Page 28 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

๑๗
อมรา กลํ
าเจริ
ญ (๒๕๓๗ : ๑๔) กล่
าวว่
า หลวงวิ
จิ
ตรวาทการ ได้
แสดงความคิ
ดเห็
นว่
ต้
นกํ
าเนิ
ดละครชาตรี
น่
าจะมาจากกรุ
งศรี
อยุ
ธยา ด้
วยเดิ
มนั
นพระเทพสิ
งขร บุ
ตรของนางศรี
คงคา
ได้
หั
ดละครที
กรุ
งศรี
อยุ
ธยา ขุ
นสั
ทธาเป็
นตั
วละครของพระเทพสิ
งขร ได้
นํ
าแบบแผนละคร ลงไปหั
ในเมื
องนครศรี
ธรรมราช จึ
งได้
เล่
นละครสื
บต่
อกั
นมา โดยมากเข้
าใจว่
า "โนรา" เป็
นแบบแผนการ
ละครของชาวป ั
กษ์
ใต้
แต่
ความจริ
งโนราเป็
นแบบแผนของกรุ
งศรี
อยุ
ธยาแท้
ๆ เป็
นแต่
เสี
ยงร้
องเพี
ยน
ไปอย่
างเสี
ยงคนป ั
กษ์
ใต้
เท่
านั
น ในสมั
ยต่
อมา การละครของกรุ
งศรี
อยุ
ธยา ได้
ก้
าวหน้
าเปลี
ยนแปลง
ไปมาก แต่
ทางป ั
กษ์
ใต้
คงแสดงตามแบบเดิ
มอยู
จนกระทั
งทุ
กวั
นนี
ดั
งนั
น ถ้
าเราจะดู
ละครเป็
นแบบ
กรุ
งศรี
อยุ
ธยาในสมั
ยต้
น ๆ อย่
างแท้
จริ
งก็
ต้
องดู
โนรา
มนตรี
ตราโมท (๒๕๔๐ : ๒-๖) กล่
าวว่
า ละครชาตรี
เข้
ามาแพร่
หลายในกรุ
งร ั
ตนโกสิ
นทร์
มี
เค้
าว่
า จะเข้
ามาจากจั
งหวั
ดภาคใต้
ได้
๓ คราว คราวแรกใน พ.ศ. ๒๓๑๒ เมื
อสมเด็
จพระเจ้
กรุ
งธนบุ
รี
เสด็
จยกทั
พไปปราบจั
บตั
วเจ้
านคร และพาขึ
นมากรุ
งธนบุ
รี
พร้
อมด้
วยพวกละคร แต่
แล้
โปรดให้
กลั
บไปเป็
นเจ้
านครศรี
ธรรมราชตามเดิ
ม ทั
งมี
ละครผู
หญิ
งเป็
นเครื
องประดั
บยศด้
วย คราวที
๒ เมื
อ พ.ศ. ๒๓๒๓ ในการฉลองพระแก้
วมรกต โปรดให้
ละครของเจ้
าพระยานคร ขึ
นมาแสดง
ประชั
นกั
บละครผู
หญิ
งของหลวง แต่
ไม่
แพร่
หลายนั
ก ต่
อมาในสมั
ยร ั
ชกาลที
๓ แห่
งกรุ
งร ั
ตนโกสิ
นทร์
พ.ศ. ๒๓๒๗ เมื
อเจ้
าพระยาพระคลั
ง (สมเด็
จพระยาบรมมหาประยู
รวงศ์
) ยกทั
พไประง ั
บเหตุ
การณ์
ที
หั
วเมื
องภาคใต้
เรี
ยบร้
อยแล้
ว เมื
อยกทั
พกลั
บชาวเมื
องนครศรี
ธรรมราช พั
ทลุ
ง และสงขลา ก็
ขอ
อพยพติ
ดตามกองทั
พมาด้
วย เมื
อเข้
ามาถึ
งกรุ
งเกิ
ดข้
