๙
จากเอกสารดั
งกล่
าว สั
งเกตได้
ว่
า ในสมั
ยพระบรมไตรโลกนาถ มี
ละครเกิ
ดขึ
้
นแล้
ว และ
จํ
าแนกบทบาทหน้
าที
่
ในการแสดง ออกเป็
น ๖ ประเภท คื
อ นายโรง ยื
นเครื
่
องรอง นางเอก ยื
น
เครื
่
องเลว นางเลว และจํ
าอวด ถึ
งแม้
ว่
าไม่
ปรากฏคํ
าว่
าละครก็
ตาม
คํ
าว่
า ละคร เริ่
มปรากฏหลั
กฐานชั
ดเจน สมั
ยกรุ
งศรี
อยุ
ธยา ในร ั
ชกาลสมเด็
จพระราธิ
บดี
ที
่
๓ (สมเด็
จพระนารายณ์
มหาราช) จากคํ
าบรรยายของเดอลาลู
แบร์
ที
่
พระบรมวงศ์
เธอกรมพระ
นราธิ
ปประพั
นธ์
พงศ์
ทรงแปลไว้
ว่
า
“ ละคร (Lacone) นั
้
นเป็
นบทกวี
นิ
พนธ์
สดุ
ดี
ความกล้
าหาญแกมนาฏศิ
ลป์
ใช้
เวลาแสดงถึ
ง ๓ วั
น ตั
้
งแต่
๘ โมงเช้
า ถึ
ง ๗ โมงเย็
น ตั
วเรื
่
องนั
้
น เป็
นคํ
ากลอน
แสดงให้
เห็
นเป็
นจริ
งจั
ง และตั
วแสดงที
่
อยู
่
ในฉากนั
้
น หลายคนจะผลั
ดกั
นร้
อง เมื
่
อ
ถึ
งบทของตั
วละครตั
วหนึ
่
งขั
บร้
อง ในบทของตั
วชื
่
อเรื
่
องและตั
วแสดงอื
่
น ๆ ก็
ขั
บร้
อง
ตามบทของบุ
คคลที
่
เรื
่
องนั
้
น กล่
าวพาดพิ
งไปถึ
ง ตั
วละครผู
้
ชายเท่
านั
้
นที
่
ขั
บร้
อง
ตั
วละครผู
้
หญิ
งไม่
ขั
บร้
องเลย”
นอกจากนี
้
ในร ั
ชสมั
ยสมเด็
จพระนารายณ์
มหาราช มี
คํ
าว่
าละคร ปรากฏขึ
้
นเป็
นคํ
าเรี
ยก
นาฏศิ
ลป์
ชั
ดเจน ดั
งประชุ
มคํ
าพากย์
รามเกี
ยรติ
์
ที
่
ว่
า
“กลางวั
นโขนละคอนโสภา
หุ
่
นเห็
นแจ่
มตา
ประดั
บด้
วยเครื
่
องเรื
องไร
“เครื
่
องเล่
นโขนละคอนหุ
่
นประชั
น เชิ
ดชู
กลางวั
น
ด้
วยเครื
่
องวิ
จิ
ตรแต่
งกาย
สุ
รพล วิ
รุ
ฬห์
ร ั
กษ์
(๒๕๔๗ : ๓๐-๓๑)
นอกจากนี
้
ยั
งมี
หลั
กฐานด้
านการละคร ในสมั
ยพระเจ้
าอยู
่
หั
วบรมโกศ ตามเอกสารบั
นทึ
ก
ไว้
ใน “ปุ
ณโณวาทคํ
าฉั
นท์
” ของพระมหานาค วั
ดท่
าทราย ที
่
กล่
าวถึ
งงานสมโภชพระพุ
ทธบาทว่
า
ละครก็
ฟ้
อนร้
อง
สุ
รศั
พทขั
บขาน
ฉั
บฉํ
่
าที
่
ตํ
านาน
อนิ
รุ
ธกิ
นรี
ฝ ่
ายฟ้
อนละครใน
บริ
ร ั
กษ์
จั
กรี
โรงริ
มคี
รี
มี
กลลั
บบ่
แลชาย
ล้
วนสรรสกรรจ์
นาง
อรอ่
อนลอออาย
ใครยลบอยากวาย
จิ
ตจงมเมอฝ ั
น
ร้
องเรื
่
องระเด่
นโดย
บุ
ษบาตุ
นาหง ั
น
พาพั
กคุ
หาสน์
บรร
พตร่
วมฤดี
โลม
ธนพั
นธุ
์
เมธาพิ
ทั
กษ์
(๒๕๓๗ : ๘๐)