75
สั
งคมศาสตร์
ได้
ใช้
เป็
นตั
วแบบเพื่
อเสนอทฤษฎี
ในการศึ
กษาสั
งคมและวั
ฒนธรรมดั
งเช่
น เฮนรี่
มอร์
แกน
(Hanry Morgan, 1818-1881) เอ็
ดเวิ
รด์
บี
.ไทเลอร์
(Edward B Tylor. 1832-1917) ได้
อ้
างถึ
งและสรุ
ป
แนวความเชื่
อทางสั
งคมศาสตร์
นี
้
ว่
า “สั
งคมมนุ
ษย์
ก็
มี
ภาวะเช่
นเดี
ยวกั
บสิ ่
งมี
ชี
วิ
ต คื
อ เริ
่
มต้
นด้
วยการเป็
น
สั
งคมแบบง่
าย ๆ หยาบ ๆ มี
ภาวะความเป็
นอยู
่
แบบเดี
ยวกั
นเป็
นส่
วนใหญ่
แล้
วจึ
งค่
อย ๆ เปลี่
ยนแปลง
ไปสู
่
ความเป็
นสั
งคมที่
สลั
บซั
บซ้
อนขึ
้
น มี
ความละเอี
ยดอ่
อนมากขึ
้
น และภาวะความเป็
นอยู
่
ของคนใน
สั
งคมก็
มี
ความแตกต่
างกั
นมากขึ
้
น ซึ
่
งเป็
นผลสื
บเนื่
องมาจากการมี
กิ
จกรรมทางสั
งคมต่
าง ๆ เพิ ่
มมากขึ
้
น
เพราะความก้
าวหน้
าของสั
งคม” และดั
งเช่
น เฮอร์
เบิ
ร์
ต สเปนเซอร์
(Herbert Spencer) เขี
ยนไว้
ทํ
านอง
เดี
ยวกั
นว่
า “กระบวนการวิ
วั
ฒนาการมี
ลั
กษณะของการฝ่
านจากภาวะของความเหมื
อนกั
นที่
ไม่
กลมกลื
น
ไปสู
่
ภาวะของความแตกต่
างกั
นที่
มี
การประสานกลมกลื
นกั
น”
แนวคิ
ดที่
พั
ฒนาต่
อเนื่
องจากทฤษฎี
วิ
วั
ฒนาการนั
้
น เกิ
ดจากปรากฎการณ์
ทางวั
ฒนธรรมของบาง
สั
งคมที่
วั
ฒนธรรมมี
ได้
เปลี่
ยนแปลงไปตามขั
้
นตอนดั
งที่
Spencer และ Durkheim ได้
กล่
าวไว้
ว่
า
วิ
วั
ฒนาการของสั
งคมอาจะมี่
การกระโดดข้
ามขั
้
นตอนได้
เพราะได้
มี
“การแพร่
กระจายทางวั
ฒนธรรม”
(Culture Diffusion) จากสั
งคมอื่
นไปสู
่
สั
งคมนั
้
น ฉะนั
้
นวิ
วั
ฒนาการของสั
งคมที่
กระโดดข้
ามขั
้
นตอน
เพราะ “การขอยื
มทางวั
ฒนธรรม” (Cultural Borrowing) และกระบวนการเปลี่
ยนแปลงอย่
างใหม่
จึ
ง
เป็
นที่
สนใจของนั
กมานุ
ษยวิ
ทยา อาทิ
จู
เลี
ยน สตี
วั
ท (Julian Steward) ซึ
่
งนํ
าไปสู
่
แนวคิ
ดใหม่
เกี่
ยวกั
บ
การเปลี่
ยนแปลงทางวั
ฒนธรรมและสั
งคม นั
กวิ
วั
ฒนาการปั
จจุ
บั
นยอมรั
บว่
า “วิ
วั
ฒนาการทาง
วั
ฒนธรรมของแต่
ละสั
งคมนั
้
นอาจมี
การผั
นผวนได้
เพราะอิ
ทธิ
พลของปั
จจั
ยทางวั
ฒนธรรมจากสั
งคม
อื่
นและปั
จจั
ยทางจิ
ตวิ
ทยา ของแต่
ละสั
งคมได้
ฉะนั
้
นวั
ฒนธรรมของแต่
ละสั
งคมจึ
งอาจพั
ฒนาไปทิ
ศทาง
ที่
เสื่
อมลงจนพบจุ
ดจบอั
นเป็
นเหตุ
ให้
วั
ฒนธรรมตายไปได้
2.
แนวคิ
ดเกี่
ยวกั
บการถ่
ายทอดและการรั
บวั
ฒนธรรม
วั
ฒนธรรม คื
อ ระบบสั
ญลั
กษณ์
ที่
มนุ
ษย์
สร้
างขึ
้
น วั
ฒนธรรมจึ
งเป็
นสิ
่
งที่
มนุ
ษย์
จะต้
องเรี
ยนรู
้
และต้
องมี
การถ่
ายทอด การถ่
ายทอดวั
ฒนธรรมก็
คื
อ การสอนให้
คนรุ
่
นหลั
งรู
้
ถึ
งระบบสั
ญลั
กษณ์
ของ
สั
งคมที่
มี
การตกลงกั
นไว้
ว่
าประกอบด้
วยอะไรบ้
าง ซึ
่
งการถ่
ายทอดวั
ฒนธรรมมี
อยู
่
2 ลั
กษณะคื
อ การ
ถ่
ายทอดวั
ฒนธรรมในแนวตั
้
ง เป็
นการถ่
ายทอดวั
ฒนธรรมในสั
งคมเดี
ยวกั
นที่
สื
บทอดจากคนรุ ่
นหนึ
่
ง
ไปสู
่
คนอี
กรุ ่
นหนึ
่
ง เช่
น กระบวนการเรี
ยนรู
้
ที่
พ่
อแม่
อบรมสั
่
งสอนลู
ก และอี
กลั
กษณะหนึ
่
งคื
อ การ
ถ่
ายทอดวั
ฒนธรรมในแนวนอนเป็
นการถ่
ายทอดวั
ฒนธรรมจากสั
งคมหนึ
่
งไปสู
่
อี
กสั
งคมหนึ
่
ง ซึ
่
ง
นอกจากมนุ
ษย์
จะถ่
ายทอดวั
ฒนธรรมจากคนรุ
่
นหนึ
่
งไปย ั
งคนอี
กรุ
่
นหนึ
่
งแล้
ว มนุ
ษย์
อาจจะรั
บ