115
เดี
ยวกั
น ท่
านสามารถบอกทางให้
ใช้
ไม้
ตี
ใช้
มื
อประคบ หนั
กเบา ให้
แตกต่
างกั
น จนรสมื
อของเพลงนั
้
น
แสดงออกมาไม่
ตรงกั
นก็
ได้
ทั
้
งๆ ที่
เป็
นเพลงเดี
ยวกั
น
เมื่
อครั
้
งท่
านตามเสด็
จสมเด็
จฯ วั
งบู
รพาฯ ไปอิ
นโดนี
เซี
ย (2451) ท่
านได้
นํ
าเพลงของชวาหลาย
เพลงมาปรั
บปรุ
งให้
เป็
นทางบรรเลงปี่
พาทย์
ไทย เพลงชุ
ดนี
้
มี
ตั
วอย่
างคื
อ เพลงบู
เต็
นช็
อล์
ค (สมั
ยนี
้
เรี
ยกว่
าบู
เซ็
นช็
อก แปลว่
า ไกลกั
งวล) เพลงยะวาเก่
า เพลงบู
กั
นตู
โม้
ะ เพลงกะหรั
ดรายา เพลงกะดี
รี
เป็
น
ต้
น จางวางศรเป็
นผู
้
นํ
าเครื่
องดนตรี
ชวาซึ
่
งเขย่
าด้
วยไม้
ไผ่
เรี
ยกว่
า “อุ
งคะรุ
ง” ซึ
่
งมี
เพี
ยง 5 เสี
ยงเข้
ามา
เมื
องไทย โดยประดิ
ษฐ์
ให้
เป็
นเสี
ยงไทย 7 เสี
ยง แล้
วมอบให้
ศิ
ษย์
ชื่
อครู
ชุ
่
ม กั
บครู
เอื
้
อน เอาไปเหลาที่
บ้
านสวนมะลิ
นํ
าออกเผยแพร่
โดยเขย่
า 2 มื
อ มื
อละตั
บ ต่
างกั
บของชวาที่
ใช้
วิ
ธี
ไกว เกิ
ดเสี
ยงได้
เพี
ยงเสี
ยง
เดี
ยวโดยต้
องใช้
มื
อ 2 มื
อ เท่
ากั
บว่
าเป็
นการพั
ฒนา วงอั
งกะลุ
งของชวาให้
มาเป็
นแบบไทย จางวางศรจึ
ง
ได้
ชื่
อว่
าเป็
นบิ
ดาของวงอั
งกะลุ
งคนแรก บรรเลงครั
้
งแรกที่
วั
ดราชาธิ
วาสในงานกฐิ
นหลวง ปลายสมั
ย
รั
ชกาลที่
5
ใน พ.ศ. 2458 พระบาทสมเด็
จพระมงกุ
ฎเกล้
าเจ้
าอยู
่
หั
ว เสด็
จฯ เลี
ยบมณฑลปั
กษ์
ใต้
เมื่
อเสด็
จ
พระราชดํ
าเนิ
นถึ
งเมื
องนครศรี
ธรรมราช ท่
านได้
ประดิ
ษฐ์
เพลงเขมรเขาเขี
ยวขึ
้
นเป็
นเพลงเถา ใช้
ชื่
อว่
า
เพลงเขมรเลี
ยบนคร ทํ
าเป็
นทางกรอขึ
้
นบรรเลงถวาย นั
บเป็
นการประดิ
ษฐ์
ทางบรรเลง “ทางกรอ” ขึ
้
น
ใหม่
เป็
นวิ
วั
ฒนาการอี
กแบบหนึ
่
งของแบบฉบั
บเพลงกรอ ซึ
่
งนิ
ยมมาจนบั
ดนี
้
นอกจากนี
้
เมื่
อไปถวาย
งานดนตรี
ที่
วั
งสวนกุ
หลาบของสมเด็
จฯ เจ้
าฟ้
าอั
ษฎางค์
เดชาวุ
ธ กรมหลวงนครราชสี
มา ก็
ได้
สร้
างเพลง
แขกขาวสองชั
้
น สร้
างเพลงทองย่
อน สองชั
้
น และเพลงแขกพราหมณ์
สองชั
้
นทางเปลี่
ยนขึ
้
นอย่
าง
ไพเราะเพราะพริ
้
ง จนเป็
นที่
ยอมรั
บว่
าท่
านเป็
นนั
กประดิ
ษฐ์
เพลงที่
ยอดเยี่
ยมจริ
งๆ
จางวางศร ได้
รั
บพระราชทานบรรดาศั
กดิ
์
เป็
น หลวงประดิ
ษฐไพเราะ ในรั
ชกาลที่
6 เมื่
อวั
นที่
17 กรกฎาคม พ.ศ. 2468 ทั
้
งๆ ที่
ท่
านไม่
เคยรั
บราชการอยู
่
ในกรมกองใดในราชการมาก่
อนเลย ทั
้
งนี
้
เพราะเป็
นผู
้
มี
ฝี
มื
อและความสามารถเลิ
ศล้
นเป็
นที่
ต้
องพระราชหฤทั
ยมาก
ในสมั
ยรั
ชกาลที่
6 และ 7 หลวงประดิ
ษฐฯ ต้
องรั
บหน้
าที่
ควบคุ
มวงดนตรี
ณ วั
งลดาวั
ลย์
ของ
สมเด็
จเจ้
าฟ้
ากรมหลวงลพบุ
รี
ราเมศร์
เพิ
่
มเติ
มขึ
้
นอี
กวงหนึ
่
งซึ
่
งเรี
ยกกั
นว่
า วงวั
งบางคอแหลม ได้
ประดิ
ษฐ์
ทางเพลงสํ
าหรั
บวงบางคอแหลมขึ
้
นเป็
นพิ
เศษ เช่
น แขกลพบุ
รี
ทางบางคอแหลม เชิ
ดจี
นทาง
บางคอแหลม และบุ
หลั
นเถา ทางสํ
าหรั
บวั
งลดาวั
ลย์
เป็
นต้
น
ครั
้
งถึ
งปี
พ.ศ. 2469 ได้
เข้
ารั
บราชการในกรมปี่
พาทย์
และโขนหลวงกระทรวงวั
ง ซึ
่
งเป็
นสมั
ย
รั
ชกาลที่
7 หลวงประดิ
ษฐฯ ได้
มี
ส่
วนถวายการสอนดนตรี
ไทยแด่
พระบาทสมเด็
จพระปกเกล้
าเจ้
าอยู
่
หั
ว
และสมเด็
จพระนางเจ้
ารํ
าไพพรรณี
พระบรมราชิ
นี
รวมทั
้
งได้
มี
ส่
วนช่
วยในงานพระราชนิ
พนธ์
เพลงไทย