บกลุ
มอื
นั
นเอง
ขณะเดี
ยวกั
นแม้
บางกิ
จกรรมจะมี
ความคาบเกี
ยวกั
บวั
ฒนธรรมของกลุ
มชาติ
พั
นธุ
อื
ชมรมไทยพวนก็
มั
กจะสอดแทรกคํ
าอธิ
บายว่
ากิ
จกรรมที
ชมรมไทยพวนจั
ดขึ
นเกี
ยวข้
องกั
บอั
ตลั
กษณ์
ความเป็
นพวนทั
งสิ
น เห็
นได้
จาก
“…บุ
ญบั
งไฟนี
แหละที
ทํ
าทุ
กปี
บุ
ญข้
าวจี
ห้
าวั
ดในเขตสุ
ขาฯ ก็
จะมา
รวมกั
น มี
คณะกรรมการตั
งไว้
ต่
อมาก็
เป็
นลอยกระทงก็
จะส่
งเสริ
ม สนั
บสนุ
น แม้
แต่
กฐิ
นอํ
าเภอก็
ยั
งมี
การฟ้
อนไทยพวน…”
(บุ
ญถม เจริ
ญชนม์
, ๒๕๕๐ : สั
มภาษณ์
) ดั
งนั
นจึ
งเป็
นไปได้
ว่
าการรวมตั
ของชมรมไทยพวนทั
ง ๑๙ จั
งหวั
ดในการฟื
นฟู
และอนุ
ร ั
กษ์
วั
ฒนธรรมชาวพวนที
เกิ
ดขึ
นล้
วนมากจาก
ความรู
สึ
กว่
าความเป็
นกลุ
มชาติ
พั
นธุ
ของตนไม่
มี
ความมั
นคงและถู
กลดความสํ
าคั
ญลง (ซึ
งอาจจะ
เพราะถู
กกดทั
บด้
วยวั
ฒนธรรมส่
วนกลาง เช่
น การไม่
กล้
าพู
ดภาษาพวน) จนนํ
าไปสู
ความพยายาม
สร้
างอั
ตลั
กษณ์
ของตนเองให้
โดดเด่
น (อภิ
ญญา เฟื
องฟู
สกุ
ล, ๒๕๔๖ : ๖๙–๑๐๐)
นอกจากนี
ภารกิ
จที
สํ
าคั
ญของชมรมไทยพวนยั
งได้
แก่
การเป็
นศู
นย์
รวมการอนุ
ร ั
กษ์
วั
ฒนธรรมพวนและเชื
อมโยงความเป็
นปึ
กแผ่
นของความเป็
นพวนทั
วประเทศผ่
านกิ
จกรรมการ
รวมตั
วกั
นของสมาชิ
กชมรมไทยพวนในแต่
ละปี
เห็
นได้
จาก
“… ปี
ที
แล้
วที
บ้
านโคก ที
จั
งหวั
ดแพร่
ไป
แล้
วนี
คนเป็
นสี
ห้
าพั
นไม่
ตี
กั
นนะ สิ
บเก้
าจั
งหวั
ดนี
ไทยพวนหมดเลยไปรวมกั
น พวกลาวก็
มา มาคุ
สารทุ
กข์
สุ
กดิ
บกั
น … ที
เกาะกั
นแน่
นคื
อความเป็
นพี
เป็
นน้
อง…”
(บุ
ญถม เจริ
ญชนม์
, ๒๕๕๐ :
สั
มภาษณ์
)
ด้
วยเหตุ
นี
กล่
าวได้
ว่
าประเพณี
บุ
ญกํ
าฟ้
าที
เกิ
ดขึ
นในพื
นที
วิ
จั
ยทั
ง ๓ แห่
งจึ
งอาจเป็
เพี
ยงสั
ญลั
กษณ์
(Symbolic Aspect) หนึ
งในการสร้
างชุ
มชนในจิ
ตนาการ (Imagine Community) ที
ยอมร ั
บความเป็
นกลุ
มเดี
ยวกั
นของชาวพวนเอาไว้
(อภิ
ญญา เฟื
องฟู
สกุ
ล, ๒๕๔๖ : ๒-๖ และนิ
วั
ติ