Page 26 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

๑๕
“ฉลู
ต้
นปี
โปรดปล่
อยคนโทษในคุ
กสิ
น หมายสมโภชเจ้
าฟ้
าน้
อยแล้
วเสด็
จไป
ตี
เมื
องนคร เสด็
จไปทั
พเรื
อ ทรงเรื
อพระที
นั
งศรี
สั
กหลาด เข้
าปากนํ
าเมื
องนคร
ณ วั
น เดื
อน ๑๐ แรม ๗ คํ
า จุ
ลศั
กราช ๑๑๓๑ ปี
ฉลู
เอกศก เจ้
าพระยายมราช
เจ้
าพระยาอภั
ยราชา เจ้
าพระยาดาฤทธิ
รงค์
ยกทางสกลมารค ๓ ทั
พไม่
ทั
น เสด็
เข้
าเมื
องได้
แล้
วเป็
นวั
น ทรงพระพิ
โรธ คาดโทษให้
ตามเจ้
านคร ที
หนี
ไปอยู
เมื
อง
จะนะ พระฤทธิ
เทวาเจ้
าเมื
อง รู
ว่
ากองทั
พยกติ
ดตามกลั
วพระบารมี
ส่
งตั
วเจ้
านคร
กั
บพวกพ้
องพงศ์
พั
นธุ
ทั
งละครผู
หญิ
ง เครื
องประดั
บเงิ
นทอง ราชทร ั
พย์
สิ
งของ
ส่
งถวายมาพร้
อม เสด็
จลงมาสมโภชพระบรมธาตุ
มี
ละครผู
หญิ
ง แล้
วให้
แต่
งแห่
สระสนาน ๓ วั
น...”
ละครชาตรี
เป็
นละครที
เล่
นมาแต่
ก่
อนมี
ลั
กษณะเป็
นละครเร่
ตั
วละครมี
จํ
านวนน้
อย
ลั
กษณะคล้
ายคลึ
งกั
บละครของอิ
นเดี
ย ซึ
งเรี
ยกว่
า ละครยาตรา หรื
อ ยาตระ หมายถึ
ง ละครที
เล่
นได้
ง่
ายที
สุ
ด มี
ที
ว่
างก็
เล่
นได้
โดยไม่
ต้
องอาศั
ยโรง ละครอย่
างนี
มี
พระเอกเป็
นกษั
ตริ
ย์
คํ
าว่
า กษั
ตริ
ย์
นี
พวกอิ
นเดี
ยตอนเหนื
อ เรี
ยกตามภาษาสั
นสกฤตว่
า “กษั
ตรี
ยะ” ภายหลั
ง พวกอิ
นเดี
ยตอนใต้
ร ั
บมา
และออกเสี
ยงว่
า “ฉั
ตรี
ยะ” ไทยได้
ละครแบบนี
มาจากอิ
นเดี
ยตอนใต้
แต่
ออกเสี
ยง “ฉั
ตรี
ยะ” ไม่
ถนั
จึ
งออกเสี
ยง ตามสะดวกปากว่
า “ชาตรี
” นั
นคื
อ กํ
าเนิ
ดของละคร ที
มี
พระเอกเป็
นกษั
ตริ
ย์
คื
ละครชาตรี
(สมถวิ
ล วิ
เศษสมบั
ติ
, ๒๕๒๕ : ๒๔)
สอดคล้
องกั
บที
ธนิ
ต อยู
โพธิ
(๒๕๓๑ : ๑๙-๒๐)
ได้
กล่
าวถึ
ง ที
มาของละครชาตรี
ว่
เป็
นละครที
มี
มาแต่
สมั
ยโบราณ มี
อายุ
เก่
าแก่
กว่
าละครชนิ
ดอื
น ๆ นอกจากนี
วิ
ธี
การของละครชาตรี
มี
ลั
กษณะเป็
นละครเร่
คล้
ายของอิ
นเดี
ยที
เรี
ยกว่
า "ยาตรี
" หรื
อ "ยาตราซึ
งแปลว่
าเดิ
นทางท่
องเที
ยว
ละครยาตรานี
คื
อละครพื
นเมื
องของชาวเบงคลี
ในประเทศอิ
นเดี
ย ซึ
งเป็
นละครเร่
นิ
ยมเล่
นเรื
อง
"คี
ตโควิ
นท์
" เป็
นเรื
องอวตารของพระวิ
ษณุ
ตั
วละครมี
เพี
ยง ๓ ตั
ว คื
อ พระกฤษณะ นางราธะ และ
นางโคปี
ละครยาตราเกิ
ดขึ
นในอิ
นเดี
ยนานแล้
ว ส่
วนละครรํ
าของไทย เริ่
มเล่
นในสมั
ยกรุ
งศรี
อยุ
ธยา
ตอนต้
น จึ
งอาจเป็
นไปได้
ที
ละครไทยอาจได้
แบบอย่
างจากละครอิ
นเดี
ย เนื
องจากศิ
ลปะ วั
ฒนธรรม
ของอิ
นเดี
ย แพร่
หลายมายั
งประเทศต่
างๆ ในแหลมอิ
นโดจี
น เช่
น พม่
า มาเลเซี
ย เขมร และไทย
จึ
งทํ
าให้
ประเทศเหล่
านี
มี
บางสิ่
งบางอย่
างคล้
ายกั
นอยู
มาก
สุ
นั
นทา โสร ั
จจ์
(๒๕๒๖ : ๔๒) กล่
าวถึ
ง ที
มาของละครชาตรี
ว่
า ในสมั
ยโบราณ ก่
อนมี
ละครขึ
น ไทยเรามี
แต่
การขั
บร้
อง ฟ้
อนรํ
า อย่
างที
เรี
ยกรวมอยู
ในจํ
าพวก ระบํ
า เพราะมิ
ได้
เป็
นเรื
อง
เป็
นราวแต่
อย่
างใด ต่
อมา เมื
อได้
ร ั
บวั
ฒนธรรมด้
านละครของอิ
นเดี
ย จึ
งได้
เกิ
ดเป็
นละครชาตรี
ขึ
แต่
แรกเดิ
นแบบคล้
ายคลึ
งกั
บของอิ
นเดี
ยมาก มี
ตั
วแสดง ๓ ตั
ว คื
อ ตั
วนายโรง (ยื
นเครื
อง) ตั
วนาง
และตั
วจํ
าอวด (เป็
นตั
วเบ็
ดเตล็
ดด้
วย) ดนตรี
มี
เครื
องปี
พาทย์
ประกอบเพี
ยง ปี
เลาหนึ
ง โทนและ
กลองอย่
างละ ๑ คู
และฆ้
องเท่
านั
น ละครชาตรี
นี
แพร่
หลายเป็
นที
นิ
ยม อยู
ทางจั
งหวั
ดภาคใต้
เรี
ยกว่
า โนรา เพราะ เล่
นแต่
เรื
องนางมโนห์
รา (พระสุ
ธน) เป็
นพื
ทั
งนี
ธนิ
ต อยู
โพธิ
(๒๕๓๑ : ๓๓๕-๓๓๖) เล่
าถึ
ง ตํ
านานละครชาตรี
ไว้
ดั
งนี