Page 63 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

55
เฮอร์
เบิ
ร์
ต และไซมอน (Herbert and Simom) กล่
าวว่
า ยิ
งสมาชิ
กขององค์
กรมี
การเชื่
อมโยง
และส่
งสารระหว่
างกั
นเพิ
มมากขึ
นเท่
าไหร่
ความผิ
ดพลาดของข้
อมู
ลกก็
จะยิ
งเพิ
มมากขึ
นเท่
านั
น ซึ
งเขา
เรี
ยกปรากฎการณ์
เช่
นนี
ว่
า การซึ
มซั
บความไม่
แน่
ใจที
ละเล็
กที
ละน้
อย จนมี
ความรู
สึ
กเสมื
อนว่
า สิ
งนั
เป็
นสิ
งที่
จริ
งมากขึ
นเรื่
อยๆ (uncertainty absoption)
ส่
วน เพี
ยซ์
(Pearce) และเพื่
อนได้
ตั
งข้
อสั
งเกตจากการศึ
กษาของเขาว่
า ช่
องสาร (channel)ที่
มากเกิ
นไปก็
จะยิ ่
งทํ
าให้
เกิ
ดความผิ
ดพลาดมากยิ
งขึ
นเท่
านั
น หรื
อการมี
สารหลายอย่
างที่
เข้
ามาในเวลา
เดี
ยวกั
น หรื
อสารที่
ถู
กส่
งมาในเวลาที่
รวดเร็
วมากเกิ
นไปก็
อาจทํ
าให้
สารขาดความถู
กต้
องได้
รี
ดดิ
ง ((Redding) ได้
สรุ
ปถึ
งการเพิ
มความไม่
แน่
นอน “uncertainty absorption” ในการ
ตั
ดสิ
นใจในการตั
ดสิ
นใจตามลํ
าดั
บชั
น (hierarchy) ในองค์
กรว่
า “ยิ ่
งบุ
คคลอยู
ในลํ
าดั
บชั
นการบริ
หาร
หรื
อตํ
าแหน่
งที่
สู
งมากเท่
าไร การตั
ดสิ
นใจก็
จํ
าเป็
นต้
องขึ
นอยู
กั
บข้
อมู
ลข่
าวสารมากขึ
นเท่
านั
น ข้
อมู
ข่
าวสารจึ
งมี
ความจํ
าเป็
นสํ
าหรั
บผู
บริ
หาร ดั
งนั
นหากเป็
นไปได้
จึ
งควรคั
ดเลื
อกให้
เหลื
อเฉพาะข้
อมู
ข่
าวสารที่
สํ
าคั
ญและจํ
าเป็
นจริ
งๆ สํ
าหรั
บผู
บริ
หารเท่
านั
น”
เพราะโดยหลั
กการจั
ดการเบื
องต้
น (Pre-Principled management) นั
น หากคนที่
มี
อํ
านาจ
สู
งสุ
ดในองค์
กรได้
รั
บข้
อมู
ลข่
าวสารที่
มากเกิ
นไปเกี่
ยวกั
บตั
วแปรต่
างๆ ที่
เกี่
ยวกั
บผลของกระบวนการ
การสื่
อสารในประเด็
นต่
างๆ อั
นได้
แก่
ชนิ
ดหรื
อรู
ปแบบของเครื
อข่
ายที่
ข่
าวสารไหลอยู
ในองค์
กร (type
of network) สั
ดส่
วนของการไหลของข่
าวสารในเรื่
องต่
างๆ (rate of message flow) ความฟุ
มเฟื
อย
เยิ ่
นเย ้
อในสาร (redundancy in message) ประสิ
ทธิ
ผลของสถานี
เครื
อข่
ายที่
มี
อยู
ในองค์
กร
(Efficiency of network pathway) และหน้
าที่
ของเครื
อข่
ายต่
างๆ (Function of network) ซึ
งความมี
ข้
อมู
ลเหล่
านี
มากเกิ
นไปก็
จะทํ
าให้
เกิ
ดความสั
บสนมากยิ
งขึ
นเท่
านั
น ดั
งนั
นในการพิ
จารณาเกี่
ยวกั
ปั
จจั
ยเหล่
านี
จึ
งควรพิ
จารณาเฉพาะในส่
วนที่
เกี่
ยวข้
องกั
บประเด็
นที่
จะต้
องวางแผนจริ
งๆ เท่
านั
นอกจากการพิ
จารณาในเรื่
องต่
างๆ ดั
งกล่
าวแล้
ว สิ
งที่
ผู
วางแผนจํ
าเป็
นต้
องคํ
านึ
งถึ
งอยู
เสมออี
ประการหนึ
งก็
คื
อ ความสั
มพั
นธ์
ภายใน (Interrelations) ที
แสดงถึ
งความไม่
เป็
นอิ
สระจากกั
นของ