๒๙
กรมศิ
ลปากร (บางจั
งหวั
ดมี
การสวมถุ
งเท้
าแบบลิ
เก เช่
น จั
งหวั
ดจั
นทบุ
รี
) ตั
วนางเปลี
่
ยนเครื
่
องสวม
ศี
รษะเดิ
มที
่
ใช้
ร ั
ดเกล้
า เป็
นมงกุ
ฏกษั
ตริ
ย์
เช่
นเดี
ยวกั
บลิ
เก (ยอดนาง) ถ้
าตั
วนางไม่
ใช่
ตั
วสํ
าคั
ญ ใช้
กระบั
งหน้
าแทนร ั
ดเกล้
าเปลว (ร ั
ดเกล้
าใบสาเก) บางคร ั
้
งพบว่
า ตั
วนางยั
งเสริ
มแผงสั
งวาล แบบลิ
เก
ประดั
บหน้
าอกทั
บบนผ้
านาง ดนตรี
ประกอบการแสดง คื
อ วงปี
่
พาทย์
เครื
่
องห้
า ประกอบด้
วย ปี
่
ระนาดเอก ฆ้
องวง กลอง ตะโพน ฉิ่
ง ทํ
านองเพลงร ั
บตามบทผู
้
แสดงส่
งให้
ตั
วละครร้
อง ด้
นกลอนเอง
ตามเนื
้
อร้
องที
่
เป็
นเรื
่
องจั
กร ๆ วงศ์
ๆ หรื
อแต่
งขึ
้
นใหม่
ใช้
ทํ
านองเพลงแบบละครนอก ไม่
มี
ร่
ายชาตรี
เพื
่
อความรวดเร็
ว ทั
นใจคนดู
ส่
วนการให้
จั
งหวะด้
วยกร ั
บมี
ใช้
น้
อย นอกจากต่
างจั
งหวั
ด ที
่
ยั
งแสดง
แบบดั
้
งเดิ
ม
อมรา กลํ
่
าเจริ
ญ (๒๕๓๖ : บทคั
ดย่
อ) ทํ
าการศึ
กษาเรื
่
อง ละครชาตรี
ที
่
แสดง ณ จั
งหวั
ด
พระนครศรี
อยุ
ธยา พ.ศ. ๒๕๓๕ - ๒๕๓๗ พบว่
า ละครชาตรี
ในจั
งหวั
ดพระนครศรี
อยุ
ธยา ไม่
ใช่
ละครชาตรี
ของเดิ
มก่
อนเสี
ยกรุ
งศรี
อยุ
ธยาคร ั
้
งที
่
๒ แต่
เป็
นการแสดงที
่
น่
าจะเข้
ามาในจั
งหวั
ด
พระนครศรี
อยุ
ธยา ภายหลั
ง คื
อประมาณ ๒๐๐ ปี
ในสมั
ยต้
นกรุ
งร ั
ตนโกสิ
นทร์
โดยพวกละครที
่
ย้
าย
ถิ่
นฐานมาจากนครศรี
ธรรมราช การแสดงละครชาตรี
มี
๒ ส่
วน ที
่
สํ
าคั
ญ คื
อ พิ
ธี
กรรมก่
อนการแสดง
และการแสดง พิ
ธี
กรรมในละครชาตรี
ที
่
สํ
าคั
ญคื
อ การปลู
กโรง การบู
ชาครู
การร้
องเชิ
ญสิ่
งศั
กดิ
์
สิ
ทธิ
์
การรํ
าถวายมื
อ การร้
องเชิ
ญครู
การลาเครื
่
องสั
งเวย และการลาโรง ส่
วนการแสดงละครมี
สภาพเป็
น
ละครชาตรี
และมี
ลั
กษณะแบบ ผสมละครนอก ละครพั
นทาง และลิ
เก ซึ
่
งมี
ละครชาตรี
ในจั
งหวั
ด
พระนครศรี
อยุ
ธยา จํ
านวน ๙ คณะ มี
ผู
้
แสดงรวมทั
้
งสิ
้
น ๑๕๐ คน มี
อายุ
ระหว่
าง ๕ ปี
