37
ดั
งได้
กล่
าวมาแล้
วในตอนต้
น ๆ ว่
า หากเราต้
องการปรั
บสภาพการณ์
จากการสื่
อสารแบบไม่
มี
ส่
วนร่
วมมาเป็
นการสื่
อสารแบบมี
ส่
วนร่
วม องค์
ประกอบที่
สํ
าคั
ญที่
ต้
องเริ
่
มปรั
บก็
คื
อ ปั
จจั
ยมนุ
ษย์
โดย
ต้
องเปิ
ดโอกาสให้
ผู
้
มี
ส่
วนได้
ส่
วนเสี
ยเข้
ามามี
ส่
วนร่
วมในบทบาทหน้
าที่
active ของการสื่
อสารไม่
ว่
าจะ
เป็
นบทบาทผู
้
ส่
งสารที่
เป็
นอิ
สระหรื
อบทบาทผู
้
รั
บสารที่
active
ในขั
้
นตอนของการเสวนาชุ
มชนนั
้
น เนื่
องจากเป้
าหมายของการสื่
อสารจะเป็
นไปเพื่
อระดม
ความคิ
ดเห็
น ดั
งนั
้
นปริ
มาณคนที่
เข้
าร่
วมจึ
งมี
จํ
านวนค่
อนข้
างมาก เช่
น 50-70 คน แต่
ทว่
าในขั
้
นตอน
ของการลงมื
อกระทํ
าอะไรใหม่
ๆ นั
้
น จะใช้
กลุ
่
มคนขนาดใหญ่
เช่
นนั
้
นไม่
ได้
ดั
งนั
้
น ในขั
้
นตอนที่
3 ซึ
่
ง
เป็
นขั
้
นของการลงมื
อกระทํ
าการจึ
งต้
องมี
การเลื
อกตั
้
งคณะทํ
างาน / คณะกรรมการ ซึ
่
งเป็
นไปตาม
หลั
กการของ K. Nair ที่
ว่
าการปรั
บเปลี่
ยนจาการสื่
อสารแบบที่
รวมศู
นย์
อยู
่
ในมื
อคนๆ เดี
ยว หรื
อคน
กลุ ่
มเล็
กๆ เช่
นกรณี
ของหอกระจายข่
าวที่
อยู
่
ในการดํ
าเนิ
นงานของผู
้
ใหญ่
บ้
านหรื
อผู
้
นํ
าเพี
ยง 2-3 คน
มาเป็
นคณะกรรมการหลายๆ คน กล่
าวคื
อ เมื่
อจะกระจายการมี
ส่
วนร่
วมก็
ต้
องเริ
่
มด้
วยการกระจายการ
ดํ
าเนิ
นงาน กล่
าวคื
อ ต้
องมี
การสร้
างองค์
กรใหม่
/ กลุ ่
มแบบใหม่
ขึ
้
นมากลุ ่
มใหม่
ที่
สร้
างขึ
้
นมานี
้
ก็
คั
ดเลื
อกมาจากกลุ
่
มผู
้
รั
บสารเดิ
มนั ่
นเอง ซึ
่
งเท่
ากั
บเป็
นการขย ั
บบทบาทของผู
้
สื่
อสารให้
ยกระดั
บขึ
้
นจาก
การเป็
น “ผู
้
รั
บสาร” มาเป็
น “ผู
้
ส่
งสาร”
หลั
งจากมี
การตั
้
งคณะกรรมการดํ
าเนิ
นงานหอกระจายข่
าวขึ
้
นมา แต่
เนื่
องจากการขย ั
บบทบาท
ใหม่
เพื่
อรองรั
บภารกิ
จแบบใหม่
นั
้
น จํ
าเป็
นต้
องมี
การเสริ
มสร้
างศั
กยภาพ (capacity building) เพื่
อสร้
าง
ความเชื่
อมั
่
นให้
แก่
คนกลุ
่
มใหม่
นี
้
ด้
วย และเมื่
อการเสริ
มสร้
างดั
งกล่
าวเป็
นภารกิ
จที่
เกิ
นเลยกว่
าที่
ภายใน
ชุ
มชนจะจั
ดการเองได้
ก็
เป็
นบทบาทของหน่
วยงานหรื
อองค์
กรภายนอกที่
จะเข้
าไปหนุ
นช่
วยในที่
นี
้
ก็
คื
อ
ที
มวิ
จั
ยนั
้
นเอง โดยหน่
วยงานภายนอกต้
องเกาะหลั
กการให้
แน่
ว่
า อะไรที่
ชุ
มชนทํ
าได้
เอง ต้
องให้
ชุ
มชนลงมื
อทํ
าเอง และต้
องให้
เป็
นอะไรที่
เหลื
อกํ
าลั
ง(ชุ
มชน)ลากจึ
งออกปากบอกแขก (หน่
วยงาน
ภายนอก)ให้
แบกหาม
กระบวนการเสริ
มสร้
างศั
กยภาพนี
้
มี
ทั
้
งหมด 6 กระบวนการ คื
อ การเรี
ยนรู
้
อย่
างมี
ส่
วนร่
วม
และฝึ
กปฏิ
บั
ติ
(training) การดํ
าเนิ
นงานโดยใช้
ตกลงร่
วมเป็
นแนวทาง (regulations)
การให้
การ
สนั
บสนุ
นด้
านเครื่
องมื
ออุ
ปกรณ์
(technical support) การติ
ดตามและให้
คํ
าปรึ
กษาโดยคณะผู
้
วิ
จั
ย