าวยากหมากแพง พระบาทสมเด็
จพระนั
งเกล้
เจ้
าอยู
หั
ว ร ั
ชกาลที
๓ จึ
งโปรดให้
ช่
วยชาวเมื
องนครศรี
ธรรมราช พั
ทลุ
ง และสงขลา โปรดให้
พวกนี
ตั
งบ้
านเรื
อนที
ตํ
าบลสนามกระบื
อ (บริ
เวณหลานหลวง) ฝึ
กหั
ดเป็
นช่
างปู
น ช่
างศิ
ลาไว้
ช่
วยราชการ
เรี
ยกว่
า “ไพร่
หลวงเกณฑ์
บุ
ญ” บรรดาชาวชาวเมื
อง นครศรี
ธรรมราช พั
ทลุ
ง และสงขลา เหล่
านี
มี
ผู
ที
มี
ความสามารถในการแสดงละครชาตรี
จํ
านวนมาก จึ
งได้
รวบรวมตั
งเป็
นคณะละคร ร ั
บเหมา
แสดงงานต่
าง ๆ ต่
อมาจนเป็
นที
เลื
องลื
อ และฝึ
กหั
ดกั
นต่
อมา
สอดคล้
องกั
บ สุ
รพล วิ
รุ
ฬห์
ร ั
กษ์
(๒๕๔๗ : ๓๖๓) ได้
อธิ
บายถึ
ง ศิ
ลปะการแสดงในสมั
ร ั
ชกาลที
๓ ว่
ามี
ศิ
ลปะการแสดง ๒ ชนิ
ด ซึ
งติ
ดมากั
บการอพยพชาวลาวเวี
ยงจั
นทน์
ชาวพั
ทลุ
ง และ
ชาวไทรบุ
รี
เข้
ามายั
งกรุ
งเทพมหานคร ชาวลาวถู
กกวาดต้
อนมาด้
วยเหตุ
สงครามที
เจ้
าอนุ
วงศ์
แห่
เวี
ยงจั
นทร์
เป็
นกบฏ ได้
นํ
า แอ่
วลาว เข้
ามาด้
วย ส่
วนชาวพั
ทลุ
งที
อพยพหนี
ภั
ยแล้
งตามกองทั
พไทย
ที
ไปปราบกบฏไทรบุ
รี
ชาวพั
ทลุ
งกลุ
มหนึ
ง เป็
นพวกโนรา ได้
มาตั
งบ้
านเรื
อนในกรุ
งเทพมหานคร
ร ั
บจ้
างแสดง โนรา คนนิ
ยมจ้
างไปแก้
บน เพราะเห็
นว่
าขลั
งด้
วยมี
อาคม คนกรุ
งเทพเรี
ยกโนรา ว่
ละครชาตรี
และในสมั
ยร ั
ชกาลที
๔ ละครชาตรี
(โนรา) กลายไป โดยนํ
าแบบแผนละครนอกมาใช้
ทั
บทละคร เครื
องแต่
งกายและปี
พาทย์
คงแบบโนราของเดิ
มไว้
เพี
ยง การรํ
าไหว้
ครู
ประกาศหน้
าบท
และร้
องร่
ายชาตรี
ร ั
บโทนและกร ั
บ โดยสวมเล็
บมื
ออย่
างโนรา และนิ
ยมใช้
ละครชาตรี
แก้
บนแพร่
หลาย
มาจนถึ
งป ั
จจุ
บั
น นอกจากนี
ยั
งมี
การแสดงละครชาตรี
ของหลวง โดยนางในราชสํ
านั
กอั
นเป็
นเชื
อสาย
เจ้
านคร และร ั
ชกาลที
๔ โปรดเกล้
าให้
แสดงเป็
นละครชาตรี
จึ
งนั
บได้
ว่
า เป็
นละครชาตรี
ของหลวง
โรงแรกและโรงเดี
ยว เพราะหลั
งจากนั
นไม่
มี
หลั
กฐานว่
าได้
สื
บทอดต่
อไปอย่
างไร