ศิ
ลปะการต่
อสู
้
ป้
องกั
นตั
วแบบไทย: คุ
ณค่
าแท้
และกระบวนการถ่
ายทอด กรณี
ศึ
กษาครู
วิ
ชิ
ต ชี
้
เชิ
ญ
224
คุ
ณค่
าแท้
ด้
านของคุ
ณธรรม คื
อ ความกตั
ญ�ู
นี
้
เป็
นคุ
ณค่
าที่
มาจากรากฐานคํ
าสอนใน
พระพุ
ทธศาสนา พระพุ
ทธศาสนาได้
สรรเสริ
ญผู
้
มี
ความกตั
ญ�ู
และให้
ความสํ
าคั
ญในเรื่
องนี
้
โดย
จั
ดเป็
นมงคลหนึ
่
งในมงคลชี
วิ
ต 38 ประการ ดั
งพุ
ทธภาษิ
ตที่
กล่
าวว่
า
นิ
มิ
ตตํ
สาธุ
รู
ปานํ
ความกตั
ญ�ู
เป็
นเครื่
องหมายของคนดี
กตั
ญ�ุ
ตา เอตมฺ
มงฺ
คลมุ
ตตมํ
ความกตั
ญ�ู
เป็
นมงคลสู
งสุ
ด
ความกตั
ญ�ู
เมื่
อเกิ
ดขึ
้
นในตั
วบุ
คคลจะทํ
าให้
บุ
คคลมี
การปฏิ
บั
ติ
ต่
อกั
นด้
วยการให้
เกี
ยรติ
ยกย่
อง มี
มิ
ตร
ไมตรี
ต่
อกั
น ทํ
าให้
เกิ
ดแบบแผนของการเคารพผู
้
อาวุ
โส การมี
สั
มมาคารวะ การยกย่
องให้
เกี
ยรติ
ความอ่
อนน้
อมถ่
อมตน การที่
ครู
วิ
ชิ
ต ชี
้
เชิ
ญ ได้
ให้
คุ
ณค่
าแท้
กั
บความกตั
ญ�ู
และถ่
ายทอดให้
แก่
อนุ
ชนรุ
่
นหลั
งนี
้
สอดคล้
องกั
บงานวิ
จั
ยของ สุ
จิ
ตรา สุ
คนธทรั
พย์
(2541) ที่
พบว่
าการเรี
ยนการสอน
ศิ
ลปะการต่
อสู
้
ป้
องกั
นตั
วแบบไทยในอดี
ตนั
้
นจะก่
อให้
เกิ
ดคุ
ณลั
กษณะของความเป็
นผู
้
มี
กตั
ญ�ู
กตเวที
ในผู
้
เรี
ยน แสดงให้
เห็
นว่
าครู
วิ
ชิ
ต ชี
้
เชิ
ญ เป็
นผู
้
ที่
ซึ
บซั
บคุ
ณค่
าแท้
ของศิ
ลปะการต่
อสู
้
ป้
องกั
นตั
วนี
้
มา
ตั
้
งแต่
เริ
่
มเรี
ยนและได้
นํ
าคุ
ณค่
านี
้
ส่
งต่
อให้
แก่
ศิ
ษย์
รุ ่
นต่
อ ๆ มา ซึ
่
งลั
กษณะของควาเป็
นผู
้
มี
ความกตั
ญ�ู
และมี
ความอ่
อนน้
อมนี
้
เป็
นคุ
ณลั
กษณะส่
วนตั
วของครู
วิ
ชิ
ต ที่
พบในการวิ
จั
ยครั
้
งนี
้
สํ
าหรั
บคํ
าว่
า “ความเป็
นมวย” เป็
นคํ
าที่
ครู
วิ
ชิ
ต ชี
้
เชิ
ญ นํ
ามาใช้
สอนศิ
ษย์
ด้
วยตนเอง คํ
านี
้
ไม่
มี
ปรากฏในพจนานุ
กรมแต่
เป็
นคํ
าโบราณที่
ใช้
พู
ดกั
นมานานที่
มั
กพู
ดว่
า “ไม่
เป็
นมวย” อั
นหมายถึ
ง
คนที่
พู
ดไม่
รู
้
เรื่
อง ไม่
มี
ความคิ
ด ไม่
มี
สติ
ซึ
่
งวลี
นี
้
ไม่
มี
ความเกี่
ยวกั
บเรื่
องของมวย ครู
วิ
ชิ
ตได้
วลี
ว่
า
“เป็
นมวย” มาใช้
ในการสอนศิ
ลปะการต่
อสู
้
ป้
องกั
นตั
วเนื่
องจากวลี
นี
้
สอดคล้
องกั
บการสอนแต่
ได้
นํ
ามา
ให้
ความหมายในมุ
มมองของครู
วิ
ชิ
ตว่
า “ความเป็
นมวย หมายถึ
ง พู
ดเป็
น ฟั
งเป็
น คิ
ดเป็
น แก้
ปั
ญหา
เป็
น และเรี
ยนรู
้
วั
ฒนธรรมไทยอย่
างถ่
องแท้
” ซึ
่
งคุ
ณสมบั
ติ
ของความเป็
นมวยนี
้
ครู
วิ
ชิ
ตได้
ตระหนั
กรู
้
ในตนเองการจากเรี
ยน การฝึ
กฝนแล้
วนํ
ามาใช้
ในชี
วิ
ตประจํ
าวั
นของตนจนเกิ
ดการตกผลึ
กภายในจึ
งได้
นํ
ามาใช้
สอน
คุ
ณค่
าแท้
ทางด้
านร่
างกายของศิ
ลปะการต่
อสู
้
ป้
องกั
นตั
วแบบไทยที่
ครู
วิ
ชิ
ต ชี
้
เชิ
ญ นํ
ามา
ถ่
ายทอดให้
แก่
ผู
้
เรี
ยน คื
อใช้
ในการป้
องกั
นตั
วนั
้
น สอดคล้
องกั
บงานวิ
จั
ยของ สุ
จิ
ตรา สุ
คนธทรั
พย์
(2541) ที่
พบว่
าศิ
ลปะการต่
อสู
้
ป้
องกั
นตั
วมี
คุ
ณค่
าในตั
วเอง คื
อใช้
ในการป้
องกั
นตั
ว คุ
ณค่
านี
้
เป็
นสั
จ-
ธรรมของวิ
ชาศิ
ลปะการต่
อสู
้
ป้
องกั
นตั
ว คื
อ เป็
นความจริ
งแท้
ในวิ
ชาที่
ผู
้
สอนควรถ่
ายทอดให้
เกิ
ดขึ
้
นใน