๑๔
สมเด็
จพระเจ้
าบรมวงศ์
เธอ เจ้
าฟ้
ากรมพระยานริ
ศรานุ
วั
ติ
วงศ์
(๒๕๐๖ : ๒๓๗) ประทาน
ความเห็
นเกี
่
ยวกั
บ ละครชาตรี
ไว้
ว่
า ชื
่
อที
่
เรี
ยก “ละครชาตรี
” ตั
้
งขึ
้
นในกรุ
งเทพมหานคร พวกโนรา
นอกจากเล่
นเรื
่
องแล้
ว ก็
มั
กเล่
นแสดงวิ
ชาด้
วย มี
การลุ
ยไฟ เป็
นต้
น เราจึ
งตื
่
นเต้
น เรี
ยกชื
่
อละคร
นั
้
นว่
า “ละครชาตรี
” หมายความว่
า ละครมี
เวทมนตร์
อย่
างเดี
ยวกั
บคํ
า “คงกระพั
นชาตรี
” นั
่
นเอง
วิ
มลศรี
อุ
ปรมั
ย (๒๕๒๔ :๑๒๔) กล่
าวว่
า ละครชาตรี
เป็
นแบบอย่
างของละครดั
้
งเดิ
ม
ของไทย เป็
นละครที
่
เก่
าแก่
ที
่
สุ
ด ซึ
่
งละครแบบอื
่
นนํ
ามาแก้
ไขดั
ดแปลง ขยายการแสดงให้
เป็
นละคร
แบบอื
่
น ๆ
นอกจากนี
้
สมถวิ
ล วิ
เศษสมบั
ติ
(๒๕๒๕ : ๒๔) ได้
อธิ
บายว่
า ละครชาตรี
เป็
นละครรํ
า
ชนิ
ดแรกที
่
จั
ดว่
าเป็
นละครรํ
าที
่
เก่
าแก่
แบบดั
้
งเดิ
ม ยั
งไม่
ประณี
ต มี
กํ
าเนิ
ดนั
บพั
นปี
ป ั
จจุ
บั
นยั
งเล่
น
อยู
่
ในแถบภาคกลาง
ธนิ
ต อยู
่
โพธิ
์
(๒๕๓๑ : ๒๔) กล่
าวถึ
ง ละครชาตรี
ว่
า ละครแบบนี
้
คงปร ั
บปรุ
งมาจาก
การละเล่
นพื
้
นเมื
องที
่
เรี
ยกว่
า “โนรา” ซึ
่
งบางคร ั
้
งเรี
ยกรวมกั
นว่
า “โนราชาตรี
” และคํ
าว่
า “ชาตรี
”
เป็
นชื
่
อละครแบบนี
้
ยั
งหาความหมายไม่
ได้
ว่
าเหมาะสมจะหมายความว่
าอย่
างไร แต่
วิ
ธี
การบางอย่
าง
ของละครชาตรี
ที
่
มี
ผู
้
แสดงหลั
ก ๓ คน คื
อ ผู
้
แสดงเป็
นผู
้
ชาย หมายถึ
ง นายโรง หรื
อยื
นเครื
่
อง ๑
ผู
้
แสดงบทผู
้
หญิ
งหรื
อนาง ๑ และตั
วตลก หรื
อตั
วแสดงเบ็
ดเตล็
ด ๑ ละครประเภทนี
้
เที
่
ยวเร่
ร่
อน
ไปตามหั
วเมื
องต่
าง ๆ เป็
นอย่
างละครชาตรี
เหมื
อนของละครของอิ
นเดี
ยที
่
เรี
ยกว่
า “ยาตรา” ตาม
ความหมายของคํ
าว่
า “ยาตรา” หมายถึ
ง เดิ
น หรื
อ เคลื
่
อนย้
าย ซึ
่
งละครโนราชาตรี
อาจปร ั
บปรุ
งมา
ตามแบบละครยาตราของอิ
นเดี
ยก็
ได้
มนตรี
ตราโมท (๒๕๓๗ : ๑๒๑) กล่
าวว่
า ละครชาตรี
หรื
อละครโนรา เป็
นละครที
่
เก่
าแก่
ที
่
สุ
ด เป็
นละครของชาวภาคใต้
ในสมั
ยโบราณผู
้
แสดงมี
เพี
ยง ๓ คน เป็
นผู
้
ชายล้
วน แต่
งตั
วงาม
พิ
เศษอยู
่
แต่
ตั
วเอก ซึ
่
งเป็
นตั
วพระ เรี
ยกว่
า ตั
วยื
นเครื
่
อง เพี
ยงคนเดี
ยว ตั
วนางใช้
ผ้
าขาวม้
าห่
มโดย
วิ
ธี
ต่
าง ๆ เช่
น สไบเฉี
ยง คาดอก และตะเบ็
งมาน ตามฐานะ อี
กคนหนึ
่
งเป็
นตั
วตลก ต้
องแสดง
เป็
นตั
วประกอบทุ
ก ๆ อย่
าง เช่
น ฤๅษี
พราน ม้
า หรื
อสั
ตว์
ต่
าง ๆ ตามท้
องเรื
่
อง ทุ
กคนไม่
สวมเสื
้
อ
ตั
วยื
นเครื
่
องแต่
งอาภรณ์
กั
บตั
วเปล่
า เป็
นละครที
่
มุ
่
งหมายตลกขบขั
น และการดํ
าเนิ
นเรื
่
องรวดเร็
ว
ละครชาตรี
หมายถึ
ง ละครที
่
ปร ั
บปรุ
งมาจากการละเล่
น “โนรา” ที
่
มี
การเล่
นแสดงวิ
ชา
ต่
าง ๆ คนทั
่
วไป จึ
งมี
ความเชื
่
อว่
า เป็
นผู
้
มี
คาถาอาคม คงกระพั
นชาตรี
สามารถติ
ดต่
อเทพเจ้
าได้
มี
ผู
้
แสดงหลั
กจํ
านวน ๓ คน คื
อ นายโรงหรื
อยื
นเครื
่
อง ๑ คน ตั
วนาง ๑ คน และตั
วตลกหรื
อตั
ว
แสดงเบ็
ดเตล็
ด ๑ คน
๒. ประวั
ติ
ความเป็
นมาของละครชาตรี
สุ
รพล วรุ
ฬห์
ร ั
กษ์
(๒๕๔๗ : ๓๖-๓๗) ได้
อธิ
บายเกี
่
ยวกั
บละครชาตรี
ว่
า ในปี
พ.ศ. ๒๓๑๒
พระเจ้
ากรุ
งธนบุ
รี
ยกทั
พไปปราบเมื
องนครศรี
ธรรมราช เจ้
าพระยานครพาไพร่
พล และละครผู
้
หญิ
ง
หนี
ไปพึ
่
งเจ้
าเมื
องจะนะ แต่
ถู
กจั
บได้
และนํ
าตั
วมาถวายแก่
พระเจ้
ากรุ
งธนบุ
รี
ดั
งที
่
กรมหลวง
นริ
นทรเทวี
ทรงเล่
าว่
า