๘
ละคร นั
บว่
าเป็
นการแสดงทางด้
านนาฏศิ
ลป์
ของไทยชนิ
ดหนึ
่
ง ที
่
พั
ฒนามาจากการเล่
น
ร้
องรํ
าทํ
าเพลงของไทย ที
่
ผู
กเป็
นเรื
่
องราว มี
เหตุ
การณ์
เกี
่
ยวโยงเป็
นตอนๆ ลั
กษณะการแสดง
ประกอบด้
วย บทร้
อง การร่
ายรํ
า บทเจรจา และนาฏศิ
ลป์
ในด้
านอื
่
นๆ ใช้
ดนตรี
ประกอบการแสดง
2
๒. ประวั
ติ
ความเป็
นมาของละครไทย
2
นาฏศิ
ลป์
เป็
นศาสตร์
ที
่
เกี
่
ยวข้
องกั
บศิ
ลปะ การฟ้
อนรํ
า ไม่
มี
หลั
กฐานแน่
ชั
ดถึ
งกํ
าเนิ
ดและ
วิ
วั
ฒนาการว่
าเป็
นมาอย่
างไร ส่
วนใหญ่
นั
กวิ
ชาการได้
สั
นนิ
ษฐานจากหลั
กฐานประวั
ติ
ศาสตร์
ไว้
รวมทั
้
งด้
านละครไทยมี
ประวั
ติ
ความเป็
นมา สรุ
ปได้
ดั
งนี
้
สมั
ยสุ
โขทั
ย มี
ความสงบ มี
ความสุ
ข มี
ความสนุ
กสนาน และมี
นาฏยศิ
ลป์
ที
่
ได้
เจริ
ญขึ
้
น
มี
คํ
าเรี
ยกเฉพาะคื
อ ระบํ
า (รํ
า) เต้
น แม้
จะไม่
มี
คํ
าอธิ
บายถึ
ง รู
ปแบบของนาฏยศิ
ลป์
เหล่
านี
้
แต่
มี
ความสํ
าคั
ญในสั
งคมสุ
โขทั
ย ปรากฏในในศิ
ลาจารึ
ก หลั
กที
่
๘ สมั
ยพระมหาธรรมราชา (ลิ
ไท) ซึ
่
งได้
กล่
าวถึ
ง มหรสพสมโภชในงานเทศกาลไหว้
พระพุ
ทธบาทบนเขา สุ
มนกู
ฏ พ.ศ. ๑๙๐๓ ความว่
า
“มี
ระบํ
า ( ) เต้
นเล่
นทุ
กฉั
น... ด้
วยเสี
ยงอั
นสาธุ
การบู
ชา อี
กด้
วยดุ
ริ
ยพาทย์
พิ
ณ ฆ้
อง กลอง เสี
ยงดั
งสี
พอั
นดิ
นจั
กหล่
มอั
นใส...”
(กรมศิ
ลปากร, ๒๕๑๕ : ๒๘)
สุ
รพล วิ
รุ
ฬห์
ร ั
กษ์
(๒๕๔๗ : ๑๗) กล่
าวว่
า ธนิ
ต อยู
่
โพธิ
์
ได้
สั
นนิ
ษฐานว่
า คํ
าในวงเล็
บ ( )
ที
่
ชํ
ารุ
ดไปนั
้
น เป็
นคํ
าคล้
องจองกั
นคื
อ รํ
า นั
บได้
ว่
าเป็
นหลั
กฐานสํ
าคั
ญ ที
่
เกี
่
ยวข้
องกั
บการแสดงด้
าน
นาฏศิ
ลป์
ไทยสมั
ยอยุ
ธยาตอนต้
น คํ
าว่
า ละคร มี
ความชั
ดเจนยิ่
งขึ
้
น โดยเฉพาะในร ั
ชสมั
ยสมเด็
จพระ
บรมไตรโลกนาถ (พ.ศ. ๑๙๙๑-๒๐๓๑) ดั
งมี
ศั
กดิ
นาของพนั
กงานหนั
ง พนั
กงานปี
่
พาทย์
พนั
กงาน
ไม้
ตํ
่
าสู
งและพนั
กงาน มี
หน้
าที
่
ด้
านละคร ในพระราชพงศาวดารฉบั
บพระราชหั
ตถเลขา เล่
ม ๑
มี
รายละเอี
ยด ดั
งนี
้
ไม้
ตํ
่
าสู
ง... ขุ
นทหารวิ
เศศเหิ
น... หมื
่
นเหิ
น
เวหาเหาะ นาคล
๒๐๐
หมื
่
นเสนาะภู
วบาล เจ้
ากรมขวา นาคล
๔๐๐
หมื
่
นโวหารพิ
รมย เจ้
ากรมซ้
าย นาคล
๔๐๐
นายโรง นา
๒๐๐
ยื
นเครื
่
องรอง นาคล
๑๐๐
นางเอก
นาคล
๑๐๐
ยื
นเครื
่
องเลว นาคล
๘๐
นางเลว นาคล
๘๐
จํ
าอวด นา
๕๐
(กรมศิ
ลปากร, ๒๕๓๔ : ๑๑๓)