ถึ
ง ๘๔ ปี
ผู
้
แสดงส่
วนใหญ่
เป็
นผู
้
หญิ
ง
จั
นทิ
มา แสงเจริ
ญ (๒๕๓๙) ทํ
าการศึ
กษาเรื
่
อง ละครชาตรี
เมื
องเพชร โดยศึ
กษาประวั
ติ
โครงสร้
าง ส่
วนประกอบการแสดง และสถานภาพการประกอบอาชี
พ ตั
้
งแต่
พ.ศ. ๒๕๓๗ - ๒๕๓๙
ผลการศึ
กษา พบว่
า ละครชาตรี
เมื
องเพชรเป็
นละครรํ
าชนิ
ดหนึ
่
ง ซึ
่
งพั
ฒนามาจากการแสดงพื
้
นบ้
าน
ปร ั
บเปลี
่
ยนไปตามสภาพสั
งคมและเศรษฐกิ
จ ต่
อมาปรากฏหลั
กฐานสมั
ยร ั
ชกาลที
่
๔ ซึ
่
งเห็
นชั
ดว่
า
รู
ปแบบ เนื
้
อหาการแสดงละคร ได้
ร ั
บอิ
ทธิ
พลจากละครผู
้
หญิ
งของหลวง ละครของผู
้
มี
บรรดาศั
กดิ
์
จาก
กรุ
งเทพมหานคร และโนรา บุ
คคลสํ
าคั
ญที
่
มี
บทบาทต่
อการพั
ฒนาละครชาตรี
ในสมั
ยแรก คื
อหลวง
อภั
ยพลร ั
กษ์
ข้
าราชการหั
วเมื
องและบุ
ตรี
คื
อ หม่
อมเมื
อง ซึ
่
งเป็
นภรรยาของเจ้
าพระยาสุ
รพั
นธ์
พิ
สุ
ทธิ
์
(เทศ บุ
ญนาค) เจ้
าเมื
องในสมั
ยร ั
ชกาลที
่
๕ โครงสร้
างการแสดง ประกอบด้
วย ส่
วนพิ
ธี
กรรมและ
การแสดง มี
ทั
้
งภาคเช้
าตั
้
งแต่
เวลา ๐๙.๓๐-๑๒.๐๐ น. และภาคบ่
ายตั
้
งแต่
เวลา ๑๓.๐๐-๒๑๕.๓๐ น.
ลํ
าดั
บการแสดงมี
๒ แบบ คื
อ แบบเต็
มรู
ป โดยปลู
กโรงการแสดง และแบบไม่
ปลู
กโรงการแสดง ซึ
่
ง
มั
กเป็
นที
่
วั
ด ลํ
าดั
บการแสดงแบบที
่
๑ ภาคเช้
าประกอบด้
วย พิ
ธี
ทํ
าโรง บู
ชาครู
โหมโรง ร้
องเชิ
ญ
สิ่
งศั
กดิ
์
สิ
ทธิ
์
รํ
าถวายมื
อ ประกาศโรง รํ
าซั
ดชาตรี
แล้
วแสดงละคร จากนั
้
นลาเครื
่
องสั
งเวย ก่
อนเวลา
เที
่
ยงตรง ในภาคบ่
ายประกอบด้
วย โหมโรง ประกาศโรง แสดงละครและปิ
ดการแสดงหรื
อพิ
ธี
ลาโรง
ลํ
าดั
บการแสดงแบบที
่
๒ ต่
างจากแบบที
่
๑ คื
อ ยกเว้
นพิ
ธี
ทํ
าโรง รํ
าซั
ดชาตรี
และพิ
ธี
ลาโรง โรงรํ
า
ของละครชาตรี
มี
ขนาดกว้
าง ประมาณ ๔ เมตร ยาวประมาณ ๕ เมตร พื
้
นโรงเป็
นพื
้
นดิ
นปู
ด้
วยเสื
่
อ
หรื
อแบบยกพื
้
นไม้
เตี
้
ย ๆ มี
เสากลางโรง ๑ ต้
น คํ
้
าหลั
งคาและวางซองคลี
หรื
อซองอาวุ
ธ เตี
ยงวาง