• หน้าแรก
  • งานวิจัย
    • กรุงเทพมหานคร
    • ภาคเหนือ
    • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
    • ภาคกลาง
    • ภาคใต้
  • กลุ่มงานวิจัยที่น่าสนใจ
    • กลุ่มงานวิจัยทั่วไป
    • กลุ่มงานวิจัยผ้า
    • กลุ่มงานวิจัยวัฒนธรรมวัฒนธรรมชนชาติไท และมรดกร่วมแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
  • วิจัยวัฒนธรรมแห่งชาติ
  • วารสารวิจัยทางวัฒนธรรม
  • พัฒนาองค์ความรู้มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม
Print

วัฒนธรรมการทำงานของคนไทย

ผู้วิจัย
เฉลียว บุรีภักดี และคณะ
ปี
พ.ศ. ๒๕๒๙
กลุ่มงาน
กลุ่มงานวิจัยกรุงเทพมหานคร | งานวิจัย
ภาค
กรุงเทพมหานคร
จังหวัด
กรุงเทพมหานคร
รหัส
กท ๐๐๑
จำนวน
๕๕๐ หน้า
PDF
(2789 Hits)
บทคัดย่อ

                การวิจัยเรื่องวัฒนธรรมการทำงานของคนไทย เป็นการวิจัยเชิงสำรวจวิเคราะห์ โดยการสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่างที่เป็นนักเรียน นักศึกษา ข้าราชการ ประชาชน และผู้ให้ข้อมูลชุมชนที่อยู่ในชุมชนลักษณะต่าง ๆ อันได้แก่ ชุมชนชนบทแบบดั้งเดิม ชุมชนชนบทสมัยใหม่ ชุมชนเมืองเล็ก และชุมชนเมืองใหญ่ ซึ่งตั้งอยู่ในภาคต่าง ๆ ของประเทศ จำนวนผู้ให้สัมภาษณ์รวมทั้งสิ้น ๙๓๒ คน

                ประเด็นต่าง ๆ ของวัฒนธรรมการทำงาน การมุ่งผลในการทำงาน วิธีการทำงานการทำงานเป็นกลุ่ม และการจัดองค์การ การพัฒนาและการใช้กำลังคนเพื่อการทำงาน และการคำนึงถึงสวัสดิภาพและความเจริญของส่วนรวมในการทำงาน โดยมุ่งจะทราบว่าในประเด็นดังกล่าวเหล่านี้กลุ่มตัวอย่างโดยรวมมีลักษณะเป็นอย่างไร กลุ่มตัวอย่างย่อยอันได้แก่ นักเรียน นักศึกษา ข้าราชการ และพนักงานรัฐวิสาหกิจ และประชาชนโดยทั่วไป มีลักษณะเป็นอย่างไร แต่ละภาคของประเทศอันได้แก่ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้มีลักษณะเป็นอย่างไร ตัวแปรทางวัฒนธรรม บางประเด็นมีความสัมพันธ์กับตัวแปรความก้าวหน้าและตัวแปรภูมิหลังหรือไม่ และมีแนวโน้มความเปลี่ยนแปลงในอนาคตหรือไม่อย่างไร

                ผลการวิจัยพบโดยสรุปว่า กลุ่มตัวอย่างโดยรวมเน้นความหมายของการทำงานด้านการทำอาชีพเพื่อการดำรงอยู่ทางเศรษฐกิจเป็นสำคัญ และมีความคิดอยู่บ้างว่า งานรื่นเริงและงานเทศกาลประจำปีเป็นการทำงานอย่างหนึ่ง ความมุ่งหมายหลักของการทำงาน คือ เพื่อสร้างสินทรัพย์และฐานะทางเศรษฐกิจ แทบไม่ปรากฏเลยว่าเป็นการแสวงหาความพอใจที่ได้แสดงออกถึงความสามารถของมนุษย์ การตั้งเป้าหมายในการทำงานไม่ปรากฏชัดเจน และไม่ใคร่มีการประเมินผลงานเทียบกับเป้าหมาย ไม่มีการจูงใจเลือกใช้วิธีทำงานเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ แต่มักใช้วิธีตามที่เคยปฏิบัติกันมา มีการจัดกลุ่มทำงานในลักษณะแนวราวชั้นเดียว คือ คนจำนวนหนึ่งรวมแรงกันปฏิบัติงานในบทบาทเหมือน ๆ กัน แต่ไม่ถึงขั้นการจัดลำดับศักย์ของบทบาทเหมือนอย่างที่พบในองค์กรที่ซับซ้อนสมัยใหม่ มีการเน้นหนักเรื่องการพัฒนาบุคคลให้เป็นคนดี ซึ่งนับว่าสอดคล้องกับปทัสถานของสังคมไทยแต่ไม่ใคร่มีความสนใจที่จะพัฒนาคนในแง่ทรัพยากรเพื่อการทำงาน และประการสุดท้ายในการทำงานมีการคำนึงว่าจะเป็นการรบกวนผู้อื่น แต่ไม่ใคร่คำนึงที่จะสร้างให้เกิดความเจริญของส่วนรวมในวงกว้างและระยะยาว

                กลุ่มตัวอย่างย่อย อันได้แก่ นักเรียน นักศึกษา ข้าราชการหรือพนักงานรัฐวิสาหกิจและประชาชนทั่วไปมีลักษณะเด่นที่แตกต่างกันบ้างไม่มากนัก โดยที่กลุ่มนักเรียน นักศึกษามีความคิดค่อนข้างน้อยเกี่ยวกับการงานและอาชีพ ขาดทิศทางการพัฒนาตนเองทางการงานกลุ่มข้าราชการเน้นการปฏิบัติที่ถูกขั้นตอนตามระเบียบโดยไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงผลงาน แต่ก็มีจิตสำนึกในการพัฒนาประเทศและบริการสังคม กลุ่มประชาชนทั่วไปเน้นการแสวงหาทรัพยากรให้เพียงพอแก่การดำรงชีพจึงไม่ใคร่ได้คำนึงถึงคุณค่าอย่างอื่นมากนักในการทำงาน

