๑๑๕
การยึ
ดถื
อฮี
ตสิ
บสิ
งคองสิ
บสี
่
ของชาวพวนตํ
าบลบ้
านผื
อเริ่
มลดน้
อยลง โดยการประยุ
กต์
งานบุ
ญบาง
ประเภทให้
สอดคล้
องตามยุ
คสมั
ยเช่
นการนํ
าหมอลํ
าซึ
่
งเข้
ามา เป็
นต้
น
“...ชาวบ้
านเขาก็
ทํ
าอยู
่
เดี
๋
ยวนี
้
ยุ
คสมั
ยใหม่
ชาวบ้
านรุ
่
นใหม่
ๆ ก็
เลยทํ
า
การประยุ
กต์
... ของเรากลายพั
นธุ
์
คํ
าว่
ากลายที
่
ว่
าคื
อ มี
ประเพณี
ใหม่
ๆ เข้
ามา ... คื
อ
การประยุ
กต์
การเอาลํ
าซิ
่
งมาแทรก เพราะถ้
าร้
องเฉยๆ มั
นไม่
สนุ
ก ถ้
าลํ
าซิ
่
งเร้
าใจกว่
า
...”
(บุ
ญถม เจริ
ญชนม์
, ๒๕๕๐ : สั
มภาษณ์
)
การ “กลายพั
นธุ
์
” ของวั
ฒนธรรมชาวพวนดั
งกล่
าวเป็
นส่
วนหนึ
่
งที
่
ทํ
าให้
ป ั
จจุ
บั
นบ้
าน
ผื
อไม่
มี
การจั
ดประเพณี
บุ
ญกํ
าฟ้
าในลั
กษณะใหญ่
โตและต้
องหยุ
ดทํ
างานระยะเวลา ๓ วั
น ดั
งที
่
มี
มาใน
อดี
ต
“...ก็
เคยอยู
่
พวกผู
้
เฒ่
าผู
้
แก่
ก็
ทํ
ากั
นมาอยู
่
รุ
่
นก่
อนๆ...”
(บุ
ญถม เจริ
ญชนม์
, ๒๕๕๐ :
สั
มภาษณ์
) หรื
อ
“…เกิ
ดมาพ่
อแม่
ก็
พาทํ
าแล้
ว พอถึ
งเดื
อนสามสามคํ
่
า เขาก็
เรี
ยกว่
ากํ
าฟ้
า…”
(บุ
ญ
ฤทธิ
์
มี
ลา, ๒๕๕๐ : สั
มภาษณ์
)
ขณะที
่
ป ั
จจุ
บั
นบุ
ญกํ
าฟ้
าบ้
านผื
อเหลื
อเพี
ยงการปฏิ
บั
ติ
ตนตามความเชื
่
อของแต่
ละ
ครอบคร ั
วเพี
ยงวั
นเดี
ยวเท่
านั
้
น
“...: บางบ้
านยั
งไม่
เลิ
ก ยั
งถื
อกั
นมาอยู
่
อย่
างถ้
าพอถึ
งวั
นงานจะไปสี
ข้
าวตั
กนํ
้
าก็
ไม่
ทํ
ากั
นแล้
ว ห้
ามนอนกลางวั
น...”
(บุ
ญถม เจริ
ญชนม์
, ๒๕๕๐ : สั
มภาษณ์
) เนื
่
องจาก
เหตุ
ผลสํ
าคั
ญประการหนึ
่
งได้
แก่
“...ด้
วยเศรษฐกิ
จมั
นร ั
ดตั
วเลยจั
ดสามวั
นไม่
ได้
แต่
เมื
่
อก่
อนจั
ดสาม
วั
นรุ
่
นพ่
อแม่
พอรุ
่
นลู
กหลานเศรษฐกิ
จร ั
ดตั
ว ถ้
าหยุ
ดงานสามวั
นรายได้
มั
นจะตก...” และ “... มั
นจะ
เป็
นการรบกวน จั
ดโต๊
ะที
สี
่
ห้
าหมื
่
น บ้
านคนนั
้
นก็
โต๊
ะนึ
ง บ้
านผู
้
ใหญ่
ก็
โต๊
ะนึ
ง ถ้
าปี
ไหนไปผ้
าป ่
าแล้
วเงิ
น
ไม่
พอก็
ใช้
เงิ
นกองกลาง...”
(บุ
ญถม เจริ
ญชนม์
, ๒๕๕๐ : สั
มภาษณ์
) นั
่
นเอง
ข้
อมู
ลจากการสั
มภาษณ์
พบว่
าประเพณี
บุ
ญกํ
าฟ้
าซึ
่
งเคยจั
ดเป็
นประเพณี
สํ
าคั
ญของ
ตํ
าบลบ้
านผื
อเมื
่
อประมาณ ๗ – ๘ ปี
ที
่
ผ่
านมาจะมี
กระบวนการดั
งนี
้
๑. เวลาคํ
่
าของวั
นขึ
้
น ๒ คํ
่
า เดื
อน ๓ มั
คนายกของวั
ดประจํ
าของแต่
ละหมู
่
บ้
านจะ
เดิ
นประกาศตามบ้
านต่
างๆ เพื
่
อเตรี
ยมตั
วนํ
าภั
ตตาหารไปถวายแด่
พระสงฆ์
ที
่
วั
ดในเวลาเช้
าของวั
น
ขึ
้
น ๓ คํ
่
าเดื
อน ๓ ว่
า
“...พรุ
่
งนี
้
เป็
นวั
นกํ
าฟ้
าเด้
อ อย่
าทํ
างานเด้
อ มั
นจะไม่
ดี
ผิ
ดผี
พอตอนเช้
าสามคํ
่
า
มาวั
นใหม่
ก็
จะทํ
าบุ
ญตั
กบาตร ...”
(เฮื
อง มี
ลา, ๒๕๕๐ : สั
มภาษณ์
)
ในเวลาเช้
าของวั
นขึ
้
น ๓ คํ
่
า เดื
อน ๓ ชาวพวนบ้
านผื
อจะไม่
มี
การทํ
าบุ
ญที
่
วั
ดรวมถึ
ง
ไม่
มี
การทํ
างานในวั
นนี
้
เช่
นกั
น แต่
จะมี
คติ
นิ
ยมเอาขนมจี
นไปใส่
ต้
นไม้
เพื
่
อเป็
นปุ
๋
ย
“...เอาข้
าวปุ
้
นไปใส่
นาทํ
าปุ
๋
ย ไม่
มี
การทํ
าบุ
ญ สายๆ นี
่
ห้
ามทํ
างานทุ
กอย่
างเพราะมั
นจะไม่
ดี
เขาถื
อกั
น...”
(เฮื
อง มี
ลา,
๒๕๕๐ : สั
มภาษณ์
) โดยจะมี
การท่
องคาถากํ
ากั
บขณะใส่
ปุ
๋
ยในนาว่
า
“...พุ
ทธํ
สรณํ
คจฺ
ฉามิ
ธมฺ
มํ