๙๕
๓.๒) มุ
มมองต่
อการดั
ดแปลงประเพณี
เพื่
อการท่
องเที่
ยว
มุ
มมองที
่
ชาวพวนบ้
านหาดเสี
้
ยวเป็
นกั
งวลต่
อการดั
ดแปลงประเพณี
บุ
ญกํ
าฟ้
า
เพื
่
อการท่
องเที
่
ยวในประเด็
นนี
้
มี
ความแตกต่
างจากความกั
งวลต่
อความหมายวั
ฒนธรรมที
่
เปลี
่
ยนแปลงไปดั
งกล่
าวข้
างต้
น เนื
่
องจากเป็
นความกั
งวลในเชิ
งของการนํ
าประเพณี
มาเป็
นการค้
าใน
ลั
กษณะที
่
เรี
ยกว่
า “พุ
ทธพาณิ
ชย์
” ในความหมายของการดั
ดแปลงประเพณี
เพื
่
อมุ
่
งตอบสนอง
นั
กท่
องเที
่
ยวโดยไม่
สนใจคุ
ณค่
าทางวั
ฒนธรรมเลย ดั
งจะเห็
นได้
จากการเปรี
ยบเที
ยบกั
บบุ
ญกฐิ
นของ
ชาวหาดเสี
้
ยว ซึ
่
งเป็
นอี
กประเพณี
หนึ
่
งที
่
ถู
กดั
ดแปลงจนกลายเป็
นพุ
ทธพาณิ
ชย์
เพื
่
อต้
อนร ั
บบุ
คคล
สํ
าคั
ญ ดั
งต่
อไปนี
้
“…ไปบุ
ญกฐิ
นก่
อนแล้
วค่
อยไปทํ
า มั
นจะเริ
่
มที
่
หว่
านใต้
จะทํ
าพิ
ธี
ไถ
บางแห่
งก็
ใช้
ควาย … เขาก็
จะมี
พิ
ธี
กรบอกว่
าตรงนี
้
นะ ตรงนี
้
นะ เริ
่
มตั
้
งแต่
เราทํ
าไร่
ทํ
านา
อย่
างนี
้
อย่
างนี
้
นะ พอเสร็
จแล้
วก็
จะมี
นางฟ้
ามาหวานฝ้
าย สั
กพั
กก็
จะสมมติ
เกิ
ดใยฝ้
าย
ขึ
้
นมาจากนั
้
นก็
จะเอาปุ
ยฝ้
ายมาทํ
าเป็
นเส้
นด้
ายจากนั
้
นก็
เอาเส้
นด้
ายมากอเป็
นเส้
นแล้
วก็
เอาไปเข้
าฟู
กเข้
าฟื
ม กระทั
่
งเอาไปทอเป็
นผ้
าถวายพระภายในวั
นเดี
ยวนั
้
น แต่
ที
่
ผมเป็
น
ห่
วงอยู
่
อย่
างหนึ
่
งพอมาเสร็
จเจ้
าภาพเป็
นพุ
ทธพาณิ
ชย์
ต้
องเสร็
จเวลานั
้
นนะ เพราะเวลา
นั
้
นนายกท่
านจะมาหรื
อร ั
ฐมนตรี
ท่
านจะมานะ เขาจะมาถวายหรื
ออะไรต่
อมิ
อะไร มั
น
สร้
างป ั
ญหาขึ
้
นมา ..”
(สง่
า เกิ
ดใหญ่
, ๒๕๕๐: สั
มภาษณ์
)
อย่
างไรก็
ดี
ความกั
งวลต่
อการดั
ดแปลงประเพณี
บุ
ญกํ
าฟ้
าจนกระทั
่
ง
กลายเป็
นพุ
ทธพาณิ
ชย์
อาจเป็
นเพี
ยงความกั
งวลหนึ
่
งของชาวพวนบ้
านหาดเสี
้
ยวกลุ
่
มหนึ
่
งเท่
านั
้
น
ขณะที
่
ชาวพวนบ้
านหาดเสี
้
ยวอี
กกลุ
่
มหนึ
่
งกลั
บเห็
นความจํ
าเป็
นต่
อ “การดั
ดแปลง” ประเพณี
บุ
ญกํ
า
ฟ้
าเพื
่
อให้
นั
กท่
องเที
่
ยวได้
ชม เห็
นได้
จากการเที
ยบเคี
ยงกั
บงานแห่
นาคขึ
้
นช้
างอี
กเช่
นกั
นว่
าชาวพวน
บ้
านหาดเสี
้
ยวในป ั
จจุ
บั
นไม่
มี
ใครแห่
นาคขึ
้
นช้
างข้
ามแม่
นํ
้
ายมอี
กต่
อไปแล้
ว แต่
ยั
งคงต้
องจั
ดแสดงการ
แห่
นาคขึ
้
นช้
างข้
ามแม่
นํ
้
ายมอยู
่
เพราะถู
กขอร้
องให้
ทํ
าเพื
่
อการประชาสั
มพั
นธ์
และตอบสนอง
นั
กท่
องเที
่
ยว ดั
งคํ
ากล่
าวที
่
ว่
า
“…มั
นก็
จํ
าเป็
นที
่
จะต้
องปรุ
งแต่
งกั
นนิ
ดหน่
อย มั
นก็
ดู
จะไม่
ผิ
ดเพี
้
ยน
แบบว่
าช่
วยเอาช้
างข้
ามแม่
นํ
้
าหน่
อย ก็
ไม่
ใช่
จั
ดฉากหรอกคร ั
บข้
ามจริ
งๆ พอข้
ามเขาก็
ไป
ถ่
ายกั
น แต่
จริ
งอยู
่
การที
่
เราจะข้
ามตรงสะพานคอนกรี
ต เราก็
ข้
ามตรงนั
้
น ก็
ได้
ร ั
บการ
ขอร้
อง…”
(อุ
ทิ
ศ กุ
มาร, ๒๕๕๐: สั
มภาษณ์
)