Page 129 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

114
ส่
วนนายสิ
น สิ
นธุ
นาครนั
นเป็
นคนระนาดเก่
าแก่
ฝี
มื
อดี
มาจากวั
งบ้
านหม้
อ แก่
กว่
าจางวางศรถึ
49 ปี
ในตอนที่
จางวางศรเข้
ามาอยู
ในวั
งบู
รพาแล้
วนั
น นายสิ
นเป็
นครู
ผู
ใหญ่
อายุ
มาก ถึ
ง 69 ปี
แล้
ว มา
เป็
นครู
ใหญ่
ที่
วั
งกรมหลวงชุ
มพรฯ ทั
งสองไม่
เคยได้
ประชั
นฝี
มื
อกั
น แต่
เนื่
องจากในยุ
คนั
น กํ
าลั
งแข่
งขั
ความสามารถในการแต่
งขยายเพลงเป็
นเพลงสามชั
น สมเด็
จฯ วั
งบู
รพาฯ ก็
ย ั
งโปรดฯ ให้
ใช้
วิ
ธี
แข่
งขั
เป็
นรายการสด โดยตั
งเพลงสองชั
นขึ
นเพลงหนึ
ง แล้
วให้
หั
วหน้
าวงสองวงขยายเพลงในบั
ดนั
น ดู
ปฏิ
ญาณในการแต่
งขยายเพลง ก็
ปรากฏว่
าจางวางศรทํ
าได้
ดั
งปรากฏในประวั
ติ
ของการแข่
งขั
นสร้
าง
เพลงคุ
ณลุ
งคุ
ณป้
า (เพลงทั
บหน้
าปรบไก่
10 จั
งหวะ) ขยายขึ
นเป็
นเพลงสามชั
น เมื่
อปลายสมั
ยรั
ชกาลที่
5
ประมาณ ปี
2453 ทั
งสองพระองค์
ทรงโปรดให้
วงดนตรี
ในพระอุ
ปถั
มภ์
มาแข่
งขั
นขยายเพลงดั
งกล่
าว
จางวางศรนั
นสามารถขยายได้
ตามพระประสงค์
แต่
ขลุ
กขลั
กเพราะเพลงคุ
ณลุ
งคุ
ณป้
านั
นยาวมากถึ
ง 10
จั
งหวะ ทั
งเป็
นเพลงที่
ท่
านไม่
คุ
นมาก่
อน ในบั
นทึ
กเก่
าเล่
าว่
า เสด็
จในกรมฯ กรมหลวงชุ
มพรฯ จะทรง
ปรั
บให้
แพ้
ก็
เกิ
ดการถกเถี
ยงกั
นขึ
น เพราะสมเด็
จฯ วั
งบู
รพาฯ ทรงไม่
เห็
นด้
วย เรื่
องนี
จางวางศรได้
บั
นทึ
กเล่
าไว้
ว่
า หากถู
กจั
บตั
วให้
แสดงความสามารถแข่
งกั
นอย่
างนี
บ่
อยๆ แล้
ว โดยมุ
งจะเอาชนะกั
นโดย
ฝ่
ายตรงข้
ามไปขุ
ดหาเพลงที่
มี
ความยาวมากๆ หรื
อเพลงที่
ไม่
รู
จั
กคุ
นเคยมาเป็
นเพลงตั
ง วั
นหนึ
งอาจจะ
ต้
องพบกั
บความพ่
ายแพ้
เมื่
อรวม 2 เรื่
องที่
เล่
ามาในย่
อหน้
านี
แสดงว่
า จางวางศรต้
องพบกั
บแรงกดดั
คื
อการถู
กจั
บให้
ประลองฝี
มื
อหนั
กๆ หลายครั
งในชี
วิ
ต จนในที่
สุ
ดท่
านก็
เป็
นฝ่
ายที่
ชนะตามที่
เล่
ามา
จากสภาพการกดดั
นที่
จะต้
องเอาชนะคู
ประชั
นให้
ได้
นี
เอง ทํ
าให้
จางวางศรต้
องประดิ
ษฐ์
วิ
ธี
การ
ตี
ระนาดแบบใหม่
ๆ ขึ
นมาอี
กหลายๆ แบบ เพื่
อใช้
ประชั
นกั
บคู
ต่
อสู
ไม่
ใช่
เป็
นแต่
เพี
ยงนั
กดนตรี
ฝี
มื
ความรู
รอบตั
วสามารถเล่
นดนตรี
ได้
ดี
มากเท่
านั
น แต่
ย ั
งเป็
นนั
กสร้
างสิ
งใหม่
ๆ มื
อฉกาจคนหนึ
งในวงการ
ดนตรี
ไทย ท่
านสามารถทํ
าให้
เสี
ยงดนตรี
เปลี่
ยนไปจากความเรี
ยบเป็
นระเบี
ยบอย่
างที่
เรี
ยกว่
า Classic
กลายมาเป็
นทางที่
มี
ชี
วิ
ตชี
วา ให้
ทั
งอารมณ์
ต่
างๆ อย่
างที่
ไม่
เคยมี
มาก่
อนในวงการปี่
พาทย์
ไทย มี
ทั
งเสี
ยง
ดุ
เดื
อด เสี
ยงเกรี
ยวกราด เสี
ยงที่
กลมกล่
อมไพเราะอ่
อนหวาน ฯลฯ จนสามารถใช้
ศั
พท์
ดนตรี
ตะวั
นตกมา
กล่
าวได้
ว่
า จางวางศรเป็
นผู
เปลี่
ยนดนตรี
ไทยจากยุ
ค Classic มาเป็
นยุ
ค Romantic อย่
างสมบู
รณ์
ยิ ่
งนั
(พู
นพิ
ศ อมาตยกุ
ล คํ
าบรรยายประวั
ติ
การดนตรี
มหาวิ
ทยาลั
ยมหิ
ดล ศาลายา)
จางวางศร มี
สติ
ปั
ญญาลํ
าเลิ
ศเฉี
ยบแหลมสามารถค้
นคิ
ดประดิ
ษฐ์
ทางดนตรี
ที่
เรี
ยกว่
า “ทาง
เปลี่
ยน” แนวต่
างๆ ได้
อย่
างไพเราะในเวลาอั
นรวดเร็
ว เสมื
อนหนึ
งว่
าทํ
านองเพลงนั
นหลั ่
งไหลออกมา
จากสมองของท่
านอย่
างไม่
ขาดสาย ท่
านเป็
นคนจํ
าเพลงแม่
น มี
ปฏิ
ภาณดี
เป็
นเยี่
ยม และมี
นิ
สั
ยชอบค้
นคิ
ประดิ
ษฐ์
เทคนิ
คการบรรเลงแบบใหม่
ๆ ขึ
นนํ
ามาสอนศิ
ษย์
ใหม่
ๆ ได้
เสมอ แม้
เพลงทางเดี่
ยวระนาดเพลง