Page 20 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

จากเอกสารดั
งกล่
าว สั
งเกตได้
ว่
า ในสมั
ยพระบรมไตรโลกนาถ มี
ละครเกิ
ดขึ
นแล้
ว และ
จํ
าแนกบทบาทหน้
าที
ในการแสดง ออกเป็
น ๖ ประเภท คื
อ นายโรง ยื
นเครื
องรอง นางเอก ยื
เครื
องเลว นางเลว และจํ
าอวด ถึ
งแม้
ว่
าไม่
ปรากฏคํ
าว่
าละครก็
ตาม
คํ
าว่
า ละคร เริ่
มปรากฏหลั
กฐานชั
ดเจน สมั
ยกรุ
งศรี
อยุ
ธยา ในร ั
ชกาลสมเด็
จพระราธิ
บดี
ที
๓ (สมเด็
จพระนารายณ์
มหาราช) จากคํ
าบรรยายของเดอลาลู
แบร์
ที
พระบรมวงศ์
เธอกรมพระ
นราธิ
ปประพั
นธ์
พงศ์
ทรงแปลไว้
ว่
“ ละคร (Lacone) นั
นเป็
นบทกวี
นิ
พนธ์
สดุ
ดี
ความกล้
าหาญแกมนาฏศิ
ลป์
ใช้
เวลาแสดงถึ
ง ๓ วั
น ตั
งแต่
๘ โมงเช้
า ถึ
ง ๗ โมงเย็
น ตั
วเรื
องนั
น เป็
นคํ
ากลอน
แสดงให้
เห็
นเป็
นจริ
งจั
ง และตั
วแสดงที
อยู
ในฉากนั
น หลายคนจะผลั
ดกั
นร้
อง เมื
ถึ
งบทของตั
วละครตั
วหนึ
งขั
บร้
อง ในบทของตั
วชื
อเรื
องและตั
วแสดงอื
น ๆ ก็
ขั
บร้
อง
ตามบทของบุ
คคลที
เรื
องนั
น กล่
าวพาดพิ
งไปถึ
ง ตั
วละครผู
ชายเท่
านั
นที
ขั
บร้
อง
ตั
วละครผู
หญิ
งไม่
ขั
บร้
องเลย”
นอกจากนี
ในร ั
ชสมั
ยสมเด็
จพระนารายณ์
มหาราช มี
คํ
าว่
าละคร ปรากฏขึ
นเป็
นคํ
าเรี
ยก
นาฏศิ
ลป์
ชั
ดเจน ดั
งประชุ
มคํ
าพากย์
รามเกี
ยรติ
ที
ว่
“กลางวั
นโขนละคอนโสภา
หุ
นเห็
นแจ่
มตา
ประดั
บด้
วยเครื
องเรื
องไร
“เครื
องเล่
นโขนละคอนหุ
นประชั
น เชิ
ดชู
กลางวั
ด้
วยเครื
องวิ
จิ
ตรแต่
งกาย
สุ
รพล วิ
รุ
ฬห์
ร ั
กษ์
(๒๕๔๗ : ๓๐-๓๑)
นอกจากนี
ยั
งมี
หลั
กฐานด้
านการละคร ในสมั
ยพระเจ้
าอยู
หั
วบรมโกศ ตามเอกสารบั
นทึ
ไว้
ใน “ปุ
ณโณวาทคํ
าฉั
นท์
” ของพระมหานาค วั
ดท่
าทราย ที
กล่
าวถึ
งงานสมโภชพระพุ
ทธบาทว่
ละครก็
ฟ้
อนร้
อง
สุ
รศั
พทขั
บขาน
ฉั
บฉํ
าที
ตํ
านาน
อนิ
รุ
ธกิ
นรี
ฝ ่
ายฟ้
อนละครใน
บริ
ร ั
กษ์
จั
กรี
โรงริ
มคี
รี
มี
กลลั
บบ่
แลชาย
ล้
วนสรรสกรรจ์
นาง
อรอ่
อนลอออาย
ใครยลบอยากวาย
จิ
ตจงมเมอฝ ั
ร้
องเรื
องระเด่
นโดย
บุ
ษบาตุ
นาหง ั
พาพั
กคุ
หาสน์
บรร
พตร่
วมฤดี
โลม
ธนพั
นธุ
เมธาพิ
ทั
กษ์
(๒๕๓๗ : ๘๐)