๑๑
ใช้
และการกระจายทรั
พยากรธรรมชาติ
ตลอดจนปั
จจั
ยการผลิ
ตที่
มี
อยู
่
ในสั
งคม
เพื่
อให้
เกิ
ด
ประโยชน์
ต่
อการดํ
ารงชี
พทางเศรษฐกิ
จและสั
งคม
ซึ
่
งเป็
นการมี
ส่
วนร่
วมของประชาชนตามแนว
ทางการปกครองในระบอบประชาธิ
ปไตยที่
เปิ
ดโอกาสให้
ประชาชนพั
ฒนาการรั
บรู
้
สติ
ปั
ญญา และ
ความสามารถในการตั
ดสิ
นใจกํ
าหนดชี
วิ
ตด้
วยตนเอง ดั
งนั
้
นการมี
ส่
วนร่
วมของประชาชนจํ
าเป็
นทั
้
ง
วิ
ธี
การ (Means) และเป้
าหมาย (Ends) ในเวลาเดี
ยวกั
น
ซี
ฮ์
มู
ว์
ได้
เสนอแนวคิ
ดเกี่
ยวกั
บการมี
ส่
วนร่
วมว่
า
หมายถึ
ง การนํ
าประชาชนมาเป็
นผู
้
พั
ฒนา หรื
อเป็
นผู
้
เปลี่
ยนแปลงแทนการเป็
นผู
้
ถู
กเปลี่
ยนแปลง จะ
ทํ
าให้
พวกเขาได้
รั
บรู
้
ขั
้
นตอนต่
างๆ
ทุ
กขั
้
นตอนในการพั
ฒนาและเปลี่
ยนแปลง
นั
บตั
้
งแต่
การ
ตั
้
งเป้
าหมายและวั
ตถุ
ประสงค์
ในการปฏิ
บั
ติ
การวางแผนขั
้
นตอนในการปฏิ
บั
ติ
ซึ
่
งจะนํ
าไปสู
่
ความสํ
าเร็
จในการพั
ฒนา
สั
ญญา สั
ญญาวิ
วั
ฒน์
ได้
เสนอแนวคิ
ดเกี่
ยวกั
บการมี
ส่
วนร่
วมว่
าในกิ
จกรรมทุ
กอย่
าง ควรให้
ประชาชนมี
ส่
วนร่
วมให้
มากที่
สุ
ดเท่
าที่
จะมากได้
เพื่
อให้
เขา
ได้
เป็
นผู
้
ตั
ดสิ
นใจทํ
างานได้
ตามที่
เขาได้
ตั
ดสิ
นใจไปแล้
วด้
วยตนเอง
ซึ
่
งจะทํ
าให้
เขาได้
ปฏิ
บั
ติ
ตาม
ความสนใจและความต้
องการของเขา
จรั
ญญา วงษ์
พรหม ( พรประภา สิ
นธุ
นาวา และคณะ, ๒๕๔๙, น.๙) กล่
าวว่
า
แนวคิ
ดการมี
ส่
วนร่
วมของประชาชนในงานพั
ฒนา (People Participation for Development)
ได้
รั
บ
การยอมรั
บและใช้
เป็
นแนวทางปฏิ
บั
ติ
ในงานพั
ฒนา กระบวนการมี
ส่
วนร่
วมมิ
ได้
ขึ
้
นอยู
่
กั
บการริ
เริ
่
ม
หรื
อการวางแผนโดยรั
ฐ
แต่
ความสํ
าเร็
จอยู
่
ที่
ประชาชนในชุ
มชนต้
องเข้
ามามี
ส่
วนร่
วมใน
กระบวนการอย่
างเป็
นอิ
สระ เน้
นการทํ
างานในรู
ปกลุ
่
มหรื
อองค์
กรชุ
มชนที่
มี
วั
ตถุ
ประสงค์
ในการเข้
า
ร่
วมอย่
างชั
ดเจน พลั
งกลุ
่
มจะเป็
นปั
จจั
ยสํ
าคั
ญทํ
าให้
งานพั
ฒนาต่
างๆ บรรลุ
ผลสํ
าเร็
จตามความมุ ่
ง
หมาย นอกจากนี
้
การพั
ฒนาจํ
าเป็
นต้
องมี
การรวมพลั
งในลั
กษณะเบญจภาคี
ได้
แก่
ภาครั
ฐ ภาคเอกชน
องค์
กรพั
ฒนาเอกชน นั
กวิ
ชาการ และประชาชนเพื่
อร่
วมกั
นแก้
ไขปั
ญหาท้
องถิ ่
น
นิ
รั
นดร์
จงวุ
ฒิ
เวศย์
(๒๕๒๗, น. ๑๘๘) กล่
าวถึ
งรู
ปแบบการมี
ส่
วนร่
วม อาจ
จํ
าแนกได้
๓ ประการ ตามลั
กษณะการมี
ส่
วนร่
วม ดั
งนี
้
(๑) การที่
ประชาชนมี
ส่
วนร่
วมโดยตรง (direct participation) โดยผ่
านองค์
กรจั
ดตั
้
ง
ของประชาชน เช่
น การรวมกลุ
่
มของเยาวชนกลุ ่
มต่
างๆ
(๒) การที่
ประชาชนมี
ส่
วนร่
วมทางอ้
อม (indirect participation) โดยผ่
านองค์
กร
ผู
้
แทนของประชาชน (representation organization) เช่
น กรรมการของกลุ
่
ม หรื
อชุ
มชน กรรมการ
กลุ
่
มเลี
้
ยงไหม กรรมการหมู
่
บ้
าน
(๓) การที่
ประชาชนมี
ส่
วนร่
วมโดยการเปิ
ดโอกาสให้
(open participation) โดย
ผ่
านองค์
กรที่
ไม่
ใช่
ผู
้
แทนประชาชน (non - representation organization) เช่
น สถาบั
นหรื
อหน่
วยงาน
ที่
เชิ
ญชวนหรื
อเปิ
ดโอกาสให้
ประชาชนเข้
ามามี
ส่
วนร่
วมเมื่
อไหร่
ได้
ทุ
กเวลา