ศิ
ลปะการต่
อสู
้
ป้
องกั
นตั
วแบบไทย: คุ
ณค่
าแท้
และกระบวนการถ่
ายทอด กรณี
ศึ
กษาครู
วิ
ชิ
ต ชี
้
เชิ
ญ
147
ช่
วยกั
นทํ
าอาหารและรั
บประทานอาหารร่
วมกั
น สวดมนต์
และทํ
ากิ
จวั
ตรประจํ
าวั
นร่
วมกั
น เสมื
อนอยู
่
บ้
านเดี
ยวกั
น
ปี
การศึ
กษา 2550 โรงเรี
ยนรุ
่
งอรุ
ณมี
นั
กเรี
ยนทั
้
งสิ
้
นจํ
านวน 1,013 คน ครู
จํ
านวน 130 คน คิ
ด
เป็
นสั
ดส่
วนครู
ต่
อนั
กเรี
ยนประมาณ 1:8 จํ
านวนนั
กเรี
ยนต่
อห้
องไม่
เกิ
น 25 คน ครู
ทํ
าการสอนห้
องละ
1-2 คน นอกจากนี
้
รุ ่
งอรุ
ณย ั
งรั
บนั
กเรี
ยนที่
มี
ความต้
องการพิ
เศษจํ
านวนห้
องละ 2 คน เรี
ยนร่
วมกั
บ
นั
กเรี
ยนทั ่
วไป และมี
การจั
ดการเรี
ยนการสอนแบบ “ชั
้
นคละ” ที่
มี
นั
กเรี
ยน 2 ระดั
บชั
้
นเรี
ยนร่
วมกั
น
การบริ
หารจั
ดการ
โรงเรี
ยนรุ
่
งอรุ
ณมี
การบริ
หารงานโดยคณะกรรมการโรงเรี
ยนซึ
่
งมี
ท่
านเจ้
าคุ
ณพระธรรมปิ
ฎก
(ป.อ.ปยุ
ตฺ
โต) เป็
นที่
ปรึ
กษา ศาสตราจารย์
นายแพทย์
ประเวศ วะสี
เป็
นประธานคณะกรรมการมู
ลนิ
ธิ
โรงเรี
ยน และรองศาสตราจารย์
ประภาภั
ทร นิ
ยม เป็
นผู
้
อํ
านวยการโรงเรี
ยน
โรงเรี
ยนรุ ่
งอรุ
ณแบ่
งการทํ
างานออกเป็
น 3 ส่
วนย่
อย คื
อ
1)
โรงเรี
ยนเล็
ก
ระดั
บอนุ
บาล 1 – ประถมศึ
กษาปี
ที่
1 มี
นั
กเรี
ยนจํ
านวน 300 คน
2)
โรงเรี
ยนประถม
ระดั
บประถมศึ
กษาปี
ที่
2 – 6 มี
นั
กเรี
ยนจํ
านวน 385 คน
3)
โรงเรี
ยนมั
ธยม
ระดั
บมั
ธยมศึ
กษาปี
ที่
1 – 6 มี
นั
กเรี
ยนจํ
านวน 328 คน
ในแต่
ละโรงเรี
ยนจะมี
ครู
ใหญ่
เป็
นผู
้
ดู
แลโรงเรี
ยนละ 1 คน โดยมี
หน้
าที่
สร้
างความเข้
าใจใน
ภาวะความเป็
นครู
การทํ
างานเป็
นที
ม รวมทั
้
งการนํ
าเนื
้
อหามาสู
่
การสอน ซึ
่
งเป็
นการเรี
ยนรู
้
แบบองค์
รวม ในการทํ
างานมี
การประชุ
มร่
วมกั
นทั
้
งในระดั
บโรงเรี
ยนย่
อย ระดั
บชั
้
น และเฉพาะสายวิ
ชา
วิ
สั
ยทั
ศน์
ของโรงเรี
ยน
ประกอบด้
วย
1)
โพธิ
สั
ทธา
: ความเชื่
อมั
่
นในศั
กยภาพมนุ
ษย์
ที่
สามารถพั
ฒนาตนเองไปสู
่
อิ
สรภาพทาง
ปั
ญญาได้
2)
ชี
วิ
ตมนุ
ษย์
คื
อการศึ
กษา
: การพั
ฒนาพฤติ
กรรม จิ
ตใจ ปั
ญญาในระบบไตรสิ
กขา
3)
การศึ
กษาองค์
รวม
: กระบวนการบู
รณาการความรู
้
ภายนอก (ศาสตร์
ต่
างๆ) และ
ภายใน (ชี
วิ
ต) เป็
นการเรี
ยนรู
้
ที่
สอดคล้
องกั
บธรรมชาติ
ที่
ฝึ
กได้
ของมนุ
ษย์
4)
ชุ
มชนกั
ลยาณมิ
ตร
: มี
วั
ฒนธรรมแห่
งการเรี
ยนรู
้
เป็
นพื
้
นฐานของสั
งคมที่
มี
ความเจริ
ญ