Page 96 - งานวิจัย - www.culture.go.th/research

Basic HTML Version

ข
อวิ
จารณ
/๙๐
การทํ
าบุ
ญอุ
ทิ
ศส
วนบุ
ญส
วนกุ
ศลให
คนตายในวั
นอาทิ
ตย
ชาวไทยมุ
สลิ
มชุ
มชนบางหลวงมี
การทํ
าบุ
ญอุ
ทิ
ศส
วนบุ
ญส
วนกุ
ศลให
คนตายในวั
อาทิ
ตย
โดยเชื่
อว
าเป
นการทํ
าบุ
ญอุ
ทิ
ศส
วนบุ
ญส
วนกุ
ศลให
แก
คนตาย พิ
ธี
กรรมนี้
ชาวบ
านในชุ
มชน
จะนํ
าอาหารที่
จั
ดทํ
าขึ้
นมาเองหรื
อซื้
อที่
ร
านค
าหน
ามั
สยิ
ดมาให
ผู
เข
าร
วมประกอบพิ
ธี
ทางศาสนาสวด
อาระวะ เมื่
อสวดเสร็
จแล
ว ผู
เข
าร
วมประกอบพิ
ธี
ทางศาสนารั
บประทานอาหาร เมื่
อรั
บประทาน
อาหารเสร็
จแล
ว อาหารส
วนที่
เหลื
อจะให
ผู
สู
งอายุ
และชาวบ
านใกล
เคี
ยงมั
สยิ
ด การทํ
าบุ
ญอุ
ทิ
ศส
วน
บุ
ญส
วนกุ
ศลให
คนตายในวั
นอาทิ
ตย
นี้
ชาวบ
านที่
เคร
งครั
ดในหลั
กศาสนาไม
ค
อยเห็
นด
วย เนื่
องจาก
บทบั
ญญั
ติ
ของศาสนาอิ
สลามไม
ได
กล
าวไว
และถื
อว
าเป
นสิ่
งที่
ไม
จํ
าเป
แต
บางส
วนที่
นํ
าอาหาร
มาร
วมทํ
าบุ
ญถื
อว
าเป
นการทํ
าบุ
ญอุ
ทิ
ศส
วนบุ
ญส
วนกุ
ศลให
แก
ผู
ที่
ล
วงลั
บไปแล
ว และมี
ความเห็
นว
การกระทํ
าใดๆ ก็
ตาม ถ
าทํ
าแล
วสบายใจและมี
ความสามารถที่
จะกระทํ
าได
ก็
ควรทํ
พิ
ธี
ฝ
งศพ
พิ
ธี
ฝ
งศพของชาวไทยมุ
สลิ
มชุ
มชนบางหลวง เมื่
อมุ
สลิ
มเสี
ยชี
วิ
ต ญาติ
พี่
น
องจะนํ
มั
ยยิ
ตอาบน้ํ
าทํ
าความสะอาดให
ศพ ถ
าไม
ทํ
าผู
ที่
อยู
ถื
อว
าบาป โดยถ
าเป
นศพผู
ชายจะให
ญาติ
ที่
เป
ผู
ชายอาบน้ํ
าศพให
ถ
าเป
นศพผู
หญิ
งจะให
ญาติ
ที่
เป
นผู
หญิ
งอาบน้ํ
าศพให
เมื่
ออาบน้
าสระผม
เรี
ยบร
อยแล
ว จะอาบน้ํ
า ๕ น้ํ
าคื
อ น้ํ
ามะกรู
ด น้ํ
าดิ
นสอพอง น้ํ
าจั
นทร
น้ํ
าพิ
มเสน และน้ํ
าละหมาด
ราดที่
ตั
วผู
ตายตั้
งแต
ศี
รษะจรดปลายเท
า บางครอบครั
วจะอาบน้ํ
าพุ
ทรา การะบู
น พิ
มเสน ดิ
นสอพอง
น้ํ
าจั
นทร
และน้ํ
าละหมาด สํ
าหรั
บครอบครั
วที่
มี
พื้
นเพมาจากจั
งหวั
ดอยุ
ธยาบอกว
าที่
นั่
นใช
น้ํ
ามะลิ
อาบศพด
วย เมื่
ออาบน้ํ
าละหมาดเสร็
จแล
วจะห
อศพด
วยผ
าขาว เรี
ยกว
า “กะฝ
น” ศพผู
ชายห
อ ๓ ชั้
ศพผู
หญิ
งห
อ ๕ ชั้
น โดย ๒ ชั้
นแรกจะห
อเหมื
อนศพผู
ชาย ทั้
งนี้
ขณะที่
จั
ดการศพห
ามไม
ให
น้ํ
าตา
หยดรดศพ เพราะเชื่
อว
าน้ํ
าตาแต
ละหยดเปรี
ยบเสมื
อนเชื้
อเพลิ
ง และชาวบ
านบางหลวงก็
ถื
อปฏิ
บั
ติ
ตามเห็
นได
จากขณะที่
อาบน้ํ
าศพไม
มี
ใครร
องไห
หรื
อเสี
ยใจ และจะพู
ดถึ
งผู
ตายแต
ในสิ่
งที่
ดี
ดี
เมื่
อนํ
ศพใส
โลงที่
คนในชุ
มชนช
วยกั
นต
อแล
ว คนในชุ
มชนจะช
วยกั
นยกและเดิ
นแห
ศพอย
างเงี
ยบๆ ไปที่
มั
สยิ
ด เพื่
อละหมาดขอพรให
แก
ผู
ตาย ต
อจากนั้
นจะมี
การแจกเงิ
นในกั
บเด็
กๆ หลั
งจากนั้
นก็
จะ
ช
วยกั
นยกศพไปที่
ศาลาสํ
าหรั
บแต
งศพก
อนนํ
าไปฝ
งในกุ
โบว
เมื่
อฝ
งศพเรี
ยบร
อยแล
ว บนหลุ
มฝ
ศพจะมี
การตกแต
งด
วยพวงหรี
ดและดอกไม
อย
างสวยงาม มี
การวางใบพุ
ทธา ใบพลู
และใบโหระพา
เพื่
อแสดงว
าศพเป
นผู
หญิ
งหรื
อผู
ชายคื
ถ
าเป
นศพผู
หญิ
งใบจะหงาย
ถ
าเป
นศพผู
ชายใบจะคว่ํ
ต
อจากนั้
น ละแบจะมาอ
านตะละเก็
นตฺ
เพื่
อสวดขอภั
ยโทษให
กั
บผู
ตาย หลั
งจากทํ
าพิ
ธี
เรี
ยบร
อยแล
จะมี
การสวดศพที่
มั
สยิ
ดหรื
อที่
บ
านของผู
ตาย ซึ่
งแล
วแต
เจ
าภาพจะสวดกี่
คื
น ๑ คื
น ๓ คื
น หรื
อ ๗
คื
น และมี
การเลี้
ยงอาหารสํ
าหรั
บผู
ที่
มาร
วมงาน อาหารที่
นํ
ามาเลี้
ยงหลั
งจากสวดขึ้
นอยู
กั
บเจ
าภาพ
ส
วนใหญ
เป
นอาหารที่
ผู
ตายชอบรั
บประทาน ซึ่
งตามหลั
กศาสนาแล
วไม
มี
การสวดศพ หลั
งจากนั้
จะมี
การทํ
าบุ
ญ ๗ วั
น ๑๕ วั
น หรื
อ ๔๐ วั
น หรื
อ ๑๐๐ วั
น แล
วแต
เจ
าภาพจะจั