81
สนุ
กสนาน ครึ
กครื
้
นไพเราะเสนาะหู
นั
กเลงดนตรี
ยิ ่
งนั
เพลงทั
้
งสองนี
้
ถื
อว่
าเป็
นเครื่
องหมายของ
วงปี่
พาทย์
บางคอแหลมที่
ตกทอดมาจนทุ
กวั
นนี
้
เป็
นที่
รู
้
จั
กกั
นในวงการดนตรี
ไทยว่
าเข้
าขั
้
นเพลง
เสภาที่
แสดงออกอย่
างวิ
จิ
ตรพิ
สดาร
เพลงทั
้
งสองมี
รากฐานมาจากเสภา เป็
นเพลงประเภทลู
กล้
อลู
กขั
ดที่
ไพเราะ สนุ
กเร้
าใจ และ
ต้
องใช้
ความสามารถอย่
างยิ
่
งของนั
กดนตรี
ที่
จะบรรเลงขั
บร้
องให้
ได้
ดี
เพลงแรกเป็
นผลงานของครู
พระประดิ
ษฐไพเราะ(ครู
มี
แขก) ที่
ถื
อกั
นว่
าเป็
นงานชิ
้
นสํ
าคั
ญที่
สุ
ดชิ
้
นหนึ
่
งในชี
วิ
ตของท่
านที่
ทํ
าขึ
้
น
ทู
ลเกล้
าถวายพระบาทสมเด็
จพระปิ
่
นเกล้
าเจ้
าอยู
่
หั
ว ส่
วนเพลงหลั
งเป็
นเพลงที่
ครู
ช้
อย สุ
นทรวาทิ
น
ครู
ดนตรี
คนสํ
าคั
ญอี
กท่
านหนึ
่
งในสมั
ยรั
ชกาลที่
5 ได้
แต่
งขึ
้
น เป็
นเพลงที่
แสดงลี
ลาการขั
บร้
องและ
บรรเลงรั
บอย่
างแยบคาย ทั
้
งเพลงเชิ
ดจี
นและเพลงแขกลพบุ
รี
ถื
อเป็
นเพลงอมตะของดนตรี
ไทยมา
ตั
้
งแต่
อดี
ตมาจนถึ
งปั
จจุ
บั
น
และหลวงประดิ
ษฐไพเราะเลื
อกที่
จะประดิ
ษฐ์
เพลงทั
้
งสองให้
ไพเราะ
ยิ ่
งขึ
้
น มี
ความแปลกใหม่
อย่
างเข้
าขั
้
นอวดวงอื่
นๆได้
ในการประชั
นแสดงฝี
มื
อ
การที่
จะเล่
นเพลงทั
้
งสองให้
ดี
นั
้
นต้
องอาศั
ยนั
กดนตรี
ที่
ผ่
านการฝึ
กซ้
อมมาอย่
างดี
แล้
ว มี
พื
้
นฐานเดิ
มดี
มี
กํ
าลั
งกายใจและรสมื
อดี
จึ
งจะทํ
าให้
เพลงแสดงคุ
ณวิ
เศษออกมาได้
การเกิ
ดเพลงทั
้
ง
สองแสดงถึ
งความพร้
อมและแข็
งแกร่
งของวงวั
งบางคอแหลมในอดี
ต ทั
้
งฝ่
ายนั
กดนตรี
ที่
มี
ฝี
มื
อ มี
อุ
ตสาหะมานะฝึ
กฝน ครู
ที่
เก่
งทั
้
งการแต่
งเพลงและปรั
บวง และที่
สํ
าคั
ญที่
สุ
ดคื
อผู
้
ที่
อุ
ปถั
มภ์
ที่
เอา
พระทั
ยใส่
ส่
งเสริ
มการดนตรี
อย่
างจริ
งจั
งด้
ว
วงวั
งบางคอแหลมมี
อายุ
อยู
่
ประมาณ 5 ปี
พอถึ
ง พ.ศ. 2475 ก่
อนการเลี่
ยนแปลงการ
ปกครองไม่
นานนั
ก สมเด็
จกรมหลวงลพบุ
รี
ราเมศวร์
ก็
ถึ
งแก่
กาลทิ
วงคต เมื
่
อวั
นที่
8 เมษายน พ.ศ.
2475 นั
กดนตรี
ที่
อยู
่
ในการอุ
ปการะของพระองค์
จึ
งพากั
นแยกย ้
ายออกไปจากวั
ง กลั
บไปย ั
งสํ
านั
ก
ดนตรี
เดิ
มของตน พร้
อมทั
้
งเอาวิ
ชาและเพลงที่
ได้
รั
บการปรั
บปรุ
งอย่
างเข้
มข้
นจากคุ
ณครู
หลวง
ประดิ
ษฐไพเราะไปเผยแพร่
สู
่
การดนตรี
ภายนอกต่
อไ
วงวั
งบางคอแหลมนั
้
นเป็
นเสมื
อนสั
ญลั
กษณ์
แห่
งยุ
คทองยุ
คสุ
ดท้
ายแห่
ง ความรุ ่
งเรื
องของ
ดนตรี
ไทย ก่
อนที่
จะเข้
าสู
่
ยุ
คเสื่
อมภายหลั
งการเปลี่
ยนแปลงการปกครอง การสร้
างวงดนตรี
ที่
มี
ความสามารถเช่
นนี
้
ได้
ต้
องใช้
ทรั
พยากรจํ
านวนมาก เจ้
านายที่
มี
บารมี
และมี
อํ
านาจอย่
างแท้
จริ
ง
43
สั
นติ
อุ
ดมศรี
“
การสื
บทอดว ั
ฒนธรรมดนตรี
ไทยในสํ
านั
กครู
รวม พรหมบุ
รี
”
หน้
า 22. และ อนั
น นาคคงและอั
ษฏาวุ
ธ
หลวงประดิ
ษฐ์
ไพเราะ(ศร ศิ
ลปะบรรเลง) มหาดุ
ริ
ยกวี
ลุ
่
มเจ้
าพระยาแห่
งอุ
ษาคเนย์
พิ
มพ์
ครั
้
งที่
4 ศิ
ปวั
ฒนธรรม ฉบั
บพิ
เศษ 2547 หน้
า 261-263
44
อานั
นท์
นาคคงและ อั
ษฎาวุ
ธ สาคริ
ก
หลวงประดิ
ษฐไพเราะ(ศร ศิ
ลปะบรรเลง) มหาดุ
ริ
ยกวี
ลุ
่
มเจ้
าพระยาแห่
งอุ
ษาคเนย์
หน้
า 104.
45
เรื่
องเดี
ยวกั
น หน้
า 105
46
เรื่
องเดี
ยวกั
น หน้
า 105.
47
เรื่
องเดี
ยวกั
น หน้
า 108-109.