๑๒๕
อย่
างไรก็
ดี
เราสามารถจํ
าแนกพลวั
ตงานประเพณี
บุ
ญกํ
าฟ้
าในพื
้
นที
่
วิ
จั
ยทั
้
ง ๓ แห่
ง
ออกเป็
นประเด็
นได้
ดั
งนี
้
๕.๑ พลวั
ตด้
านการบริ
หารจั
ดการ
การบริ
หารจั
ดการประเพณี
บุ
ญกํ
าฟ้
าของพื
้
นที
่
วิ
จั
ยทั
้
งสามแห่
งสะท้
อนให้
เห็
นความสั
มพั
นธ์
ใน
ลั
กษณะที
่
แตกต่
างกั
นระหว่
างคนในท้
องถิ่
นกั
บหน่
วยงานราชการทั
้
งในระดั
บจั
งหวั
ด อํ
าเภอ รวมถึ
ง
องค์
กรปกครองส่
วนท้
องถิ่
น ต่
างจากประเพณี
บุ
ญกํ
าฟ้
าแบบดั
้
งเดิ
มที
่
คนในท้
องถิ่
นเป็
นผู
้
กํ
าหนด
กิ
จกรรมและดํ
าเนิ
นไปด้
วยตนเองลํ
าพั
ง
๕.๑.๑ ชมรมชาวไทยพวนกั
บอั
ตลั
กษณ์
ความเป็
นพวน
ชมรมชาวไทยพวนนั
บว่
าเป็
นกลุ
่
มที
่
ทรงอิ
ทธิ
พลต่
อการรวมตั
วกั
นของชาวพวนใน
พื
้
นที
่
วิ
จั
ยทั
้
ง ๓ แห่
ง โดยมี
จุ
ดเริ่
มเดี
ยวกั
นได้
แก่
การรวมตั
วกั
นของชาวพวนจากต่
างจั
งหวั
ดใน
กรุ
งเทพมหานครทั
้
งที
่
ประสบความสํ
าเร็
จในการทํ
างาน เช่
น การเป็
นผู
้
บริ
หารห้
างสรรพสิ
นค้
าขนาด
ใหญ่
หรื
อการเป็
นข้
าราชการระดั
บสู
งเมื
่
อประมาณ ๓๐ ปี
ที
่
ผ่
านมา ตลอดจนผู
้
ที
่
ทํ
างานในกรุ
งเทพ ซึ
่
ง
เมื
่
อรู
้
จั
กกั
นคร ั
้
งแรกไม่
ทราบว่
าใครเป็
นชาวพวนบ้
างเนื
่
องจาก
“…เมื
่
อก่
อนใครพู
ดพวนนี
่
จะอาย
เขา…”
(ไชยวั
ฒน์
สุ
คั
นธวิ
ภั
ติ
, ๒๕๕๑: สั
มภาษณ์
) กระทั
่
ง
“…มาตอนหลั
งมี
การพบปะคนในชมรม
ไทยพวน พู
ดคุ
ยกิ
นอาหารตอนแรกพู
ดภาษากลาง พอเมาก็
นะ (หั
วเราะ) พู
ดพวนภาษาพื
้
นเมื
อง
ตั
วเอง…”
(สาธร โสร ั
จประสพสั
นติ
, ๒๕๕๐ : สั
มภาษณ์
)
การรวมตั
วของชาวพวนที
่
มาจากหลายถิ่
นดั
งกล่
าวก่
อให้
เกิ
ดความพยายามฟื
้
นฟู
ประวั
ติ
ศาสตร์
ชาวพวนที
่
ต่
างระบุ
ตรงกั
นว่
าถู
กกวาดต้
อนและอพยพซึ
่
งส่
วนหนึ
่
งเป็
นการลี
้
ภั
ย
การเมื
องจากเมื
องเชี
ยงขวางในร ั
ชสมั
ยต่
างๆ พร้
อมกั
บการอนุ
ร ั
กษ์
วั
ฒนธรรมพวน เห็
นได้
จากการ
รณรงค์
ให้
ให้
ภาษาพวนเมื
่
อพบกั
น โดยไม่
มี
ชาวพวนคนใดพู
ดภาษาไทย
“…เลยต้
องฟื
้
นฟู
การพู
ด
พู
ดภาษาพวนกั
น ถ้
าพู
ดภาษาไทยก็
ปร ั
บคํ
าละ ๕ บาท…”
(พระครู
เมตตานุ
ศาสน์
(บุ
ญช่
วย จิ
ตฺ
ตป�ฺ
โย), ๒๕๕๑ : สั
มภาษณ์
)
หรื
อ
“…เพราะจะถู
กปร ั
บคํ
าละ ๒๐๐ บาท…”
(สง่
า เกิ
ดใหญ่
, ๒๕๕๐:
สั
มภาษณ์
) ด้
วยเหตุ
นี
้
การรวมตั
วของชาวพวนต่
างจั
งหวั
ดในกรุ
งเทพฯ เมื
่
อกลั
บไปยั
งภู
มิ
ลํ
าเนาของ
ตนจึ
งได้
แพร่
ขยายแนวคิ
ดกระทั
่
งนํ
าไปสู
่
เครื
อข่
ายชมรมไทพวนทั
่
งไปประเทศที
่
มี
ชาวพวนอยู
่
ถึ
ง ๑๙
จั
งหวั
ดในป ั
จจุ
บั
น
การจั
ดตั
้
งชมรมไทยพวนในพื
้
นที
่
ต่
างๆ นํ
าไปสู
่
ความพยายามค้
นหารากเหง้
าของ
ตนเอง ซึ
่
งส่
วนใหญ่
แล้
วล้
วนถู
กอธิ
บายว่
ามาจาก “ตํ
ารา” หรื
อ “บุ
คคล” คนเดี
ยวกั
นในฐานะต้
นแบบ
ความเป็
นพวน ทั
้
ง
“…มั
นเป็
นที
่
ผมถ่
ายมาจากหนั
งสื
อไทยพวนที
่
พลเอกสายหยุ
ด เป็
นผู
้
ประพั
นธ์
และ
ให้
ข้
อชี
้
แนะ และก็
มี
พั
นเอกวิ
เชี
ยร วงศ์
วิ
เศษกุ
ล ซึ
่
งอดี
ตเขาเคยเป็
นศาสตราจารย์
นายร้
อย จปร.
เดี
๋
ยวนี
้
เขาตายแล้
ว เขาแต่
งหนั
งสื
อเล่
มนี
้
ขึ
้
นมาของไทยพวน … เล่
มนี
้
พั
นเอกวิ
เชี
ยรเป็
นผู
้
แต่
งว่
าไทย