                ภาคต่าง ๆ ของประเทศ ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้มีลักษณะของวัฒนธรรมการทำงานที่แตกต่างกันบ้าง แต่ไม่มากนัก ภาคเหนือเด่นชัดด้านการทำงานตามแบบอย่างและประเพณีมีความพอใจค่อนข้างสูง และไม่มีภาวะเดือดร้อนต้องดิ้นรนมากนัก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเด่นชัดด้านความมุ่งมั่นที่จะหาเลี้ยงชีพให้เพียงพอภายใต้ข้อจำกัดของภาวะแวดล้อม ภาคกลางมีความหลากหลายในการแสวงหาและใช้โอกาส เพื่อความก้าวหน้าทางการงานและเศรษฐกิจ ภาคใต้อาศัยทรัพยากรที่ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์เป็นพื้นฐานมีแนวโน้มจะเพิ่มลักษณะของการสะสมทุน และการทำงานเชิงค้าขายมากขึ้น

                ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรทางวัฒนธรรมการทำงานกับตัวแปรภูมิหลัง และตัวแปรความก้าวหน้าได้ปรากฏในหลายกรณี เช่น ตัวแปรวัฒนธรรมด้านความคิดเกี่ยวกับงานที่มีเกียรติสูง สาเหตุที่ต้องทำงาน การตั้งเป้าหมายในการทำงาน การพึ่งผู้มีอำนาจในการดำเนินชีวิต การนิยมคนทำงานเพื่อร่ำรวยหรือเพื่อพอกินพอใช้ การคิดคำนึงเกี่ยวกับเวลาและแรงงาน และการยึดหลักร่วมสร้างหรือแย่งชิงในการแสวงหาประโยชน์ ซึ่งแสดงว่าวัฒนธรรมการทำงานน่าจะเป็นผลมาจากภูมิหลัง และยังผลต่อไปถึงความเจริญก้าวหน้าในการดำเนินชีวิต

                ชุมชนประเภทต่าง ๆ อันได้แก่ ชุมชนชนบทแบบดั้งเดิม ชุมชนชนบทสมัยใหม่ ชุมชนเมืองเล็ก และชุมชนเมืองใหญ่ มีลักษณะของวัฒนธรรมการทำงานที่แตกต่างกันค่อนข้างชัดเจน คือ ชุมชนชนบทแบบดั้งเดิมทำงานไปตามช่วงจังหวะของธรรมชาติและวัฒนธรรมประเพณี ไม่ตั้งเป้าหมายในการทำงานมุ่งเพียงเพื่อเลี้ยงชีพหรือดำรงชีวิตอยู่ได้ และไม่ค่อยคิดวางแผนหรือสร้างสิ่งแปลกใหม่ ชุมชนชนบทสมัยใหม่เปลี่ยนจากการอาศัยธรรมชาติและประเพณี มาเป็นอาศัยโอกาสตลาดและเทคโนโลยีมากขึ้น มองการทำงานเป็นการสร้างฐานะ ชุมชนเมืองเล็กเป็นจุดรวมของวัฒนธรรมการทำงานแบบชนบท และแบบเมืองทอง โดยที่เป็นการรวมแบบ “ปะปนกัน” มากกว่า “หลอมเข้าด้วยกัน” เพราะความคิดและพฤติกรรมหลายอย่างหลอมเข้ากันได้ยาก คนในชุมชนเชื่อในการพึ่งผู้มีอำนาจมากกว่าชุมชนประเภทอื่น ส่วนชุมชนเมืองใหญ่ ซึ่งได้แก่ ตัวจังหวัด มีสภาพแวดล้อมทางกายภาพที่ต่างกับชนบท มีลักษณะภาระหน้าที่การงานที่ต่างไป แต่แก่นสาระพื้นฐานของความคิดและค่านิยมโดยทั่วไป คงมีลักษณะที่คล้ายกับชุมชนลักษณะอื่น ๆ อยู่มาก โดยเฉพาะถ้าเป็นคนเชื้อชาติศาสนาเดียวกัน ในชุมชนลักษณะนี้มีการทำงานเพื่อรายได้ เพื่อเงินและมีการแย่งชิงกันมากขึ้น

                แนวโน้มความเปลี่ยนแปลงของวัฒนธรรมการทำงาน ปรากฏว่า ค่อนข้างมากในส่วนที่เกี่ยวกับสภาพแวดล้อมทางกายภาพ และวัตถุสิ่งของ ตลอดจนเครื่องมือ เครื่องใช้ และเทคโนโลยี ซึ่งในระยะยาวคงจะมีผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงด้านความคิด ความรู้สึก และค่านิยม อันเป็นวัฒนธรรมทางจิตใจ อย่างไรก็ตามในปัจจุบันวัฒนธรรมทางจิตใจนี้ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนักในหมู่คนไทยส่วนใหญ่ แม้ว่าสภาพแวดล้อมทางกายภาพจะเปลี่ยนไปบ้างแล้วก็ตาม ลักษณะเช่นนี้อาจเป็นเหตุหนึ่งของความไม่สมดุลในการดำรงชีพของคนไทยจำนวนไม่น้อยในปัจจุบัน

  • Voting
    • 1
    • 2
    • 3
    • 4
    • 5
    (10 votes)
  • Hits
    37054 views

มี 21 ผู้มาเยือน และ ไม่มีสมาชิกออนไลน์ ออนไลน์