ศิ
ลปะการต่
อสู
้
ป้
องกั
นตั
วแบบไทย: คุ
ณค่
าแท้
และกระบวนการถ่
ายทอด กรณี
ศึ
กษาครู
วิ
ชิ
ต ชี
้
เชิ
ญ
227
ผลของการเข้
าร่
วมกิ
จกรรมศิ
ลปะการต่
อสู
้
ป้
องกั
นตั
วแบบไทยต่
อผู
้
เรี
ยนทั
้
งทางด้
านร่
างกาย จิ
ตใจ และ
ปั
ญญา
ผลของการเรี
ยนการต่
อสู
้
ป้
องกั
นตั
วแบบไทยทางด้
านร่
างกายนั
้
นทํ
าให้
สุ
ขภาพของผู
้
เรี
ยน
แข็
งแรง เป็
นการพั
ฒนาบุ
คลิ
กภาพ พั
ฒนาสมรรถภาพทางกายทั
่
วไป ช่
วยฝึ
กความแข็
งแรงของ
กล้
ามเนื
้
อ ฝึ
กการทรงตั
ว ฝึ
กการเคลื่
อนไหวที่
คล่
องแคล่
วในการหลบหลี
ก ปั
ดป้
อง (กรมวิ
ชาการ,
2546 ) ซึ
่
งสอดคล้
องกั
บการศึ
กษาของเกลเซอร์
และคณะ ( Gleser JM and others,1992) ที่
พบว่
าการใช้
วิ
ธี
การฝึ
กยู
โด 2 ครั
้
งต่
อสั
ปดาห์
เป็
นเวลา 6 เดื
อน ให้
แก่
นั
กเรี
ยนที่
มี
ปั
ญหาเกี่
ยวกั
บการทํ
างานของ
ระบบประสาทจะทํ
าให้
นั
กเรี
ยนกลุ
่
มนี
้
มี
การพั
ฒนาด้
านสมรรถภาพทางกายและกลไกการเคลื่
อนไหวดี
ขึ
้
น นอกจากนี
้
การฝึ
กศิ
ลปะการต่
อสู
้
ป้
องกั
นตั
วแบบไทยเป็
นย ั
งการฝึ
กการทํ
างานของสมอง
เนื่
องจากศิ
ลปะการต่
อสู
้
ป้
องกั
นตั
วแบบไทยนี
้
ร่
างกายต้
องทํ
างานสอดประสานกั
นทั
้
งซี
กซ้
ายและซี
ก
ขวา เช่
น การรํ
าไหว้
ครู
มวยไทย หรื
อไหว้
ครู
กระบี่
กระบอง การต่
อสู
้
ด้
วยดาบสองมื
อ หรื
อ การควง
พลองเป็
นเลขแปดในอากาศ เป็
นต้
น การฝึ
กลั
กษณะนี
้
ทํ
าให้
สมองต้
องสั ่
งการให้
ร่
างกายมี
การทํ
างาน
ทั
้
งซี
กซ้
ายและซี
กขวาที่
สอดคล้
องประสานกั
นอั
นเป็
นการฝึ
กการทํ
างานของสมองได้
เป็
นอย่
างดี
(นั
นทนา ทวี
ปกุ
ล,2551) การเรี
ยนศิ
ลปะการต่
อสู
้
ป้
องกั
นตั
วแบบไทยนี
้
ย ั
งสอดคล้
องกั
บแนวคิ
ดของ
“การใช้
ศิ
ลปะการต่
อสู
้
ป้
องกั
นตั
วเพื่
อการบํ
าบั
ด ( Martial arts Therapy)” ในต่
างประเทศตามที่
ลาแมร์
( Lamarre,1999) อ้
างไว้
ในวิ
กพิ
เดี
ย (แหล่
งที่
มาของข้
อมู
ล :
.org/wiki/ Martial_
arts_therapy
,2009)ว่
าการใช้
ศิ
ลปะการต่
อสู
้
ป้
องกั
นตั
วนี
้
เป็
นการแพทย์
ทางเลื
อกประเภทหนึ
่
งที่
สามารถจะรั
กษาผู
้
ป่
วยได้
ทั
้
งทางร่
างกายและจิ
ตใจ โดยเฉพาะผู
้
ป่
วยที่
มี
ปั
ญหาเกี่
ยวกั
บความสามารถใน
การเคลื่
อนไหวซึ
่
งมี
ผลมาจากระบบประสาท (kinaesthesia) รวมทั
้
งสามารถลดความก้
าวร้
าวลงได้
การฝึ
กศิ
ลปะการต่
อสู
้
ป้
องกั
นตั
วทุ
กชนิ
ดเป็
นการฝึ
กการแก้
ปั
ญหาเฉพาะหน้
าแบบ
ทั
นที
ทั
นใด โดยแทบไม่
มี
เวลาคิ
ดเพราะหากมั
วแต่
คิ
ดอาจทํ
าให้
เกิ
ดการบาดเจ็
บได้
ดั
งนั
้
น การฝึ
ก
ศิ
ลปะการต่
อสู
้
ป้
องกั
นตั
วจึ
งเป็
นการฝึ
กการแก้
ปั
ญหาหากกระทํ
าบ่
อย ๆ จากรู
ปธรรมของการฝึ
กการ
ป้
องกั
นตั
วจะทํ
าให้
ผู
้
เรี
ยนมี
ความฉั
บไวในการแก้
ปั
ญหาซึ
่
งสามารถนํ
าไปใช้
กั
บการแก้
ปั
ญหาในชี
วิ
ต
ในเชิ
งนามธรรมอื่
น ๆ ได้
นอกจากนี
้
การฝึ
กศิ
ลปะการต่
อสู
้
ป้
องกั
นตั
วย ั
งเป็
นการพั
ฒนาจิ
ตใจของ
ตนเองได้
เป็
นอย่
างดี
ดั
งที่
โจ โฮแอมส์
(ม.ป.ป.:1 )กล่
าวว่
า “...รู
ปแบบอั
นสวยสดงดงามที่
เลิ
ศที่
สุ
ด
กว่
าการต่
อสู
้
ระหว่
างคู
่
ต่
อสู
้
สองฝ่
าย...เป็
นถนนหลวงอั
นสํ
าคั
ญยิ
่
งในการเข้
าถึ
งความสงบทางจิ
ตใจ
ความสงั
ดทางอารมณ์
และความเชื่
อมั
่
นในตนเองอย่
างลึ
กซึ
้
ง...” และจากการสอนของครู
ไทยที่
สอนให้
เป็
นคนมี
สติ
ไม่
วู
่
วาม หรื
อที่
ครู
วิ
ชิ
ต ชี
้
เชิ
ญ สอนความเป็
นมวยนี
้
ทํ
าให้
ผู
้
เรี
ยนไม่
นํ
าความรู
้
ไปใช้
ทํ
าร้
าย
ผู
้
อื่
นอั
นแสดงว่
าผู
้
ที่
เรี
ยนศิ
ลปะการต่
อสู
้
ป้
องกั
นตั
วแบบไทยจะเป็
นผู
้
ที่
ไม่
ก้
าวร้
าว ซึ
่
งสอดคล้
องกั
บ