31
รู
ปแบบต่
าง ๆ ระหว่
างที
มวิ
จั
ยกั
บชาวบ้
านนั
้
น ไม่
ว่
าจะเป็
นการจั
ดเสวนาชุ
มชน การฝึ
กอบรม การ
ติ
ดตามประเมิ
นผล ฯลฯ นั
้
นล้
วนแล้
วแต่
เป็
นเรื่
อง “ชั ่
วคราว / เฉพาะกิ
จ” ทั
้
งสิ
้
น เพราะสั
กวั
นหนึ
่
งคู
่
ของการสื่
อสาร คื
อ ที
มวิ
จั
ยก็
ต้
องโบกมื
ออํ
าลาหมู
่
บ้
านไป แต่
เหล่
าบรรดารู
ปแบบการสื่
อสาร เช่
น
การประชุ
มหมู
่
บ้
านนั
้
นเป็
น “เรื่
องถาวร / ประจํ
า” เพราะตราบใดที่
ย ั
งคงมี
หมู ่
บ้
านก็
คงจะต้
องมี
การ
ประชุ
มหมู
่
บ้
านเคี
ยงคู
่
กั
นไป
แต่
ที่
กล่
าวมาข้
างต้
นนั
้
น ก็
มิ
ได้
หมายความว่
าช่
องทางทั
้
งสองแบบนี
้
จะดี
เด่
นกว่
ากั
นในทุ
กๆ
เรื่
อง หากทว่
าในช่
องทางแต่
ละแบบต่
างก็
มี
จุ
ดเด่
น / จุ
ดด้
อยของตั
วเองช่
องทางเฉพาะกิ
จนั
้
นมี
อายุ
สั
้
น
ไม่
คงถาวร แต่
ก็
มี
ความสดใส แปลกใหม่
สร้
างความกระชุ
่
มกระชวยให้
แก่
ชุ
มชนได้
ในขณะที่
การ
ประชุ
มหมู
่
บ้
านนั
้
น เมื่
อทํ
าอย่
างเป็
นประจํ
าสมํ
่
าเสมอก็
อาจจะเฉื่
อยเนื
อยไปได้
ดั
งนั
้
นในการวางแผน
เรื่
องการใช้
ช่
องทางจึ
งควรมี
การประสานข้
อเด่
น ลดข้
อด้
อย ของทั
้
งสองช่
องทาง ดั
งเช่
นที่
ที
มวิ
จั
ยของ
อ.ดวงพร ได้
ดํ
าเนิ
นการ คื
อ การสร้
างสะพานเชื่
อมต่
อระหว่
าง 2 ช่
องทาง เช่
น เมื่
อมี
การประชุ
ม
เสวนาชุ
มชนเรื่
องหอกระจ่
ายข่
าวเสร็
จสิ
้
นแล้
ว ก็
ได้
มี
การวางแผนให้
มี
การโอนย ้
ายประเด็
นเรื่
องหอ
กระจายข่
าวเข้
าไปเป็
นวาระ (agenda setting) ของการประชุ
มประจํ
าเดื
อนของหมู
่
บ้
าน ซึ
่
งทํ
าให้
มี
หลั
กประกั
นเรื่
องความต่
อเนื่
องยิ
่
งขึ
้
น เป็
นต้
น
(3) การศึ
กษาเรื่
องเนื
้
อหา (message)
(3.1) เนื
้
อหาแบบ liberative content
เนื่
องจากการสื่
อสารแบบมี
ส่
วนร่
วมนั
้
นเป็
นการสื่
อสารที่
สามารถเสริ
มพลั
งให้
แก่
ผู
้
สื่
อสารได้
(empowerment) โดยที่
เนื
้
อหาของการสื่
อสารแบบนี
้
นั
้
นจะต้
องมี
ลั
กษณะเฉพาะที่
เรี
ยกว่
า เป็
น liberative
content กล่
าวคื
อ เป็
นเนื
้
อหาสารที่
สอดคล้
องทั
้
งในแง่
ประเด็
นและวิ
ถี
ชี
วิ
ตของชุ
มชน สามารถ
ตอบสนองความต้
องการของชุ
มชน และมี
จุ
ดมุ
่
งหมายเพื่
อให้
ชุ
มชนสามารถนํ
าเนื
้
อหาดั
งกล่
าวไม่
ว่
าจะ
เป็
นความรู
้
หรื
อทั
กษะต่
างๆ มาจั
ดการกั
บชี
วิ
ตของตนเองได้
ตั
วอย่
างของเนื
้
อหาที่
สอดคล้
องกั
บจั
งหวะชี
วิ
ตของชุ
มชนในกรณี
ของหอกระจายข่
าว ก็
เช่
น
ช่
วงเวลาของการนํ
าเสนอนั
้
นต้
องเป็
นเวลาที่
ชาวบ้
านสามารถติ
ดตามรั
บฟั
งได้
และใช้
รู
ปแบบการ
นํ
าเสนอที่
ชาวบ้
านคุ
้
นเคย เช่
น การพู
ดคุ
ยสนทนา หรื
อกรณี
ของเนื
้
อหาสารที่
ตอบสนองความต้
องการ