๑๒๑
๓.๒) มุ
มมองเชิ
งห่
วงใยต่
อการจั
ดให้
เป็
นกิ
จกรรมทางการท่
องเที่
ยว
มุ
มมองดั
งกล่
าวเกิ
ดขึ
้
นจากความพยายามอธิ
บายของนั
กวิ
ชาการในท้
องถิ่
นที
่
แสดงความกั
งวลว่
าหากประเพณี
บุ
ญกํ
าฟ้
าตํ
าบลบ้
านผื
อจะถู
กจั
ด
6
ให้
6
เป็
นกิ
จกรรมการท่
องเที
่
ยวแล้
ว
ความหมายและจิ
ตวิ
ญญาณของการกํ
าฟ้
าซึ
่
งมี
มาแต่
เดิ
มจะหายไป เห็
นได้
จาก
“...คื
อทุ
กอย่
างที
่
มั
นไม่
ทํ
าตามประเพณี
มั
นผิ
ดละ ความสํ
าคั
ญ
ของประเพณี
จะหายไป เพราะมั
นมี
วั
ตถุ
ประสงค์
เพื
่
อความสมานฉั
นท์
ของคน ให้
ทุ
กคน
รู
้
สึ
กว่
าเป็
นเจ้
าของประเพณี
ทํ
าอะไรก็
ได้
ทํ
าด้
วย แต่
ถ้
าเมื
่
อไหร่
ก็
ตามที
่
มี
เจ้
าภาพ
โดดขึ
้
นมา จะเกิ
ดความรู
้
สึ
กว่
าเป็
นแขก ไม่
ได้
เป็
นเจ้
าของ ความรู
้
สึ
กต่
อประเพณี
ของ
ความเป็
นแขกกั
บความเป็
นเจ้
าของ มั
นจะแตกต่
างกั
นมาก แล้
วยิ
่
งเราเอามาทํ
าขาย
มั
นจะไปกั
นใหญ่
คนที
่
มาดู
ไม่
ได้
เห็
นความสํ
าคั
ญ ทั
้
งๆ ที
่
เจ้
าของประเพณี
บอกว่
า
สํ
าคั
ญ เป็
นชี
วิ
ตของเขา แต่
เขาต้
องมาแสดงให้
ใครดู
ก็
ไม่
รู
้
คุ
ณเคยไปดู
เขาแห่
บั
้
งไฟ
ไหม แล้
วเขาก็
พู
ดจาหยาบคาย คุ
ณลองไปถามเขาดู
สิ
เวลาออกจากขบวนแห่
แล้
ว
เขาจะไม่
ยอมพู
ดแม้
แต่
คํ
าเดี
ยว ยิ
่
งแห่
นางแมวนี
่
โคตรหยาบเลย พู
ดเร็
วมาก จดไม่
ทั
น แต่
พอออกจากพิ
ธี
กรรมแล้
ว ลองถามดู
ไม่
ยอมพู
ด จะบอกลื
มหมดแล้
ว เขาใช้
ใน
พิ
ธี
กรรมเท่
านั
้
น เขาพู
ดเร็
วมาก ร้
องเป็
นทํ
านอง พอจบก็
ไม่
พู
ด...”
(ฤดี
มน ปรี
ดี
สนิ
ท, ๒๕๕๐ : สั
มภาษณ์
)
อย่
างไรก็
ดี
มุ
มมองดั
งกล่
าวก็
มิ
ได้
ปฏิ
เสธให้
ประเพณี
บุ
ญกํ
าฟ้
าตํ
าบลบ้
านผื
อ
เป็
นกิ
จกรรมการท่
องเที
่
ยวเท่
านั
้
น แต่
ยั
งได้
เสนอแนะทางออกด้
วยว่
าความเปลี
่
ยนแปลงความหมาย
ตลอดจนจิ
ตวิ
ญญาณข้
างต้
นขึ
้
นอยู
่
กั
บการจั
ดการ
“...จั
ดการตามวั
ฒนธรรม ถึ
งฤดู
กาลที
่
เขาทํ
า เราก็
พาไปให้
เห็
น
อย่
างนั
้
นมั
นก็
ดี
แต่
ถ้
าเอามาแสดงให้
คนดู
พอใจ มั
นก็
ไม่
ใช่
วิ
ถี
ชี
วิ
ต พอไม่
ใช่
วิ
ถี
ชี
วิ
ต
ความเชื
่
อถื
อความเคารพ ในปร ั
ชญาอุ
ดมการณ์
ของบรรพบุ
รุ
ษ มั
นจะเริ
่
มหายไป สิ
่
ง
ใหม่
จะเข้
ามาแปลกปลอม แล้
วมั
นก็
แทนที
่
กั
นไม่
ได้
... เขาทํ
าเพราะเขามี
ความเชื
่
อว่
า
ทํ
าแล้
วชี
วิ
ตจะดี
ขึ
้
น ถ้
าความเชื
่
อหายไปแล้
วเขาจะทํ
าอะไร...”
(ฤดี
มน ปรี
ดี
สนิ
ท, ๒๕๕๐ : สั
มภาษณ์
)
กล่
าวได้
ว่
าในมุ
มมองนี
้
จึ
งเป็
นมุ
มมองของความห่
วงใยต่
อการจั
ดให้
เป็
น
กิ
จกรรมทางการท่
องเที
่
ยว เนื
่
องจากเกรงว่
า
“...พอการท่
องเที
่
ยวเข้
าไป ความเชื
่
อมั
นก็
หายไป
เพราะคนทํ
าเพื
่
อเงิ
น วั
ตถุ
ประสงค์
มั
นก็
ต่
างกั
น...”
(ฤดี
มน ปรี
ดี
สนิ
ท, ๒๕๕๐ : สั
มภาษณ์
) นั
่
นเอง