ศิ
ลปะการต่
อสู
้
ป้
องกั
นตั
วแบบไทย: คุ
ณค่
าแท้
และกระบวนการถ่
ายทอด กรณี
ศึ
กษาครู
วิ
ชิ
ต ชี
้
เชิ
ญ
7
ดาบคู
่
และดาบดั
้
ง จะเห็
นได้
ว่
าอาวุ
ธดั
งกล่
าวส่
วนมากเป็
นอาวุ
ธที่
เป็
นเครื่
องมื
อที่
ใช้
ในชี
วิ
ตประจํ
าวั
น
และทํ
ามาหากิ
นในยามปกติ
แต่
เมื่
อมี
สงครามก็
สามารถคว้
าอาวุ
ธที่
ใช้
อยู
่
ประจํ
าวั
นมาใช้
เป็
นอาวุ
ธใน
สงครามได้
ทั
นที
นอกจากนี
้
คนไทยย ั
งรู
้
จั
กการนํ
าสั
ตว์
ที่
ใช้
เป็
นพาหนะในยามปกติ
มาจั
ดกํ
าลั
งทั
พด้
วย
เช่
น ม้
าที่
เป็
นพาหนะส่
วนตั
วของบุ
คคลที่
ทุ
กบ้
านมั
กจะมี
ไว้
ใช้
เป็
นพาหนะในการติ
ดต่
อระหว่
าง
หมู
่
บ้
านก็
สามารถนํ
ามาใช้
ในการสงคราม ในการหาข่
าว ติ
ดต่
อสื่
อสารระหว่
างกองทั
พและต่
อสู
้
สั
ตว์
อี
กประเภทหนึ
่
งที่
นํ
ามาใช้
ในชี
วิ
ตประจํ
าวั
นและการสงครามได้
แก่
ช้
าง ช้
างเป็
นสั
ตว์
พาหนะที่
ใช้
ลํ
าเลี
ยงสิ
่
งของและผู
้
คนในท้
องถิ
่
นทุ
รกั
นดาร นอกจากช้
างจะใช้
เป็
นพาหนะและสั
ตว์
ใช้
งานแล้
ว คน
ไทยถื
อว่
าช้
างเป็
นสั
ตว์
คู
่
บุ
ญบารมี
ของพระมหากษั
ตริ
ย์
ในยามสงครามผู
้
ที่
ใช้
ช้
างเป็
นพาหนะ ได้
แก่
พระมหากษั
ตริ
ย์
พระบรมวงศานุ
วงศ์
และแม่
ทั
พ การที่
พระมหากษั
ตริ
ย์
ทรงกระทํ
าการรบบนหลั
ง
ช้
างที่
เรี
ยกว่
าการกระทํ
ายุ
ทธหั
ตถี
ถื
อได้
ว่
าเป็
นลั
กษณะของการรบที่
กล้
าหาญอย่
างยิ
่
งและสมควรได้
รั
บ
การยกย่
องพระเกี
ยรติ
ยศ ( สุ
จิ
ตรา สุ
คนธทรั
พย์
,2540 )
จากความสํ
าคั
ญของการต่
อสู
้
นี
้
เองทํ
าให้
เกิ
ดวิ
ชาการต่
อสู
้
ต่
าง ๆ ของคนไทยอั
น ได้
แก่
มวย
ไทยซึ
่
งเป็
นวิ
ชาการต่
อสู
้
ด้
วยมื
อเปล่
าที่
ไม่
ใช้
อาวุ
ธและกระบี่
กระบองเป็
นวิ
ชาการต่
อสู
้
ที่
ใช้
อาวุ
ธ รวม
ทั
้
งการต่
อสู
้
บนหลั
งสั
ตว์
ที่
เป็
นพาหนะได้
แก่
ม้
า และช้
าง ทํ
าให้
เกิ
ดเป็
นวิ
ชาอั
ศวกรรมซึ
่
งเป็
นวิ
ชาการ
ต่
อสู
้
โดยใช้
อาวุ
ธบนหลั
งม้
า วิ
ชาคชกรรมเป็
นวิ
ชาการต่
อสู
้
โดยใช้
อาวุ
ธบนหลั
งช้
าง รวมทั
้
งตํ
าราพิ
ชั
ย
สงครามอั
นเป็
นเรื่
องการวางแผนและกลยุ
ทธ์
ในการรบ วิ
ชาต่
าง ๆ เหล่
านี
้
ล้
วนแต่
เป็
นวิ
ชาที่
มี
คุ
ณ
ประโยชน์
แก่
คนไทยอย่
างใหญ่
หลวงในการที่
ทํ
าให้
ประเทศสามารถดํ
ารงความเป็
นเอกราชมาได้
จน
ถึ
งปั
จจุ
บั
น การยื
นย ั
นถึ
งความเป็
นมาของศาสตร์
การต่
อสู
้
ป้
องกั
นตั
วนี
้
ตั
้
งแต่
สมั
ยกรุ
งสุ
โขทั
ยเป็
นต้
นมา
พบได้
ในตั
วอย่
างของวรรณกรรมต่
อไปนี
้
สมั
ยสุ
โขทั
ย
: กฎมณเฑี
ยรบาลได้
กล่
าวถึ
งการต่
อสู
้
ป้
องกั
นตั
วที่
แสดงในกระบวนแห่
ในพิ
ธี
คเชนทรั
ศวสนานซึ
่
งเป็
นพิ
ธี
สร้
างความสวั
สดิ
มงคลแก่
ช้
าง ( กรมศิ
ลปากร, 2521: 136-137 ) ดั
งนี
้
...เมื่
อแรกเสด็
จออกพ่
อช้
าง รั
นแทะวั
วชน กระบื
อชน ชุ
มพา
ชนช้
าง ชนคน..…โคนปลํ
้
ามวย ตี
ดั
้
งฟั
นแย ้
งเชิ
งแวงเล่
นกล
คลี
ม้
า...เสด็
จออกเบิ
กราชกุ
ลถวายบั
งคมตี
7 ลา เรี
ยกม้
าฬ่
อ
ช้
าง ระเบงซ้
ายขวา รํ
าดาบซ้
ายขวา ระบํ
าออกหม่
งครุ ่
มพั
น
พานนํ
าหม่
งครุ ่
ม หน้
ากลอง ตี
ไม้
พุ
่
งหอก...
ข้
อความดั
งกล่
าวแสดงให้
เห็
นลั
กษณะของการแสดงความสามารถในการขี่
ช้
างม้
าและการต่
อสู
้
เช่
น
การแสดงหม่
งครุ ่
ม ชกมวย รํ
าดาบของทหารในสมั
ยนั
้
น