๑๘
แต่
ทั
้
งนี
้
ผะอบ โปษะกฤษณะและคณะ (๒๕๓๗ : ๑๙) กล่
าวว่
า ในสมั
ยร ั
ชการที
่
๖ ได้
มี
ผู
้
นํ
าละครชาตรี
กั
บละครนอกมาผสมกั
น เรี
ยกว่
า “ละครชาตรี
เข้
าเครื
่
อง” หรื
อละครชาตรี
เครื
่
องใหญ่
การแสดงแบบนี
้
บางคร ั
้
งก็
มี
ฉากแบบละครนอก แต่
บางคร ั
้
งไม่
มี
ฉาก ดนตรี
ประกอบก็
ใช้
ประสมกั
น
ใช้
เครื
่
องดนตรี
ของละครชาตรี
ผสมกั
บวงปี
่
พาทย์
ของละครนอก การแสดงเริ่
มด้
วยการรํ
าซั
ดชาตรี
แล้
วลงโรงจั
บเรื
่
องด้
วยเพลงวาแบบละครนอก ส่
วนวิ
ธี
การแสดง ก็
ใช้
ทั
้
งละครชาตรี
และละครนอก
ปะปนกั
น การแสดงแบบนี
้
ยั
งเป็
นที
่
นิ
ยมกั
นมาจนถึ
งทุ
กวั
นนี
้
ละครชาตรี
เป็
นละครที
่
ได้
ร ั
บอิ
ทธิ
พลจากละครของอิ
นเดี
ย ปรากฏหลั
กฐานชั
ดเจนในสมั
ย
กรุ
งศรี
อยุ
ธยา และพั
ฒนามาเป็
นแบบอย่
างละครของไทย โดยมี
ถิ่
นกํ
าเนิ
ด สั
นนิ
ษฐานจากความเชื
่
อ
ได้
๒ แนวทาง คื
อ
๑. ความเชื
่
อว่
า ละครชาตรี
เป็
นละครที
่
พั
ฒนามาจากการแสดงโนรา ที
่
มี
ความนิ
ยมอยู
่
ทาง
ภาคใต้
ของไทย ได้
เผยแพร่
มายั
งกรุ
งเทพมหานคร ในร ั
ชสมั
ยพระบาทสมเด็
จพระนั
่
งเกล้
าเจ้
าอยู
่
หั
ว
ร ั
ชกาลที
่
๓ แห่
งกรุ
งร ั
ตนโกสิ
นทร์
๒. ความเชื
่
อว่
า เป็
นละครที
่
เกิ
ดขึ
้
นในสมั
ยกรุ
งศร ั
อยุ
ธยา และได้
เผยแพร่
ลงไปทางใต้
ต่
อมาละครกรุ
งศรี
อยุ
ธยาพั
ฒนารู
ปแบบไปมาก ส่
วนละครทางใต้
ยั
งคงยึ
ดรู
ปแบบเดิ
ม
๓. วั
ฒนธรรมการแสดงละครชาตรี
พาณี
สี
สวย (๒๕๒๓ : ๔๒) กล่
าวถึ
ง การแสดงละครชาตรี
ประกอบด้
วย วั
ฒนธรรม
ที
่
สํ
าคั
ญ ๔ ด้
าน ได้
แก่
โรงละคร เครื
่
องแต่
งกาย ดนตรี
ประกอบการแสดง และวิ
ธี
การแสดง
๓.๑ โรงละครชาตรี
ไม่
ต้
องมี
สิ่
งใดประกอบมากมาย แม้
ฉากก็
ไม่
ต้
องมี
บริ
เวณที
่
แสดง
มี
หลั
งคาไว้
บั
งแดด บั
งฝน ในสมั
ยโบราณใช้
เสา ๔ ต้
นป ั
ก ๔ มุ
ม เป็
นสี
่
เหลี
่
ยมจตุ
ร ั
ส มี
เตี
ยง ๑ เตี
ยง
และเสากลาง ซึ
่
งถื
อเป็
นเสามหาชั
ยอี
ก ๑ เสา เท่
านั
้
น เสากลางนี
้
ถื
อว่
า เป็
นสิ่
งสํ
าคั
ญมาก (สมั
ยก่
อน
ใช้
ไม้
ชั
ยพฤกษ์
) เพราะมี
ความหมาย ถื
อว่
า แทนองค์
พระวิ
สสุ
กรรม หรื
อเป็
นเสาที
่
พระวิ
สสุ
กรรม
เสด็
จมาประทั
บ นวลละออง ชนะพนิ
ชศิ
ลป์
และจิ
นตนา แสงรุ
่
ง (๒๕๒๖ : ๙) กล่
าวถึ
ง นิ
ยาย
เกี
่
ยวกั
บเสานี
้
ว่
า พระเทพสิ
งหรกั
บแม่
ศรี
คงคาเป็
นสามี
ภรรยากั
น เป็
นผู
้
มี
ความสามารถในการแสดง
ละครชาตรี
อย่
างเลิ
ศ แต่
มี
ความยากจนเข็
ญใจ เที
่
ยวแสดงละครเร่
ร่
อนไปในที
่
ต่
างๆ การแสดงของ
พระเทพสิ
งหรและแม่
ศรี
คงคา มี
ศิ
ลปะจนใครๆ เลื
่
องลื
อไปทั
่
วเมื
อง ตลอดจนนางฟ้
าพากั
นมาดู
และ
เพลิ
ดเพลิ
น จนลื
มเข้
าเฝ้
าพระอิ
ศวร พระอิ
ศวรกริ
้
ว ตร ั
สว่
าจะจั
ดละครโรงใหญ่
แสดงประชั
นและ
ทํ
าลายการแสดงของพระเทพสิ
งหรและแม่
ศรี
คงคา พระวิ
สสุ
กรรมทู
ลเตื
อนว่
า พระองค์
เป็
นเจ้
าโลก
ทํ
าการทั
บถมทํ
าลายผู
้
น้
อยหาควรไม่
พระอิ
ศวรไม่
ยอมจั
ดการแสดงจนได้
พระวิ
สสุ
กรรมเข้
าด้
วยกั
บ
พระเทพสิ
งหรและแม่
ศรี
คงคา บอกว่
าจะแสดงเมื
่
อใด ให้
ทํ
าที
่
ประทั
บไว้
จะมากํ
ากั
บคุ
้
มครอง เพื
่
อ
ปกป้
องภยั
นตรายและมิ
ให้
แพ้
พระอิ
ศวรได้
จึ
งได้
ทํ
าเสาผู
กผ้
าแดงป ั
กไว้
ตรงกลางโรง พระวิ
สสุ
กรรม
ก็
มาประทั
บเป็
นประธานอยู
่
ตลอด เวลาแสดงทํ
าให้
ละครชาตรี
ไม่
แพ้
ละครโรงใหญ่
ของพระอิ
ศวร
จึ
งเป็
นประเพณี
สื
บต่
อมาว่
า โรงละครชาตรี
ต้
องมี
เสากลาง หากไม่
มี
จะใช้
เสาอื
่
นตั
้
งแทนได้
เสานี
้
ใช้
ผู
กซองคลี
(ใส่
ไม้
รบต่
าง ๆ) ป ั
จจุ
บั
น ละครชาตรี
มี
จํ
านวนผู
้
แสดงมากขึ
้
น มี
การปร ั
บเปลี
่
ยนรู
ปแบบ
โรงละครเช่
นเดี
ยวกั
บละครนอก (มนตรี
ตราโมท, ๒๕๓๗ : ๑๒๑)