๑๐
สมั
ยกรุ
งธนบุ
รี
ความเจริ
ญรุ
่
งเรื
องด้
านนาฏศิ
ลป์
มี
มาก มี
การแสดงละครนอก ละครผู
้
ชาย
ละครใน ละครผู
้
หญิ
ง การแสดงเหล่
านี
้
เกี
่
ยวข้
องกั
บพระราชพิ
ธี
ต่
าง ๆ เช่
น งานพระบรมศพ งาน
พระศพ รวมทั
้
งงานสมโภชสํ
าคั
ญอื
่
น ๆ ซึ
่
งมี
ทั
้
งนอกกรุ
งและในกรุ
ง และจากการที
่
พระเจ้
ากรุ
งธนบุ
รี
ยกทั
พไปปราบเมื
องนครศรี
ธรรมราช ปี
พ.ศ. ๒๓๑๒ นั
้
น เกิ
ดประโยชน์
ให้
กั
บวงการนาฏศิ
ลป์
ไทย
เป็
นอั
นมาก เพราะในขณะที
่
ละครผู
้
หญิ
งของหลวงมี
น้
อยลง ได้
ละครชาตรี
แบบอย่
างทางใต้
จากเมื
อง
นครศรี
ธรรมราชมาด้
วย ส่
งผลให้
ละครผู
้
หญิ
งของหลวง จึ
งมี
ความประณี
ตตามรสนิ
ยมของราชสํ
านั
ก
ยิ่
งขึ
้
น ส่
งผลทํ
าให้
ละครนอกวั
งมี
ความหรู
หรา งดงามตามไปด้
วย และเรี
ยกชื
่
อใหม่
ว่
า ละครนอก
นอกจากนี
้
สมเด็
จพระเจ้
าตากสิ
นมหาราช ทรงรวบรวมและชํ
าระบทละครนอก ที
่
ชํ
ารุ
ดเสี
ยหายไป
เมื
่
อคร ั
้
งเสี
ยกรุ
ง ขึ
้
นใหม่
คื
อ การะเกด คาวี
ไชยทั
ต พิ
กุ
ลทอง พิ
มพ์
สวรรค์
มโนห์
รา พิ
ณสุ
ริ
ยวงศ์
โม่
งป ่
า มณี
พิ
ชั
ย สั
งข์
ทอง สั
งข์
ศิ
ลป์
ชั
ย สุ
วรรณศิ
ลป์
สุ
วรรณหงส์
โสวั
ต ไกรทอง ไชยเชษฐ์
พระรถ ศิ
ลป์
สุ
ริ
ยวงศ์
รวมทั
้
งทรงพระราชนิ
พนธ์
บทละครสํ
าหร ั
บการแสดงละครหลวง คื
อ รามเกี
ยรติ
์
ตอนหนุ
มาน เข้
าห้
องนางวานริ
น วิ
รุ
ฬจํ
าบั
งล้
ม ท้
าวมาลี
ราชว่
าความ ทศกั
ณฐ์
ตั
้
งพิ
ธี
เผารู
ปเทวดา
พุ
่
งหอกกบิ
ลพั
สด์
หนุ
มานผู
กผมทศกั
ณฐ์
กั
บนางมณโฑ ปล่
อยม้
าอุ
ปการและบุ
ตรลพ
สมั
ยร ั
ตนโกสิ
นทร์
ศิ
ลปะการละคร ฟ้
อนรํ
า เจริ
ญรุ
่
งเรื
องมาก ในราชกาลที
่
๒ ทรงสร้
าง
ละครนอกแบบหลวงขึ
้
น สมั
ยร ั
ชกาลที
่
๓ เกิ
ดละครกลาย และละครชาตรี
แก้
บน เป็
นต้
น ในสมั
ย
ร ั
ชกาลที
่
๔ เกิ
ดละครแบบใหม่
ๆ เช่
น ละครเสภา ละครชาตรี
(โนรา) เลี
ยนแบบละครนอก ละคร
ชาตรี
ของหลวง ละครหน้
าจอ และละครพั
นทาง สมั
ยร ั
ชกาลที
่
๕ เกิ
ดละครพู
ด ละครพู
ดสลั
บลํ
า
ละครดึ
กดํ
าบรรพ์
ละครร้
อง และในสมั
ยร ั
ชกาลที
่
๖ พระองค์
ทรงโปรด ฯ ให้
ตั
้
งกรมมหรสพขึ
้
น
ต่
อมาในสมั
ยร ั
ชกาลที
่
๗ ได้
มี
การโอนศิ
ลปิ
นมาสั
งกั
ดกรมศิ
ลปากร ตลอดร ั
ชกาลที
่
๑ ถึ
ง ร ั
ชกาลที
่
๗
มี
พั
ฒนาการทางด้
านนาฏศิ
ลป์
การละครอย่
างมากมาย (สุ
รพล วิ
รุ
ฬห์
ร ั
กษ์
, ๒๕๔๗ : ๓๕๙-๓๗๖)
ประวั
ติ
ความเป็
นมาของละครไทย เริ่
มชั
ดเจนขึ
้
นในสมั
ยกรุ
งศรี
อยุ
ธยาตอนต้
น ในร ั
ชสมั
ย
สมเด็
จพระบรมไตรโลกนาถ และพั
ฒนาการมาโดยลํ
าดั
บ ส่
วนละครชาตรี
นั
้
นมี
ประวั
ติ
ความเป็
นมา
ชั
ดเจน ในสมั
ยกรุ
งธนบุ
รี
และสื
บเนื
่
องมาจนถึ
งป ั
จจุ
บั
น
๓. ประเภทของละครไทย
ละครไทย สามารถแบ่
งแบ่
งออกได้
เป็
น ๓ ลั
กษณะใหญ่
ๆ คื
อ ละครรํ
า ละครร้
อง และ
ละครพู
ด
ละครรํ
า เป็
นละครที
่
ใช้
ศิ
ลปะในการร่
ายรํ
าดํ
าเนิ
นเรื
่
อง และมี
การขั
บร้
องและเจรจา เป็
น
กลอนบทละคร ซึ
่
งละครรํ
าแบบฉบั
บดั
้
งเดิ
มของไทยนั
้
น ได้
พั
ฒนาเป็
นละครรํ
า ๒ ประเภท คื
อ
๒.๑ ละครรํ
าแบบดั
้
งเดิ
ม ประกอบไปด้
วย
๒.๑.๑ ละครโนรา หรื
อ ชาวภาคกลางเรี
ยกว่
า ละครชาตรี
(มนตรี
ตราโมท :
๒๕๓๗ : ๑๒๑) ละครชาตรี
เป็
นละครที
่
เก่
าแก่
ที
่
สุ
ด เป็
นละครชนิ
ดแรกที
่
ไทยเริ่
มมี
การแสดงเป็
น
เรื
่
อง มี
การร่
ายรํ
าตามบทร้
องที
่
มี
เนื
้
อเรื
่
อง ระยะแรกมี
ผู
้
แสดงเป็
นชายล้
วน มี
ตั
วละครเพี
ยง ๓ คน
คื
อ นายโรง (พระเอก) นางและตั
วตลก หรื
อจํ
าอวด ซึ
่
งแสดงเป็
นตั
วประกอบทุ
กอย่
าง เช่
น ฤๅษี
พราน ม้
า หรื
อสั
ตว์
ต่
าง ๆ ตามท้
องเรื
่
อง