42
สื่
อสารอย่
างถู
กต้
อง อย่
างไรก็
ตาม แนวคิ
ดเกี่
ยวกั
บการวางแผนการสื่
อสารนั
บได้
ว่
าเกิ
ดขึ
้
นมานาน
หากแต่
แฝงอยู
่
ในการวางแผนงานในด้
านที่
สํ
าคั
ญๆ เช่
น แฝงอยู
่
ในกระบวนการวางแผนงานทางด้
าน
การพั
ฒนาต่
างๆ โดยเฉพาะแผนทางเศรษฐกิ
จ ซึ
่
งถื
อเป็
นหลั
กพื
้
นฐานที่
ว่
าด้
วยความเป็
นอยู ่
ในการ
ดํ
ารงชี
วิ
ตของมนุ
ษย์
ที่
ต้
องการอยู
่
รอดโดยมี
การแลกเปลี่
ยนปั
จจั
ยต่
างๆ ซึ
่
งกั
นและกั
นทุ
กหน่
วยจะต้
อง
ยึ
ดถื
อในเรื่
องความต้
องการและการตอบสนอง (demand and supply) ที่
ผู
กติ
ดอยู
่
กั
บกระบวนการของ
การผลิ
ตผลผลิ
ตและการแพร่
กระจายผลผลิ
ตเหล่
านั
้
น ซึ
่
งกระบวนการดั
งกล่
าวจะเกิ
ดขึ
้
นได้
จะต้
องมี
กระบวนการอี
กกระบวนการหนึ
่
งซ้
อนอยู
่
ด้
วยเสมอนั ่
นก็
คื
อ กระบวนการทางสารสนเทศ (information
processing) ซึ
่
งกระบวนการของข้
อมู
ลข่
าวสารนี
้
ได้
กลายเป็
นสิ
่
งที่
ให้
ผลและรู
ปแบบของกลยุ
ทธ์
ด้
าน
เศรษฐศาสตร์
มี
ความแตกต่
างกั
นโดยสิ
้
นเชิ
ง โดยจะสะท้
อนให้
เห็
นจากแนวคิ
ดของนั
กเศรษฐศาสตร์
(economics conceptual) ที่
ประเมิ
นปั
จจั
ยต่
างๆ ในเชิ
งวิ
ทยาศาสตร์
ในการพิ
จารณาสิ
่
งต่
างๆ ที่
สามารถ
วั
ดค่
าและสามารถนํ
ามาจั
ดการให้
เชิ
งสถิ
ติ
ได้
ดั
งนั
้
นกระบวนการาสารสนเทศจึ
งเป็
นปั
จจั
ยหนึ
่
งที่
ถู
ก
พิ
จารณาในแง่
ของจํ
านวนของบข้
อมู
ลข่
าวสารสารสนเทศเป็
นสํ
าคั
ญและผู
้
ที่
มองการสื่
อสารในเชิ
งของ
ปริ
มาณเป็
นคนแรกได้
แก่
แชนอนและวี
เวอร์
(Shannon and Weaver) ซึ
่
งเป็
นวิ
ศวกรด้
านการสื่
อสาร
ที่
มองการสื่
อสารในเชิ
งวิ
ทยาศาสตร์
หรื
อเชิ
งคณิ
ตศาสตร์
โดยได้
ตั
้
งทฤษฎี
ข้
อมู
ลข่
าวสาร (information
theory) ที่
เชื่
อว่
าการนํ
าข้
อมู
ลข่
าวสาร (information) มาใช้
ในปริ
มาณที่
เหมาะสมจะทํ
าให้
เกิ
ดผลการ
สื่
อสารที่
มี
ประสิ
ทธิ
ภาพ ซึ
่
งแนวความคิ
ดนี
้
ในยุ
คปั
จจุ
บั
นมี
ความสํ
าคั
ญและสามารถนํ
ามาศึ
กษาตาม
หลั
กความเป็
นจริ
งของการสื่
อสารในโลกยุ
คสั
งคมข่
าวสารได้
อย่
างไรก็
ตามได้
มี
นั
กวิ
ชาการบางท่
านที่
คั
ดค้
านการมองการสื่
อสารในเชิ
งปริ
มาณดั
งกล่
าว เช่
น สติ
กไลต์
ซ (Stiglitz) ได้
ค้
านว่
าข้
อมู
ลข่
าวสาร
(information) เป็
นสิ ่
งที่
เราไม่
อาจวั
ด (measured) ได้
และการนํ
าเอาทฤษฎี
ข้
อมู
ลข่
าวสาร (information
theory) ไปใช้
จะต้
องนํ
าไปใช้
ในแง่
ของการอธิ
บาย (explanatory) เท่
านั
้
นทั
้
งนี
้
เนื่
องจากทฤษฎี
การ
สื่
อสาร(information theory) เป็
นเรื่
องที่
เกี่
ยวข้
องกั
บพฤติ
กรรมมนุ
ษย์
และเป็
นเรื่
องทางด้
าน
สั
งคมศาสตร์
(social science) ซึ
่
ง ดั
นน์
(dunn) เสริ
มว่
าทฤษฎี
ที่
มองการสื่
อสารเป็
นวิ
ทยาศาสตร์
นั
้
น
ไม่
น่
าจะเป็
นไปได้
เพราะการมองในเชิ
งวิ
ทยาศาสตร์
นั
้
นมี
ข้
อบกพร่
องคื
อ เป็
นวิ
ธี
การศึ
กษาที่
ไม่
ได้
ศึ
กษาเกี่
ยวกั
บเนื
้
อหา (content) ค่
านิ
ยม (value) ความเป็
นจริ
ง (truthfulness) และไม่
สนใจในเชิ
งของ