๒๗
หยุ
ดพั
กการแสดงเพื
่
อให้
“ขาดสิ
นบน” ตั
วพระ ตั
วนาง ที
่
ยั
งอยู
่
ในชุ
ดการแสดงละคร (แต่
งยื
นเครื
่
อง)
และตั
วตลก เป็
นผู
้
ทํ
าหน้
าที
่
ลาสั
งเวย
๓.๓.๓ พิ
ธี
ลาโรง เมื
่
อเลิ
กแสดง นายโรงจะรํ
าซั
ดอี
กคร ั
้
งหนึ
่
ง ผู
้
รํ
าจะว่
าอาคม
ถอยหลั
ง แล้
วรํ
าเวี
ยนขวาของเวที
เรี
ยกว่
า คลายยั
นตร์
เพื
่
อเป็
นการถอนอาถรรพ์
จะทํ
าตอนเลิ
ก
การแสดง เป็
นพิ
ธี
กรรมขั
้
นสุ
ดท้
าย ผู
้
ทํ
าพิ
ธี
กรรมเป็
นผู
้
เดี
ยวกั
บที
่
ทํ
าพิ
ธี
ปลู
กโรง ผู
้
ทํ
าพิ
ธี
ทํ
าพิ
ธี
ลาโรง
ด้
วยการแก้
มั
ดตอกผู
กกิ่
งมะยมที
่
เสากลาง ออกทั
้
ง ๓ เปลาะ เรี
ยกพิ
ธี
นี
้
อี
กย่
างหนึ
่
งว่
า “ถอนโรง”
๓.๔ ดนตรี
มนตรี
ตราโมท (๒๕๓๗ : ๑๒๑) กล่
าวถึ
ง ดนตรี
บรรเลงประกอบละครชาตรี
เรี
ยกว่
า
วงปี
่
พาทย์
ชาตรี
ประกอบด้
วย ปี
่
๑ เลา โทน ๒ ใบ กลองเล็
ก (เรี
ยกว่
า "กลองชาตรี
") ๒ ใบ และ
ฆ้
อง ๑ คู
่
เพลงร้
อง ศรี
เวี
ยง ไตรชิ
ละสุ
นทร (๒๕๒๗ : ๑๗๕) กล่
าวถึ
ง เพลงสํ
าหร ั
บการแสดง
ละครชาตรี
ว่
า
ในสมั
ยโบราณตั
วละครมั
กเป็
นผู
้
ด้
นกลอน และร้
องเป็
นทํ
านองเพลงร่
าย โดยเพลงมี
ลั
กษณะเหมื
อนละครนอก และมี
เพลงที
่
ใช้
ซึ
่
งแสดงเอกลั
กษณ์
ของละครชาตรี
เช่
น
เพลงชาตรี
๑ หรื
อ ร่
ายชาตรี
๑ ใช้
สํ
าหร ั
บเดิ
นเนื
้
อเรื
่
องและเจรจาโต้
ตอบกั
น
เพลงชาตรี
๒ ใช้
สํ
าหร ั
บบทของนั
กบวช หรื
อตลก
เพลงชาตรี
๓ ใช้
ประกอบอารมณ์
โศกเศร้
า เสี
ยใจ
เพลงชาตรี
กร ั
บ ใช้
ประกอบการคิ
ดคํ
านึ
ง อาลั
ยอาวรณ์
บรรยายความต่
าง ๆ
เพลงชาตรี
ตลุ
ง ใช้
ประกอบการรื
่
นเริ
ง สนุ
กสนาน
เพลงชาตรี
บางช้
าง ใช้
ได้
ทั
่
ว ๆ ไป กั
บการแสดงที
่
รี
บร้
อน
เพลงทยอยดง ใช้
ประกอบอารมณ์
โศกเศร้
า
เพลงลํ
าชาตรี
ใช้
ประกอบอารมณ์
โศกเศร้
า ตื
้
นตั
นใจ
เพลงโอ้
บางช้
าง ใช้
ได้
ทั
่
วไป
๓.๕ เรื
่
องที
่
แสดง
เรื
่
องที
่
แสดง ส่
วนใหญ่
เป็
นนิ
ทานพื
้
นบ้
าน หรื
อเรื
่
องจั
กร ๆ วงศ์
ๆ เนื
้
อเรื
่
องโดยส่
วนใหญ่
จะกล่
าวถึ
งกษั
ตริ
ย์
หรื
อเจ้
าชาย ต้
องไปแสวงหาความรู
้
ในป ่
าหรื
อนอกเมื
อง จนไปพบกั
บสตรี
ที
่
ตนร ั
ก
แล้
วถู
กกี
ดกั
นจากพ่
อตา ต้
องทํ
าสงครามกั
น จนมี
คํ
าพู
ดติ
ดปากว่
า “รบยั
กษ์
ฆ่
าพ่
อตา พานางหนี
”
ผะอบ โปษะกฤษณะ (๒๕๒๓ : ๒๙-๓๐) กล่
าวถึ
ง เรื
่
องที
่
ใช้
แสดงละครชาตรี
ไว้
ว่
า ละครชาตรี
จะ
เลื
อกเรื
่
องหรื
อแต่
งเรื
่
องที
่
มี
ทางที
่
จะให้
มี
บทขบขั
น เพื
่
อให้
เกิ
ดความเพลิ
ดเพลิ
นสนุ
กสนานด้
วย ฉะนั
้
น
เรื
่
องที
่
เล่
นจึ
งจั
บเป็
นตอน ๆ อาจสั
้
นหรื
อยาวก็
แล้
วแต่
เหมาะสม แต่
มั
กมี
ทางออกให้
เล่
นบทขบขั
น
แทรกได้
และมี
ร ั
ก โศก รบ ครบตามกระบวนการละครอี
กด้
วย
๓.๕.๑ เรื
่
องนํ
ามาจากสมุ
ดข่
อย เช่
น
๓.๕.๑.๑ วงษ์
สวรรค์
จั
นทวาท
๓.๕.๑.๒ สุ
วรรณหงส์
๓.๕.๑.๓ ตะเพี
ยนทอง